BREITLING Chronomat

Last updated: 31 ก.ค. 2569  |  33 จำนวนผู้เข้าชม  | 

BREITLING Chronomat

Chronomat ถูกรังสรรค์ขึ้นในช่วงทศวรรษ 1980 ให้กับเหล่าฝูงบินผาดโผน ‘Frecce Tricolori’ ของกองทัพอากาศอิตาลี กับการออกแบบที่ผสานความลงตัวระหว่างสไตล์อันเปี่ยมด้วยรสนิยมและฟังก์ชันการใช้งานที่ไร้การประนีประนอม เรือนเวลาที่ประดิษฐ์ขึ้นเพื่อรองรับสมรรถนะท่ามกลางแรงจีที่สูงกว่า 7G ขณะเดียวกันก็ยังคงความสง่างามโดดเด่นเมื่ออยู่นอกห้องนักบิน จากมิลานสู่นิวยอร์กและโตเกียว เรือนเวลารุ่นนี้ได้รับการยอมรับอย่างรวดเร็วทั้งในโลกแฟชั่นและป๊อปคัลเจอร์ จนได้รับฉายาว่าเป็น “นาฬิกาแห่งยุค 90s” โดยนิตยสาร Vogue ในวันนี้ Chronomat หวนคืนสู่อีกครั้งพร้อมการอัปเดตที่เน้นความประณีตสุขุมทว่าทรงพลัง แต่ยังคงจดจำได้ในทันทีด้วยเอกลักษณ์ของปุ่ม Rider Tabs บนขอบตัวเรือน และสายแบบ Rouleaux อันเป็นตำนาน

Breitling Chronomat นับเป็นสุดยอดนาฬิกาสปอร์ตเอนกประสงค์ของแบรนด์ ที่ได้รับการเกลาองค์ประกอบในทุกมิติ โดยต่อยอดจากการปรับโฉมครั้งใหญ่เมื่อปี 2020 ถือเป็นเรือนเวลาประเภท “ไปได้ทุกที่ ทำได้ทุกกิจกรรม” ระดับเรือธงของ Breitling ที่เรียบง่าย ทว่ามีเอกลักษณ์เฉพาะตัว มั่นใจ แต่ไม่โอ้อวด หลอมรวมมรดกตกทอด ความอเนกประสงค์ในชีวิตประจำวัน เทคโนโลยีเรือนเวลาร่วมสมัย เข้ากับตัวเรือนและสายนาฬิกาดีไซน์ใหม่ที่เชื่อมต่อเป็นหนึ่งเดียวกันอย่างสมบูรณ์แบบ


เรื่องราวของ Chronomat เริ่มต้นขึ้นในปี 1983 ท่ามกลางวิกฤตการณ์นาฬิกาควอตซ์ (quartz crisis) เพียงสี่ปีหลังจาก เออร์เนสต์ ชไนเดอร์ (Ernest Schneider) เข้าซื้อกิจการของ Breitling ในฐานะนักบินผู้หลงใหลในเวหา ชไนเดอร์ได้ร่วมมือกับฝูงบินผาดแผลง Frecce Tricolori ของกองทัพอากาศอิตาลี เพื่อรังสรรค์นาฬิการะบบกลไกอนาล็อกที่สามารถทนทานต่อสภาวะภายในห้องนักบิน ขณะเดียวกันก็มีความประณีตและสง่างามพอสำหรับสวมใส่ในงานพิธีการ ผลลัพธ์ที่ได้นั้นเหนือความคาดหมาย นาฬิกาจับเวลาโครโนกราฟสำหรับการบินที่มีคุณสมบัติรองรับการดำน้ำ ขับเคลื่อนด้วยกลไกเชิงกลในยุคสมัยที่นาฬิกาควอตซ์ครองเมือง ตัวเรือนสร้างขึ้นให้ทนทานต่อแรงจีสูงถึง 20G ซึ่งเกินกว่าขีดจำกัดที่ร่างกายมนุษย์จะทนได้ที่ 7G ไปไกลมาก มีความแข็งแกร่ง รองรับการใช้งานระดับมืออาชีพ และมีรูปลักษณ์ที่เด่นชัดเป็นเอกลักษณ์ เสริมด้วยสายแบบ Rouleaux ที่เข้ามาเติมเต็มอัตลักษณ์อย่างสมบูรณ์แบบ ทั้งมอบความสบายในการสวมใส่และสะกดทุกสายตา และนับตั้งแต่วินาทีนั้นเป็นต้นมา เรือนเวลารุ่นนี้ก็ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่ภายในห้องนักบินอีกต่อไป แต่ได้ก้าวสู่การเป็นสุดยอดนาฬิกาสปอร์ตเอนกประสงค์ระดับตำนานของ Breitling อย่างแท้จริง


ผลกระทบทางวัฒนธรรม
เมื่อเปิดตัวในปี 1984 เพื่อฉลองครบรอบหนึ่งศตวรรษของ Breitling นาฬิการุ่น Chronomat ซึ่งเป็นการผสมคำระหว่าง "Chronograph" และ "Automatic" ได้เริ่มต้นสร้างชื่อเสียงในประเทศอิตาลี โดยมี Gino Macaluso ตัวแทนจำหน่ายในขณะนั้นเป็นผู้ผลักดันสำคัญ บนถนนสายแฟชั่นของมิลานและกรุงโรม รุ่น Chronomat ได้ดึงดูดสายตาของนักท่องเที่ยวชาวอเมริกัน ซึ่งจับจองเป็นเจ้าของระหว่างพักผ่อนและนำกลับไปยังบ้านเกิด

พอถึงยุค 1990s Chronomat ก็ปรากฏอยู่ทุกแห่งหน ไม่ว่าจะเป็นบนข้อมือของผู้คนทั่วสหรัฐอเมริกา ตลอดจนในซีรีส์โทรทัศน์ชื่อดังอย่าง Friends และ Seinfeld ขณะเดียวกันที่อีกฝั่งของมหาสมุทรแปซิฟิก เรือนเวลารุ่นนี้ได้ก้าวเข้าสู่ป๊อปคัลเจอร์ของญี่ปุ่นโดยถูกนำไปใช้เป็นองค์ประกอบสำคัญในพล็อตเรื่องของมังงะชื่อดังอย่าง Kaiji นอกจากนี้ยังสวมใส่โดยบุคคลผู้ทรงอิทธิพลระดับโลก อาทิ เชฟชื่อดัง Gordon Ramsay, มหาเศรษฐีชาวฝรั่งเศส Bernard Tapie และนักแสดงระดับตำนาน Jean-Paul Belmondo กระแสความนิยมเหล่านี้ส่งผลให้ Chronomat ได้รับความนิยมอย่างก้าวกระโดดทั้งในสหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น และยุโรป จนได้รับการยกย่องจากนิตยสาร American Vogue ให้เป็น “สุดยอดนาฬิการุ่นใหม่แห่งยุค 90s”

ในปี 2020 ภายใต้การดำเนินงานของแผนกออกแบบภายใน ที่จัดตั้งขึ้นใหม่ของ Breitling เรือนเวลารุ่น Chronomat ได้วิวัฒนาการไปอีกขั้น โดยได้รับแรงบันดาลใจจากรากเหง้าในยุค 1980s ด้วยตัวเรือนขัดลายซาตินที่เพรียวบางยิ่งขึ้น พร้อมการกลับมาของสายแบบ Rouleaux อันเป็นเอกลักษณ์ ซึ่งถือเป็นการวางรากฐานสำคัญให้กับ Chronomat รุ่นปี 2026

“Chronomat รุ่นใหม่นี้เป็นการปรับเกลาองค์ประกอบที่เคยสร้างให้มันกลายเป็นระดับไอคอนิกตั้งแต่แรกเริ่ม” Georges Kern ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกล่าว “เราได้พัฒนาดีไซน์ให้ก้าวไปข้างหน้า โดยยังคงรักษาอัตลักษณ์ที่แท้จริงของมันเอาไว้อย่างครบถ้วน”


งานออกแบบที่เฉียบคมและดีไซน์ที่เชื่อมโยงเป็นหนึ่งเดียว
สิ่งแรกที่สาวกของ Chronomat สามารถสังเกตเห็นได้คือ การเปลี่ยนผ่านจากสายแบบกึ่งอินทิเกรต สู่ดีไซน์ตัวเรือนและสายนาฬิกาที่เชื่อมต่อเป็นเนื้อเดียวกันอย่างสมบูรณ์ โดยส่วนใหญ่แล้วนาฬิกาที่มีสายแบบอินทิเกรตมักมีข้อจำกัดในการเปลี่ยนสาย แต่ Chronomat รุ่นใหม่ได้ก้าวข้ามข้อจำกัดนี้ด้วยการซ่อนขาสายไว้เบื้องหลังตัวเรือนอย่างแยบคาย ทำให้การสลับเปลี่ยนไปใช้สายประเภทอื่นยังคงทำได้อย่างสะดวกสบาย

สายแบบ Rouleaux บนตัวเรือนสแตนเลสสตีลและรุ่นทูโทน มาพร้อมระบบปรับระยะรายละเอียด ที่ผู้สวมใส่สามารถขยายความยาวสายเพิ่มได้ข้างละหนึ่งข้อบริเวณบานพับปีกผีเสื้อที่ซ่อนอยู่ โดยสามารถปรับได้ทันทีแม้ขณะสวมใหญ่อยู่บนข้อมือ ซึ่งช่วยมอบความสบายสูงสุดยามอุณหภูมิหรือความกดอากาศเปลี่ยนแปลง สำหรับรุ่นโครโนกราฟ ขอบตัวเรือนได้รับการลดทอนโครงสร้างจากเดิมที่เคยมีชิ้นส่วนแยกอิสระถึง 18 ชิ้น โดยรวมเอาวงขอบ ขอบแทรก ปุ่ม Rider Tabs และสกรู ให้กลายเป็นชิ้นงานเดี่ยวที่สมบูรณ์แบบ

เรือนเวลารุ่นต่างๆ ถูกถ่ายทอดผ่านเฉดสีคลาสสิกที่ตัดทอนจนเหลือเพียงแก่นแท้ ได้แก่ สีขาว, สีเขียว, สีน้ำเงิน, สีแอนทราไซต์, สีไอซ์บลู และสีน้ำตาล วัสดุของตัวเรือนและสายมีให้เลือกสรรตั้งแต่วัสดุสแตนเลสสตีลล้วน, สองกษัตริย์, ไปจนถึงทองคำบริสุทธิ์ โดยรุ่นหน้าปัดสีไอซ์บลูจะมาพร้อมขอบตัวเรือนพลาตินัมอันเป็นเอกลักษณ์คลาสสิก


CHRONOMAT B01 42
รุ่นโครโนกราฟได้รับการยกระดับความสบายในการสวมใส่ด้วยการลดความหนาของตัวเรือนลงจาก 15.1 มิลลิเมตร เหลือเพียง 13.77 มิลลิเมตร การถอดสเกลวัดค่า 1/100 ออกจากวงขอบหน้าปัดด้านใน ช่วยเพิ่มความสามารถในการอ่านค่าให้ชัดเจนและเรียบง่ายยิ่งขึ้น นอกจากนี้ บ่าป้องกันเม็ดมะยม ยังถูกปรับลดขนาดให้เล็กลง ช่วยให้การไขลานและการตั้งค่าทำได้สะดวกสบายยิ่งขึ้น ขับเคลื่อนด้วยกลไกอินเฮาส์ผ่านการรับรองมาตรฐาน COSC อย่าง Manufacture Caliber 01 ที่ผ่านการพิสูจน์สมรรถนะมาแล้ว โดยรับประกันสำรองพลังงานได้ยาวนานถึง 70 ชั่วโมง

CHRONOMAT AUTOMATIC B31 40
รุ่นนี้ขับเคลื่อนด้วยกลไกอินเฮาส์รุ่นใหม่ที่ผ่านการรับรองมาตรฐาน COSC อย่าง Caliber B31 ซึ่งเปิดตัวไปเมื่อปีที่ผ่านมา มาพร้อมพลังงานสำรองยาวนานถึง 78 ชั่วโมง ข้ามผ่านวันหยุดสุดสัปดาห์ได้อย่างสบาย และด้วยมิติตัวเรือนที่เพรียวบาง ทำให้ลงตัวพอดีกับตัวเรือนความหนาเพียง 10.99 มิลลิเมตร รุ่นนี้นับเป็นครั้งแรกของ Chronomat ในฟังก์ชันบอกเวลาและวันที่ ที่นำเสนอในขนาดตัวเรือนอเนกประสงค์ 40 มิลลิเมตร

CHRONOMAT AUTOMATIC 36
งานออกแบบปรับโฉมใหม่นี้ได้รับการรังสรรค์ขึ้นในขนาดตัวเรือน 36 มิลลิเมตร เพื่อให้เหมาะกับข้อมือที่หลากหลาย ขับเคลื่อนด้วยกลไกอัตโนมัติ Breitling Caliber 10 ที่ผ่านการรับรองมาตรฐาน COSC พร้อมสำรองพลังงานได้ 42 ชั่วโมง ตัวเรือนได้รับการปรับให้บางลงจาก 10.01 มิลลิเมตร เหลือเพียง 9.68 มิลลิเมตร โดยมีเรือนเวลาไฮไลต์ที่มาพร้อมหน้าปัด mother-of-pearl และขอบตัวเรือนประดับอัญมณี

“ทำไมต้องเปลี่ยนสิ่งที่มันดีอยู่แล้วล่ะ?” Pablo Widmer หัวหน้าฝ่ายออกแบบของ Breitling กล่าว “การอัปเดตในครั้งนี้ไม่ใช่การยกเครื่องสร้าง Chronomat ขึ้นมาใหม่ แต่เป็นการยกระดับความเรียบง่าย สัดส่วนต่างๆ มีความสอดรับกับสรีระศาสตร์มากขึ้น โดยชิ้นส่วนเอกลักษณ์ที่จดจำได้ง่ายถูกขับเน้นให้เด่นชัดด้วยดีไซน์ตัวเรือนและสายนาฬิกาที่เรียบหรูและเชื่อมโยงเป็นหนึ่งเดียวกัน”


แคมเปญ FEEL THE DETAIL
แนวทางการสร้างสรรค์นี้ถูกถ่ายทอดให้มีชีวิตผ่านแคมเปญ Feel the Detail ของ Breitling โดยเหล่าวอตช์แอมบาสเดอร์ของแบรนด์ ได้แก่ Austin Butler, Giannis Antetokounmpo และ Erling Haaland ซึ่งต่างก็เป็นผู้สวมใส่ Chronomat ในชีวิตประจำวัน ได้ร่วมกันสะท้อนความลงตัวระหว่างสไตล์เมืองอันผ่อนคลาย และฟังก์ชันการใช้งานระดับมืออาชีพ แคมเปญนี้ถ่ายทำด้วยเทคนิคการถ่ายภาพมาโคร เพื่อเชื้อเชิญให้ผู้รับชมได้สัมผัสและเข้าถึง Chronomat ผ่านรายละเอียดอันเป็นแก่นแท้ของเรือนเวลาอย่างใกล้ชิด

CHRONOMAT: ประวัติศาสตร์ที่ไม่เคยเปิดเผยของสุดยอดนาฬิกาสปอร์ตเอนกประสงค์
สำหรับผู้ที่ต้องการเจาะลึกในรายละเอียด หนังสือ Chronomat Story (สำนักพิมพ์ Watchprint, ปี 2026) จะพาทุกท่านร่วมสำรวจจุดกำเนิดและผลกระทบอันยิ่งใหญ่ของนาฬิกาจับเวลาโครโนกราฟรุ่นสำคัญที่สุดของ Breitling โดยนักข่าวเชิงสืบสวน Gerard Tubb ได้ค้นคว้าวิจัยจากเอกสารต้นฉบับ เอกสารคลังจดหมายเหตุที่พบล่าสุด ตลอดจนบทสัมภาษณ์และบอกเล่าจากสายตาของผู้มีส่วนร่วมโดยตรง เพื่อย้อนรอยการสร้างสรรค์ Chronomat สำหรับฝูงบินผาดโผน Frecce Tricolori ของอิตาลีในยุค 1980s รวมถึงบทบาทสำคัญในการฟื้นคืนชีพของ Breitling หลังยุควิกฤตการณ์นาฬิกาควอตซ์

หนังสือเล่มนี้อัดแน่นด้วยภาพประกอบอันงดงามและข้อมูลอ้างอิงที่ค้นคว้ามาอย่างประณีตพิถีพิถัน เจาะลึกถึงเรื่องราวของบุคคล ไอเดียสร้างสรรค์ และความเสี่ยงต่างๆ ที่เข้ามาพลิกโฉมแบรนด์ และร่วมสร้างคำนิยามใหม่ให้แก่โลกแห่งนาฬิกากลไกเรือนเวลาร่วมสมัย

เกี่ยวกับ BREITLING
Breitling ก่อตั้งขึ้นในปี 1884 เป็นผู้ผลิตนาฬิกาชั้นนำระดับแนวหน้าของสวิตเซอร์แลนด์ บริษัทผู้เปี่ยมด้วยนวัตกรรมแห่งนี้คือผู้คิดค้นนาฬิกาจับเวลาโครโนกราฟยุคใหม่ และเป็นผู้บุกเบิกนาฬิกาเครื่องมือสำหรับการเดินเรือและการบิน ในปัจจุบัน Breitling ยังคงเดินหน้าสร้างปรากฏการณ์ใหม่ในฐานะแบรนด์หรูที่มีความผ่อนคลาย เข้าถึงง่าย และยึดมั่นในความยั่งยืน ผ่านโชว์รูมและร้านค้ากว่า 280 แห่งทั่วโลกที่ตกแต่งในสไตล์อินดัสเทรียลลอฟต์

คอลเลกชันของ Breitling โดดเด่นด้วยการถ่ายทอดจิตวิญญาณแห่งการเดินทางทั้งทางอากาศ ทางบก และทางทะเล ซึ่งทั้งหมดถูกสะท้อนผ่านสไตล์โมเดิร์น-เรโทร อันเป็นเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนใคร คุณภาพชั้นเลิศของกลไกนาฬิกาทุกเรือนได้รับการการันตีด้วยสถานะโครโนมิเตอร์ที่ผ่านการรับรองมาตรฐาน COSC และแบรนด์ยังคงเป็นหนึ่งในผู้ผลิตนาฬิกาอิสระเพียงไม่กี่แห่งในโลกที่สามารถรังสรรค์กลไกอินเฮาส์ได้ด้วยตนเอง

ในปัจจุบัน Breitling มุ่งมั่นในพันธกิจที่จะยกระดับให้ดียิ่งขึ้น ด้วยการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์และประสบการณ์อันงดงามผ่านการใช้วัสดุที่ดีกว่า กระบวนการผลิตและการบรรจุภัณฑ์ที่ดีขึ้น ตลอดจนระบบที่สามารถตรวจสอบที่มาได้ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ การหลอมรวมศาสตร์แห่งการทำนาฬิกาคลาสสิกเข้ากับนวัตกรรมที่มีความยั่งยืนสูงสุด ทำให้ Breitling ไม่เพียงแต่เป็นบริษัทที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนานเท่านั้น แต่ยังเป็นแบรนด์ที่ก้าวล้ำนำยุคสมัยอยู่เสมอ

พบกับนาฬิกา Breitling ได้แล้วที่ตัวแทนจำหน่ายดังนี้:
Breitling at Siam Paragon Luxe Hall – สยามพารากอน Unit M 31A ชั้น M 991 ถนนพระราม 1 แขวงปทุมวัน เขตปทุมวันกรุงเทพมหานคร 10330 เบอร์ติดต่อ: +66 2 125 2128

PENDULUM
ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1992 ในฐานะผู้แทนจำหน่ายนาฬิกาหรูแห่งแรกในประเทศไทย และมีบูติกทั้งสิ้น 4 แห่งในปัจจุบัน ซึ่งล้วนตั้งอยู่ในศูนย์การค้าสำคัญๆ ทั้งในเขตกรุงเทพมหานครและจังหวัดเชียงใหม่ ปัจจุบันนี้ Pendulum เป็นตัวแทนจำหน่ายนาฬิกาหรูมากกว่า 40 แบรนด์ ทั้งภายในบูติกของตนเองและช่องทางการจัดจำหน่ายอื่นๆ ตอบโจทย์ความชื่นชอบชื่นชมที่หลากหลายของคนรักนาฬิกา ความหลากหลายของแบรนด์ชั้นนำนี้เอง ช่วยตอกย้ำความเป็นผู้นำของ Pendulum ในตลาดค้าปลีกนาฬิกาหรูในประเทศไทย

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้