A. LANGE & SÖHNE 1815 UP/DOWN

Last updated: 5 ก.ย. 2569  |  26 จำนวนผู้เข้าชม  | 

A. LANGE & SÖHNE 1815 UP/DOWN

ด้วยแรงบันดาลใจจากนาฬิกาพก Lange ในอดีต ผสานกลไกผลิตขึ้นภายในแบรนด์ที่ผ่านการตกแต่งด้วยงานฝีมืออย่างประณีต 1815 UP/DOWN สะท้อนความมุ่งมั่นของ A. Lange & Söhne ที่ไม่เคยหยุดนิ่งในการพัฒนา แม้รูปลักษณ์จะหยั่งรากลึกอยู่ในขนบของศิลปะการผลิตนาฬิกาแห่งแซกโซนี แต่ตัวเรือนขนาดกะทัดรัดและการจับคู่สีอย่างประณีตกลับมอบความสง่างามในแบบเฉพาะตัว

1815 UP/DOWN รุ่นใหม่มาในตัวเรือนพิงก์โกลด์และไวท์โกลด์ 750 จำนวน 2 รุ่น ผลิตจำกัดรุ่นละ 300 เรือน โดยยังคงให้ฟังก์ชันบอกพลังงานสำรองเป็นพระเอกของนาฬิกาอย่างเต็มที่

การแสดงพลังงานสำรองเป็นฟังก์ชันที่มีประวัติยาวนานในศาสตร์การผลิตนาฬิกาความเที่ยงตรงแห่งแซกโซนี เช่นเดียวกับนาฬิกา Lange หลายรุ่น โดยคำว่า AB (DOWN) หมายถึงกลไกที่พลังงานใกล้หมด ขณะที่ AUF (UP) หมายถึงกลไกที่ขึ้นลานเต็ม และสามารถทำงานต่อเนื่องได้นานสูงสุด 72 ชั่วโมง

ในนาฬิกาทั่วไป ฟังก์ชันแสดงพลังงานสำรองมักถูกจับคู่เข้ากับฟังก์ชันอื่น แต่สำหรับ 1815 UP/DOWN ฟังก์ชันนี้คือจุดเด่นสำคัญ หน้าปัดย่อยสำหรับแสดงพลังงานสำรองที่ตำแหน่ง 8 นาฬิกา ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับหน้าปัดย่อยวินาที ช่วยให้ผู้สวมใส่ทราบได้ทันทีว่านาฬิกาจะทำงานต่อไปได้อีกนานเพียงใด


ในด้านกลไก จุดเด่นของระบบแสดงพลังงานสำรองใน 1815 UP/DOWN คือไม่ได้เป็นโมดูลที่นำมาติดตั้งเพิ่มเติมบนกลไกเดิม แต่ถูกผสานเข้าเป็นส่วนหนึ่งของกลไกโดยตรง ผ่านระบบเฟืองดาวเคราะห์ที่ออกแบบขึ้นเป็นพิเศษเพื่อประหยัดพื้นที่

แนวคิดนี้สะท้อนการแสวงหาความสมบูรณ์แบบตามเจตนารมณ์ของ Ferdinand Adolph Lange ผู้ก่อตั้งอุตสาหกรรมนาฬิกาความเที่ยงตรงแห่งแซกโซนี โดยปีเกิดของเขาคือที่มาของตัวเลข “1815” ในชื่อรุ่น วิสัยทัศน์ของเขาคือการสร้างนาฬิกาพกที่ผสานความเที่ยงตรง ประโยชน์ใช้สอย และความสง่างามเข้าไว้ด้วยกันอย่างกลมกลืน

ดีไซน์นาฬิกาพกแบบคลาสสิก กับการจับคู่สีร่วมสมัย
สเกลนาทีแบบรางรถไฟ ตัวเลขอารบิกที่อ่านง่าย และพื้นที่หน้าปัดตรงกลางที่วางลึกลงไป ล้วนชวนให้นึกถึงนาฬิกาพก Lange ในอดีต

สำหรับ 1815 UP/DOWN รุ่นใหม่ทั้งพิงก์โกลด์และไวท์โกลด์ องค์ประกอบเหล่านี้ถูกนำเสนอผ่านหน้าปัดสีน้ำเงิน เติมภาพลักษณ์ร่วมสมัยให้กับนาฬิกา พร้อมสร้างความตัดกันอย่างโดดเด่นกับหน้าปัดย่อยสีเงินของตัวแสดงพลังงานสำรอง UP/DOWN และหน้าปัดย่อยวินาที ซึ่งมาพร้อมเข็มสีน้ำเงิน เข็มชั่วโมงและนาทีทรงเรียวแหลม เลือกใช้สีให้เข้ากับวัสดุตัวเรือน ขณะที่ขอบตัวเรือนทรงบางซึ่งไล่ระดับอย่างละเอียด ทำหน้าที่ล้อมกรอบหน้าปัดที่ได้รับการออกแบบอย่างพิถีพิถันในทุกรายละเอียด


ตัวเรือนขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 37.5 มิลลิเมตร และความหนาเพียง 8.7 มิลลิเมตร มอบสัดส่วนที่สมดุลและนำไปสู่ความสง่างามอันเป็นเอกลักษณ์ของ 1815 UP/DOWN เติมความสมบูรณ์ด้วยสายหนังจระเข้สีน้ำเงินสำหรับรุ่นไวท์โกลด์ ส่วนรุ่นพิงก์โกลด์จับคู่กับสายสีน้ำตาลแดง

ศิลปะการผลิตนาฬิกาแบบดั้งเดิม ผสานความประณีตจากงานฝีมือ
เมื่อมองผ่านฝาหลังแซฟไฟร์คริสตัล จะได้พบกับความงามของกลไกไขลานด้วยมือ L051.2 ซึ่งเป็นกลไกผลิตขึ้นภายในแบรนด์ องค์ประกอบสำคัญหลายส่วนได้รับแรงบันดาลใจจากนาฬิกาพกในอดีต ไม่ว่าจะเป็นสะพานจักรสามในสี่แบบดั้งเดิมที่ผลิตจากเงินเยอรมันที่ยังไม่ผ่านการเคลือบผิว เฟืองขึ้นลานที่มองเห็นได้และตกแต่งด้วยลวดลายซันเรย์ ไปจนถึงหลุมทับทิมแบบโกลด์แชตอนจำนวน 7 จุด ซึ่งยึดไว้ด้วยสกรูสีน้ำเงิน ใต้สะพานจักรอกที่แกะสลักด้วยมือ บรรจุระบบจักรกลอกแบบสกรู ระบบควบคุมการเดินโดยปราศจากดัชนี และสปริงจักรกลอกที่ผลิตขึ้นเองโดย Lange ทั้งหมดทำงานร่วมกันเพื่อมอบความเที่ยงตรงในการเดินระดับสูง


A. Lange & Söhne จะนำเสนอ 1815 UP/DOWN รุ่นใหม่ทั้งสองรุ่นภายในงาน Concours of Elegance ที่ Hampton Court Palace ในปีนี้

เกี่ยวกับ A. Lange & Söhne
Ferdinand Adolph Lange ช่างทำนาฬิกาจากเดรสเดิน ก่อตั้งโรงงานผลิตนาฬิกาของตนเองขึ้นในปี 1845 และวางรากฐานให้อุตสาหกรรมนาฬิกาความเที่ยงตรงของแซกโซนี นาฬิกาพกอันล้ำค่าที่เขาสร้างขึ้นยังคงเป็นที่ต้องการอย่างสูงในหมู่นักสะสมทั่วโลก

หลังสงครามโลกครั้งที่สอง บริษัทถูกยึดเป็นของรัฐ และชื่อ A. Lange & Söhne เกือบเลือนหายไปจากวงการ จนกระทั่งปี 1990 Walter Lange เหลนของ Ferdinand Adolph Lange ตัดสินใจนำแบรนด์กลับคืนสู่โลกนาฬิกาอีกครั้งด้วยความกล้าหาญ

ปัจจุบัน Lange ผลิตนาฬิกาข้อมือเพียงไม่กี่พันเรือนต่อปี โดยส่วนใหญ่ผลิตจากโกลด์หรือแพลทินัม นาฬิกาทุกรุ่นติดตั้งกลไกที่พัฒนาขึ้นและผลิตขึ้นภายในแบรนด์เท่านั้น พร้อมผ่านการตกแต่งอย่างประณีตและประกอบด้วยมือ

นับตั้งแต่ปี 1990 A. Lange & Söhne ได้พัฒนากลไกผลิตขึ้นภายในแบรนด์แล้ว 77 คาลิเบอร์ ตอกย้ำตำแหน่งระดับแนวหน้าของโลกแห่งการผลิตนาฬิกา ผลงานสำคัญ ได้แก่ LANGE 1 นาฬิกาข้อมือรุ่นแรกที่ผลิตเป็นประจำและมาพร้อมหน้าต่างวันที่ขนาดใหญ่ และ ZEITWERK ซึ่งโดดเด่นด้วยการแสดงตัวเลขที่เปลี่ยนอย่างแม่นยำแบบกระโดด

ขณะเดียวกัน กลไกซับซ้อนระดับสูงอย่าง MINUTE REPEATER PERPETUAL, LANGE 1 TOURBILLON PERPETUAL CALENDAR “Lumen” และ TRIPLE SPLIT ล้วนสะท้อนเป้าหมายสำคัญของแบรนด์ นั่นคือการผลักดันศิลปะการผลิตนาฬิกาแบบดั้งเดิมไปสู่ขีดความสามารถใหม่อย่างต่อเนื่อง

ในปี 2019 A. Lange & Söhne เปิดบทใหม่ด้วยการเปิดตัว ODYSSEUS นาฬิกาสไตล์สปอร์ต-หรูหราที่ผลิตจากสเตนเลสสตีล ซึ่งกลายเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของแบรนด์ในการขยายขอบเขตแห่งการผลิตนาฬิกา

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้