TAG Heuer Monza Flyback Chronograph

Last updated: 2 ก.ย. 2569  |  31 จำนวนผู้เข้าชม  | 

TAG Heuer Monza Flyback Chronograph

ครึ่งศตวรรษหลังจากการเปิดตัวครั้งแรก TAG Heuer Monza กลับมาหวนคืนความยิ่งใหญ่อีกครั้งในรุ่นผลิตจำนวนจำกัด ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากนาฬิกาจับเวลาโครโนกราฟสำหรับสนามแข่งระดับตำนานอันโด่งดังที่สุดรุ่นหนึ่งของเมซง โดยผสานมรดกตกทอดแห่งโลกมอเตอร์สปอร์ตเข้ากับวัสดุแห่งยุคร่วมสมัยได้อย่างลงตัว

ลา โช-เดอ-ฟง, สวิตเซอร์แลนด์, 1 กันยายน 2026
TAG Heuer แบรนด์นาฬิกาหรูชั้นนำจากสวิตเซอร์แลนด์ ร่วมเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 50 ปีของ TAG Heuer Monza ด้วยการเปิดตัวรุ่นลิมิเต็ดเอดิชันใหม่ล่าสุด เผยโฉมอย่างยิ่งใหญ่ต้อนรับการแข่งขัน FORMULA 1 PIRELLI GRAN PREMIO D’ITALIA 2026 ณ เมืองมอนซา โดย TAG Heuer Monza Flyback Chronograph รังสรรค์ขึ้นเพื่อรำลึกถึงรุ่นดั้งเดิมปี 1976 พร้อมผสานความเชี่ยวชาญด้านกลไกและเอกลักษณ์งานออกแบบอันสะท้อนตัวตนของเมซงยุคปัจจุบัน ผลิตจำนวนจำกัดเพียง 500 พร้อมรันหมายเลข รวบรวมประวัติศาสตร์การแข่งรถอันยาวนานถึงครึ่งศตวรรษไว้ในนาฬิกาจับเวลาโครโนกราฟที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ประสิทธิภาพระดับสูงสุดในยุคปัจจุบัน

ถือกำเนิดบนสังเวียนความเร็ว
ประวัติศาสตร์ของ TAG Heuer Monza ผูกพันอย่างแนบแน่นกับช่วงเวลาสำคัญในระดับตำนานของ Formula 1® โดยย้อนกลับไปในปี 1971 Heuer ได้รับเลือกให้เป็นผู้จับเวลาอย่างเป็นทางการของทีม Scuderia Ferrari ถือเป็นผู้ผลิตนาฬิการายแรกที่ก้าวเข้ามาจับมือเป็นพันธมิตรกับทีมแข่ง Formula 1® และร่วมสร้างตำนานอันยิ่งใหญ่ในโลกมอเตอร์สปอร์ต จนกระทั่ง 4 ปีต่อมา Niki Lauda สามารถคว้าแชมป์โลก Formula 1® มาครองได้สำเร็จ ซึ่งนับเป็นแชมป์โลกประเภทนักขับครั้งแรกของ Ferrari ตั้งแต่ปี 1964 เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองชัยชนะครั้งประวัติศาสตร์นี้ Heuer จึงได้เปิดตัวคอลเลกชัน Monza ขึ้นในปี 1976 พร้อมสร้างสรรค์นาฬิกาจับเวลาโครโนกราฟที่โดดเด่นสะกดสายตาทันทีด้วยรูปลักษณ์และกลิ่นอายแห่งจิตวิญญาณการแข่งรถอันเปี่ยมเสน่ห์เป็นเอกลักษณ์

คาแรกเตอร์อันโดดเด่นและสายสัมพันธ์อันแนบแน่นกับโลกมอเตอร์สปอร์ต ทำให้ได้รับยกย่องให้เป็นหนึ่งในนาฬิกาจับเวลาโครโนกราฟที่เป็นเอกลักษณ์และเป็นที่จดจำมากที่สุดของเมซงอย่างรวดเร็ว ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา TAG Heuer Monza ยังคงวิวัฒนาการอย่างต่อเนื่องผ่านการตีความในรูปแบบใหม่ๆ ซึ่งสะท้อนความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและวิสัยทัศน์การออกแบบอันสร้างสรรค์ในแต่ละยุคสมัยได้อย่างลงตัว

เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 50 ปี TAG Heuer Monza ได้เปิดฉากบทใหม่แห่งความยิ่งใหญ่อีกครั้ง โดยรุ่นลิมิเต็ดเอดิชันนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากอัตลักษณ์ทางการออกแบบอันเป็นเอกลักษณ์ ผสานการพัฒนาต่อยอดจาก TAG Heuer Monza Flyback Chronograph ยุคร่วมสมัยที่เคยเปิดตัวอย่างภาคภูมิในปี 2023

ก่อเกิดเป็นนาฬิกาที่ทรงคุณค่า สะท้อนการให้เกียรติช่วงเวลาอันยิ่งใหญ่ในประวัติศาสตร์ของเมซง พร้อมถ่ายทอดวิสัยทัศน์แห่งสมรรถนะและความแม่นยำเที่ยงตรงตามแบบฉบับยุคปัจจุบันได้อย่างสมบูรณ์แบบ

รังสรรค์วิศวกรรมเพื่อการแข่งขันยุคปัจจุบัน
TAG Heuer Monza Flyback Chronograph ถ่ายทอดการตีความยุคร่วมสมัยของนาฬิกาจับเวลาโครโนกราฟสำหรับสนามแข่งอันเป็นเอกลักษณ์โดดเด่นที่สุดรุ่นหนึ่งของเมซง ทุกองค์ประกอบได้รับการรังสรรค์อย่างพิถีพิถันเพื่อสะท้อนสมรรถนะอันยอดเยี่ยมผ่านวัสดุแห่งยุคนวัตกรรม งานออกแบบที่ตอบโจทย์การใช้งานจริง และความแม่นยำเที่ยงตรงของระบบกลไก โดยยังคงรักษากลิ่นอายและเอกลักษณ์ทางการออกแบบที่สร้างชื่อให้กับคอลเลกชันนี้ตลอด 5 ทศวรรษไว้อย่างสมบูรณ์แบบ

สะท้อนตัวตนอันโดดเด่นตั้งแต่แรกเห็นด้วยตัวเรือนฟอร์จด์คาร์บอน (Forged Carbon) ขนาด 42 มิลลิเมตร วัสดุยอดนิยมในโลกมอเตอร์สปอร์ตร่วมสมัยที่ขึ้นชื่อเรื่องความแข็งแกร่งทนทานเป็นเลิศและน้ำหนักเบาสบายเหนือระดับ ให้สัมผัสการสวมใส่ที่ผ่อนคลาย พร้อมสร้างสรรค์ลวดลายหินอ่อนอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ส่งผลให้นาฬิกาแต่ละชิ้นมีความสวยงามไม่ซ้ำใคร ตัวเรือนทรงหมอนอันโดดเด่นที่นำมาใช้กับ TAG Heuer Monza ยุคใหม่ เสริมบุคลิกอันโดดเด่นและสร้างความมั่นใจยามอยู่บนข้อมือ ตอกย้ำจิตวิญญาณแห่งความสปอร์ตผ่านวัสดุที่สะท้อนถึงเทคโนโลยีสนามแข่งระดับท็อปอย่างแท้จริง

หน้าปัดสีดำผสานองค์ประกอบงานออกแบบที่ได้รับแรงบัลดาลใจจาก Heuer Monza รุ่นดั้งเดิมปี 1976 เข้ากับศาสตร์แห่งการประดิษฐ์นาฬิการ่วมสมัยได้อย่างลงตัว หน้าปัดย่อยจับเวลาสีดำด้านตัดกับพื้นหน้าปัดอย่างคบชัดเพื่อให้ อ่านค่าวัดผลได้อย่างชัดเจนที่สุด พร้อมเพิ่มลูกเล่นด้วยการแต้มสีแดงในจุดสำคัญ รำลึกถึงเฉดสีอันเป็นเอกลักษณ์ระดับตำนานของคอลเลกชัน โดดเด่นด้วยเข็มชั่วโมงและนาทีเคลือบแลคเกอร์สีขาว แต้มสารเรืองแสง Superluminova® สีขาว การันตีการอ่านเวลาที่ชัดเจนในสภาวะแสง โดยจัดวางหน้าปัดย่อยจับเวลานาทีไว้ ณ ตำแหน่ง 6 นาฬิกา และช่องตำแหน่ง 3 นาฬิกา หน้าปัดย่อยแสดงวินาทีหลัก ณ ตำแหน่ง 6 นาฬิกา และช่องแสดงวันที่แบบวางเฉียง ณ ตำแหน่ง 9 นาฬิกา ซึ่งยังคงโครงสร้างสถาปัตยกรรมหน้าปัดอันเป็นเอกลักษณ์ของ TAG Heuer Monza ยุคใหม่ไว้อย่างสมบูรณ์

โอบล้อมหน้าปัดด้วยขอบด้านในสีดำที่ผสมผสานสเกลทาคิมีเตอร์สำหรับคำนวณความเร็ว และสเกลพัลโซมิเตอร์สำหรับวัดอัตราการเต้นของหัวใจไว้อย่างลงตัง เพื่อร่วมสะท้อนและเชิดชูจุดเริ่มต้นแห่งฟังก์ชันการใช้งานอันทรงคุณค่าของนาฬิกาจับเวลา

เมื่อพลิกชมด้านหลังของ TAG Heuer Monza Flyback Chronograph จะเผยความงามของกลไก In-house Manufacture Calibre TH20-12 มาตรฐานความแม่นยำระดับ COSC ผ่านฝาหลังกระจกคริสตัลแซฟไฟร์ใส โดดเด่นด้วยฟังก์ชันฟลายแบ็กโครโนกราฟที่ช่วยให้จับเวลาต่อเนื่องได้อย่างแม่นยำโดยไม่ต้องหยุดกลไก เพียงกดปุ่มแค่ครั้งเดียวก็สามารถรีเซ็ตพร้อมเริ่มจับเวลารอบใหม่ได้ทันที ตอบโจทย์การใช้งานในสังเวียนมอเตอร์สปอร์ตอย่างสมบูรณ์แบบ ที่ซึ่งทุกเศษเสี้ยววินาทีคือตัวชี้วัดชัยชนะ

เติมเต็มความสมบูรณ์แบบด้วยสายหนังลูกวัวสีดำแบบฉลุรู เพิ่มเสน่ห์ด้วยการเดินด้ายเย็บสีแดงสดตัดกับพื้นสายอย่างประณีต สะท้อนกลิ่นอายและจิตวิญญาณแห่งโลกการแข่งรถระดับคลาสสิกได้อย่างลงตัว

เผยโฉมในฐานะรุ่นลิมิเต็ดเอดิชันระดับเอ็กซ์คลูซีฟ ซึ่งผลิตขึ้นเพียง 500 พร้อมรันหมายเลขเฉพาะ โดย TAG Heuer Monza Flyback Chronograph ยิ่งช่วยตอกย้ำสถานะการเป็นหนึ่งในนาฬิกาจับเวลาโครโนกราฟทรงคุณค่าที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นที่สุดสำหรับนักสะสมของเมซง

เผยโฉมต้อนรับช่วงสัปดาห์การแข่งขันที่ผู้คนทั่วโลกตั้งตารอคอยมากที่สุดแห่งฤดูกาล Formula 1® โดย TAG Heuer Monza Flyback Chronograph ได้ถ่ายทอดความตื่นเต้นท้าทาย ความแม่นยำเที่ยงตรง และจิตวิญญาณแห่งการแข่งขันอันเร่าร้อนที่ผูกพันเมซงไว้กับโลกมอเตอร์สปอร์ตมายาวนานหลายทศวรรษ ร่วมสานต่อบทตำนานหลังจากผ่านพ้นไป 50 ปี นับตั้งแต่ TAG Heuer Monza รุ่นแรกได้ร่วมเฉลิมฉลองชัยชนะแชมป์โลก ผ่านนาฬิกาจับเวลาโครโนกราฟที่รังสรรค์ขึ้นเพื่อผู้ที่มุ่งมั่นวัดผลในทุกเศษเสี้ยววินาที

เกี่ยวกับ TAG Heuer
TAG Heuer ก่อตั้งขึ้นในปี 1860 โดยเอดูอาร์ด ฮอยเออร์ (Edouard Heuer) ณ เทือกเขาจูรา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เป็นแบรนด์นาฬิกาหรูที่เป็นส่วนหนึ่งของ LVMH Moët Hennessy Louis Vuitton SE (“LVMH”) กลุ่มธุรกิจลักชัวรีชั้นนำของโลก โดยมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่เมืองลาโชว์-เดอ-ฟงด์ (La Chaux-de-Fonds) ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ และมีโรงงานผลิตทั้งหมด 4 แห่ง พร้อมทีมงานกว่า 1,900 คน และดำเนินธุรกิจใน 139 ประเทศทั่วโลก ผลิตภัณฑ์ของ TAG Heuer วางจำหน่ายผ่านเว็บไซต์ www.tagheuer.com ในบางประเทศ รวมถึงบูติกกว่า 260 แห่ง และจุดจำหน่ายกว่า 2,300 แห่งทั่วโลก ปัจจุบันบริษัทดำเนินงานภายใต้การนำของ อองตวน ปิน (Antoine Pin) CEO ของ TAG Heuer

ตลอดระยะเวลากว่า 165 ปี TAG Heuer ได้แสดงให้เห็นถึงจิตวิญญาณแห่งการสร้างสรรค์เรือนเวลาในแบบอาวองการ์ดอย่างแท้จริง พร้อมยึดมั่นในนวัตกรรมด้วยการพัฒนาเทคโนโลยีสุดล้ำมากมาย ไม่ว่าจะเป็นกลไก Oscillating Pinion สำหรับนาฬิกาจับเวลาเชิงกลในปี 1887 การเปิดตัว Mikrograph ในปี 1916 การเปิดตัวกลไกโครโนกราฟแบบไขลานอัตโนมัติรุ่นแรกของโลกอย่าง Calibre 11 ในปี 1969 และการเปิดตัวสมาร์ทวอทช์หรูรุ่นแรกในปี 2015 ปัจจุบัน คอลเลกชันหลักของแบรนด์ประกอบด้วยสองตระกูลไอคอนิกที่ออกแบบโดย แจ็ค ฮอยเออร์ (Jack Heuer) ได้แก่ TAG Heuer Carrera และ TAG Heuer Monaco เสริมด้วยคอลเลกชันร่วมสมัยอย่าง TAG Heuer Aquaracer, Formula 1, Link และ Connected

TAG Heuer ได้สะท้อนปรัชญาใหม่ “Designed to Win” (เกิดมาเพื่อเป็นผู้ชนะ) อย่างชัดเจน โดยสานต่อมรดกแห่งนวัตกรรมอันกล้าหาญ ความแข็งแกร่ง และสมรรถนะระดับสูง ความร่วมมือและแบรนด์แอมบาสเดอร์ชื่อดังของแบรนด์ล้วนสะท้อนถึงแรงขับเคลื่อนในการฝ่าขีดจำกัด และพร้อมส่งมอบผลงานที่ยอดเยี่ยมในทุกช่วงเวลาสำคัญ

www.tagheuer.com
@TAGHeuer

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้