Last updated: 27 ก.ค. 2569 | 119 จำนวนผู้เข้าชม |
หากมีผู้บริหารคนใดที่สามารถอธิบายศาสตร์แห่งการทำนาฬิกาชั้นสูงให้เข้าใจง่ายได้ ชื่อของ Mr. Wilhelm Schmid ย่อมอยู่ในลำดับต้นๆ แม้จะไม่ได้เติบโตมาจากสายช่างนาฬิกา แต่ด้วยประสบการณ์ในอุตสาหกรรมยานยนต์และความหลงใหลในวิศวกรรมเครื่องกล เขาคือผู้บริหารที่พา A. Lange & Söhne ก้าวสู่ยุคใหม่ โดยยังคงรักษาแก่นแท้ของศาสตร์การสร้างนาฬิกาแบบแซกโซนีเอาไว้อย่างมั่นคง ตลอดระยะเวลากว่า 15 ปี ในตำแหน่ง CEO ของแบรนด์ Mr. Schmid เป็นที่รู้จักจากมุมมองที่เฉียบคม การให้ความสำคัญกับรายละเอียด และความสามารถในการเชื่อมโยงโลกของนวัตกรรมเข้ากับประเพณีการสร้างนาฬิกาได้อย่างลงตัว เช่นเดียวกับบทสนทนาครั้งนี้ที่สะท้อนให้เห็นถึงวิธีคิดเบื้องหลังนาฬิการุ่นล่าสุดของแบรนด์ได้อย่างน่าสนใจ
อะไรคือความท้าทายที่สุดในการนำ Datograph Perpetual Tourbillon มาตีความผ่านแนวคิด Lumen โดยยังคงความเป็น A. Lange & Söhne ไว้?
ผมคิดว่านั่นคือความท้าทายหลัก เพราะ Datograph Perpetual Tourbillon เป็นนาฬิกาที่มีความสง่างามมาก ขณะที่แนวคิดของ Lumen ทำให้นาฬิกาดูสปอร์ตและร่วมสมัยมากขึ้น การนำสองสิ่งนี้มารวมกันจึงไม่ใช่เรื่องง่าย ยกตัวอย่างเล็กๆ ให้เห็นภาพ เช่น ตัวเลขโรมันบนหน้าปัดย่อย ตอนแรกเราลองเคลือบสารเรืองแสงลงบนตัวเลขโดยตรง แต่ผลลัพธ์ออกมาไม่สวย จากนั้นเราลองเจาะตัวเลขแล้วใส่วัสดุเรืองแสงไว้ด้านใน ก็ยังไม่ใช่คำตอบ ท้ายที่สุดเราพบว่า แทนที่จะทำให้ตัวเลขเรืองแสง เราควรวางวัสดุเรืองแสงไว้ด้านหลังแผ่นคริสตัล เมื่อมองในที่มืด สิ่งที่ส่องสว่างจึงไม่ใช่ตัวเลข แต่เป็นเส้นขอบของตัวเลขแทน วิธีนี้ช่วยรักษาความสง่างามของหน้าปัดย่อยเอาไว้ได้ ขณะเดียวกันก็ยังคงเอกลักษณ์ของ Lumen อย่างครบถ้วน สำหรับนาฬิการะดับนี้ ทุกอย่างอยู่ที่รายละเอียด คุณไม่สามารถทำงานแบบรีบร้อนได้ เพราะนั่นหมายถึงการไม่ให้ความเคารพกับงานที่ต้องใส่ใจในทุกรายละเอียดอย่างแท้จริง
อะไรคือแนวคิดหลักเบื้องหลังการพัฒนา Saxonia Annual Calendar ให้มีขนาดเล็กลง และส่งผลต่อการออกแบบกลไกอย่างไร?
ผมมีคำตอบอยู่สองส่วน ส่วนแรกหลังจากยุติการผลิต Saxonia Annual Calendar รุ่นเดิมไปแล้ว เราได้นำกำลังการผลิตและทีมช่างนาฬิกาไปสนับสนุนโครงการอื่นของแบรนด์ ขณะเดียวกัน Anthony de Haas ก็เริ่มพัฒนานาฬิการุ่นใหม่ภายใต้แนวคิดที่ชัดเจน นั่นคือการทำให้นาฬิกามีขนาดเล็กลง โดยไม่ลดทอนสองสิ่งสำคัญ สิ่งแรกคือความชัดเจนในการอ่านเวลาและข้อมูลต่าง ๆ นาฬิกาต้องอ่านง่ายและยังคงเอกลักษณ์ที่ชัดเจนเอาไว้ส่วนอีกประการคือความแข็งแกร่งและความน่าเชื่อถือในการใช้งาน ผมไม่ต้องการสร้างนาฬิกาที่บอบบางเพียงเพราะมีขนาดเล็กหรือบางลงเกินไป และผลลัพธ์ของแนวคิดทั้งหมดก็คือ Saxonia Annual Calendar เรือนนี้ อีกเรื่องที่ผมอยากแบ่งปันคือ ผมไม่ใช่คนที่ยึดติดกับตัวเลขขนาดตัวเรือน เพราะท้ายที่สุดแล้ว สิ่งสำคัญไม่ใช่ว่านาฬิกามีขนาด 38, 40 หรือ 45 มิลลิเมตร แต่คือมันสวมบนข้อมือของคุณได้ดีหรือไม่ เข้ากับบุคลิกของคุณหรือไม่ ผมจึงอยากแนะนำให้ทุกคนตัดสินใจจากการลองสวมจริง มากกว่าตัดสินจากตัวเลขในข้อมูลทางเทคนิค

การสร้างสมดุลระหว่างกลไกซับซ้อนกับความสง่างาม ในขนาดที่กะทัดรัดทำได้อย่างไร?
เราพยายามทำให้นาฬิกามีขนาดเล็กที่สุดเสมอ แต่ต้องไม่ลืมว่านี่คืองานวิศวกรรมแบบเยอรมัน นาฬิกาต้องทำงานได้จริงต้องแข็งแรง และต้องพร้อมสำหรับการใช้งานบนข้อมือ ไม่ใช่ถูกสร้างมาเพื่อเก็บไว้ในตู้เซฟ ดังนั้นจึงไม่มีการประนีประนอมในเรื่องความน่าเชื่อถือ จากนั้นเราจึงท้าทายทีมงานให้ลดขนาดลงให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เรามักเริ่มต้นจากการออกแบบ เมื่อมีแนวคิดสำหรับนาฬิการุ่นใหม่ ทีมออกแบบจะเริ่มทำงานก่อน แล้วทีมวิศวกรจึงเข้ามามีส่วนร่วม และเชื่อผมเถอะ นั่นคือการถกเถียงที่ไม่มีวันจบสิ้น ฝ่ายออกแบบบอกว่า “เราอยากให้เล็กลงอีก” ส่วนฝ่ายวิศวกรรมตอบว่า “แล้วจะเอาชิ้นส่วนไปไว้ตรงไหน?” แต่เพราะเราผ่านกระบวนการนี้มาหลายครั้งแล้ว สุดท้ายมันจึงกลายเป็นการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นที่สร้างสรรค์มาก
A. Lange & Söhne เชื่อมโยงกับคนรุ่นใหม่อย่างไร โดยยังคงยึดมั่นในประวัติศาสตร์ของแบรนด์?
สำหรับผม นักสะสมคือนักสะสม เพราะเขาใส่ใจในรายละเอียด เขาไม่ได้มองอะไรสักอย่างแล้วพูดว่า “สวยดี” ก่อนจะซื้อทันทีแต่เขาจะศึกษาทำความเข้าใจในรายละเอียดทั้งหมดก่อนและนั่นเป็นสิ่งที่ดีมากสำหรับเรา เพราะนั่นคือสิ่งที่เราต้องการเราอยากให้นาฬิกาของเราเป็นผลลัพธ์ของกระบวนการตัดสินใจที่มีความรู้และความเข้าใจอย่างแท้จริง รายละเอียดเล็กๆ ที่เราคุยกันในวันนี้ อาจไม่มีความหมายมากนักสำหรับคนที่ไม่ได้สนใจศาสตร์แห่งการทำนาฬิกาชั้นสูง แต่สำหรับคนที่หลงใหลในสิ่งเหล่านี้ รายละเอียดเหล่านั้นมีความหมายมหาศาล
ในโลกที่เต็มไปด้วยความขัดแย้งในปัจจุบัน สิ่งเหล่านี้ส่งผลกระทบต่อแบรนด์หรือไม่?
เมื่ออายุมากขึ้น ผมมักถามตัวเองอยู่สองคำถาม คำถามแรกคือ เรื่องนั้นสำคัญหรือไม่ ถ้าไม่สำคัญ ก็ไม่จำเป็นต้องกังวล คำถามที่สองคือ หากมันสำคัญ เราสามารถเปลี่ยนแปลงมันได้หรือไม่ถ้าคำตอบคือไม่ได้ ก็ไม่จำเป็นต้องกังวลเช่นกัน แต่ถ้าสำคัญและเราสามารถเปลี่ยนแปลงมันได้ นั่นคือสิ่งที่เราควรให้ความสำคัญ ทุกวันนี้มีหลายสิ่งเกิดขึ้นทั่วโลก แต่สิ่งที่เรามุ่งเน้นคือการออกแบบและสร้างนาฬิกาที่ดีที่สุดเท่าที่เราจะทำได้
ผมมีความเชื่ออยู่สองข้อ ข้อแรกคือ “ไม่มีช่วงเวลาใดที่เลวร้ายสำหรับนาฬิกาที่ดี” และข้อที่สองคือ “ไม่เคยมีช่วงเวลาใดในประวัติศาสตร์ที่ผู้คนสนใจนาฬิกามากเท่ากับวันนี้” ดังนั้นในมุมมองของผม ไม่ว่าจะระยะกลางหรือระยะยาว ทุกอย่างจะค่อยๆ ปรับตัวเข้าสู่จุดสมดุลของมันเอง
27 ก.ค. 2569
27 ก.ค. 2569
27 ก.ค. 2569
27 ก.ค. 2569