Last updated: 5 ก.ย. 2569 | 29 จำนวนผู้เข้าชม |
ตลอดระยะเวลา 235 ปี Girard-Perregaux ได้พัฒนาแนวทางและเอกลักษณ์ในการผลิตนาฬิกาที่สืบทอดผ่านกาลเวลาจากรุ่นสู่รุ่น บางส่วนได้กลายเป็นความก้าวหน้าครั้งสำคัญทางเทคนิค ขณะที่บางส่วนพัฒนาขึ้นจนกลายเป็นเอกลักษณ์อันโดดเด่นของแบรนด์ และทั้งหมดนี้ยังคงเป็นหัวใจสาคัญของ Manufacture มาจนถึงปัจจุบัน
ในปี 2025 Girard-Perregaux ฉลองครบรอบ 50 ปีของ Laureato ด้วยการเปิดตัว Laureato Fifty ซึ่งประกอบด้วย Laureato Fifty Bicolour และ Laureato Fifty Three Gold Bridges Tourbillon
ในปี 2026 Laureato Fifty ได้กลายเป็นส่วนสำคัญถาวรของคอลเลกชัน Laureato ด้วยการเปิดตัวรุ่นใหม่ในขนาด 39 มม. และ 36 มม. โดยมีให้เลือกทั้งหน้าปัด Grand Feu enamel ที่ผลิตภายในโรงงาน หน้าปัดทองคำ 18K แบบตัน หรือหน้าปัดสีเงินพร้อมขอบตัวเรือนประดับเพชร นาฬิกาแต่ละรุ่นผสานกลไก Manufacture calibre GP4800 เข้ากับงานฝีมืออันประณีต และองค์ประกอบด้านการออกแบบที่เป็นเอกลักษณ์ของ Laureato ซึ่งได้รับการพัฒนามาอย่างต่อเนื่องตลอดห้าทศวรรษ ถ่ายทอดวิสัยทัศน์ร่วมสมัยของ Girard-Perregaux ที่มีต่อนาฬิกาชั้นสูง
ล่าสุด Girard-Perregaux เปิดตัว Laureato Fifty Tourbillon Micro-Rotor 39 mm ซึ่งไม่ได้เป็นเพียงการนำเสนอนาฬิกาที่มาพร้อมกลไกซับซ้อนรุ่นใหม่เท่านั้น แต่ยังเป็นการรวมเอาเอกลักษณ์สำคัญ 5 ประการของ Manufacture ที่สืบทอดมาอย่างยาวนานไว้ในผลงานร่วมสมัยหนึ่งเดียว สะท้อนปรัชญาแห่งนาฬิกาชั้นสูงที่ได้รับการบ่มเพาะมาตลอด 235 ปี โดยมีความงามที่ถือกำเนิดจากกลไก การออกแบบที่ตอบสนองการใช้งาน และองค์ความรู้ที่แต่ละรุ่นนามาต่อยอดสู่รุ่นถัดไป


หนึ่งในเอกลักษณ์ด้านการออกแบบที่เก่าแก่ที่สุด เปิดตัวครั้งแรกโดย Constant Girard ในปี 1867 สะพานจักรรูปทรงลูกศรทั้งสามได้เปลี่ยนโครงสร้างของกลไกให้กลายเป็นเอกลักษณ์ด้านการออกแบบอันโดดเด่น และกลายเป็นหนึ่งในองค์ประกอบที่เป็นที่จดจาของวงการนาฬิกามาอย่างยาวนาน เกือบ 160 ปีต่อมา สะพานทั้งสามยังคงสะท้อนแนวคิดของ Manufacture ได้อย่างชัดเจน นั่นคือ ความงามเริ่มต้นจากภายใน
หน้าปัดอีนาเมล Grand Feu สีน้าเงินโปร่งแสง สืบสานศิลปะการตกแต่งที่แบรนด์สร้างสรรค์ขึ้นภายในมาตั้งแต่ยุคของ Jean-François Bautte ในช่วงต้นทศวรรษ 1790 และได้รับการอนุรักษ์และสืบทอดโดย Manufacture มาจนถึงปัจจุบัน
ทูร์บิญองรูปทรงพิณนับเป็นหนึ่งในเอกลักษณ์ด้านการออกแบบที่สืบทอดมายาวนานที่สุดของ Girard-Perregaux โดยปรากฏขึ้นครั้งแรกในศตวรรษที่ 19 และเปลี่ยนชิ้นส่วนควบคุมการเดินของนาฬิกาซึ่งมีหน้าที่ด้านการทางานเพียงอย่างเดียว ให้กลายเป็นองค์ประกอบที่สะท้อนถึงสุนทรียศาสตร์ กว่าหนึ่งศตวรรษต่อมา ทูร์บิญองรูปทรงดังกล่าวยังคงเป็นเอกลักษณ์อันโดดเด่น สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการผสานนวัตกรรมทางเทคนิคเข้ากับความงดงามได้อย่างลงตัว
นับตั้งแต่ปี 1975 สถาปัตยกรรมอันเป็นเอกลักษณ์ของ Laureato ได้กลายเป็นพื้นฐานที่ผสานสัดส่วน นวัตกรรมด้านกลไก และความกลมกลืนเหนือกาลเวลาเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว
ลวดลาย Clous de Paris ถูกนำมาใช้เป็นองค์ประกอบสำคัญตลอดทั้งนาฬิกา ตั้งแต่หน้าปัดที่มีให้เลือกทั้งแบบเคลือบ Grand Feu ซึ่งผลิตขึ้นภายในโรงงาน หรือแบบทองคำ 18K ในโทนโรสโกลด์ ไปจนถึงกลไกที่ตกแต่งด้วยสะพานจักรไวท์โกลด์ขนาดใหญ่ 2 ชิ้น ซึ่งใช้ลวดลายเดียวกันเพื่อเชื่อมโยงดีไซน์ด้านหน้าและด้านหลังเข้าด้วยกัน ขณะที่สะพานจักร Girard-Perregaux รูปทรงลูกศร 3 ชิ้น ซึ่ง Constant Girard เปิดตัวในปี 1867 ได้กลายเป็นหนึ่งในเอกลักษณ์ด้านการออกแบบที่โดดเด่นและสืบทอดมาอย่างยาวนานของแบรนด์ โดยเกือบ 160 ปีต่อมา สะพานจักรเหล่านี้ยังคงสะท้อนแนวคิดสำคัญของแบรนด์ที่เชื่อว่า ความงามเริ่มต้นจากภายใน

การเปิดตัวกลไก GP8410 สานต่อช่วงเวลาแห่งการพัฒนากลไกครั้งสำคัญของ Girard-Perregaux โดยภายในระยะเวลา 12 เดือน นับตั้งแต่การเปิดตัว GP4800 ในเดือนกันยายน 2025 ทางแบรนด์ได้เผยโฉมกลไกใหม่ทั้งหมด 4 คาลิเบอร์ ครอบคลุมศาสตร์แห่งนาฬิกาชั้นสูง ตั้งแต่กลไกอัตโนมัติที่ประณีตไปจนถึงกลไก Grand Complications
โดย GP4800 สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับกลไกอัตโนมัติรุ่นใหม่ของแบรนด์
ขณะที่ GP9620 ตอกย้ำความเชี่ยวชาญด้านทูร์บิญอง Three Gold Bridges
ส่วน GP9530 Minute Repeater ที่ผ่านการฉลุโครงสร้างในระดับสูง แสดงให้เห็นถึงการกลับมาของหนึ่งในกลไกซับซ้อนที่ท้าทายที่สุดของวงการนาฬิกา และ GP8410 คือบทสรุปของการพัฒนาครั้งสำคัญนี้ ด้วยการผสานกลไกทูร์บิญองรุ่นใหม่เข้ากับไมโครโรเตอร์ ทั้งหมดนี้ไม่ใช่เพียงกลไกใหม่ 4 รุ่น แต่เป็นภาพสะท้อนของแนวทางเดียวกันในการสร้างสรรค์ Haute Horlogerie ที่ Girard-Perregaux สั่งสมมาตลอด 235 ปี
โดยแต่ละคาลิเบอร์ได้รับการพัฒนาขึ้นเพื่อจุดประสงค์ทางการผลิตนาฬิกาที่แตกต่างกัน และสำหรับ Girard-Perregaux การสร้างกลไกใหม่ไม่เคยเป็นเพียงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ แต่เป็นผลลัพธ์จากการออกแบบ วิศวกรรม การสร้างต้นแบบ การทดสอบ และการปรับปรุงอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาหลายปี ด้วยความเชื่อว่าอนาคตของ Manufacture ถูกสร้างขึ้นจากการพัฒนากลไกทีละชิ้นต่อเนื่องกันไป
Laureato ไม่เคยเปลี่ยนแปลงตัวตนด้วยการออกแบบใหม่ทั้งหมด แต่ค่อยๆ พัฒนาเอกลักษณ์ผ่านการต่อยอดในแต่ละยุคสมัย เพื่อขยายขอบเขตของศาสตร์แห่งการผลิตนาฬิกา ขณะเดียวกันยังคงรักษาโครงสร้างอันชัดเจนของรุ่นนี้ไว้ นับตั้งแต่เปิดตัวในปี 1975 การพัฒนาในแต่ละช่วงเวลาได้เพิ่มมิติใหม่ให้กับคอลเลกชัน ทั้งการนำวัสดุใหม่มาใช้ การปรับสัดส่วนให้ลงตัวยิ่งขึ้น การพัฒนากลไกซับซ้อนที่มีความประณีตมากขึ้น และการเปิดตัวกลไก Manufacture รุ่นใหม่ ล้วนทำให้ Laureato ยังคงมีดีไซน์ที่จดจำได้ทันที พร้อมขยายขอบเขตของรูปแบบและความสามารถในการสร้างสรรค์อย่างต่อเนื่อง
ความต่อเนื่องนี้สะท้อนแนวทางของ Girard-Perregaux ที่มีต่อศาสตร์แห่งนาฬิกาชั้นสูง โดยการออกแบบ การสร้างกลไก การตกแต่ง และหลักสรีรศาสตร์ได้รับการพัฒนาไปพร้อมกัน โดยแต่ละองค์ประกอบมีส่วนช่วยสร้างความสอดคล้องให้กับนาฬิกาโดยรวม และ Laureato ได้กลายเป็นคอลเลกชันที่ถ่ายทอดแนวคิดแบบบูรณาการนี้ออกมาได้อย่างสมบูรณ์แบบที่สุด
สำหรับ Laureato Fifty Tourbillon Micro-Rotor 39 mm คือการสานต่อแนวทางดังกล่าวอย่างเป็นธรรมชาติ ด้วยกลไก Manufacture ใหม่ทั้งหมดที่นำเสนอการตีความร่วมสมัยของหนึ่งในเอกลักษณ์ด้านสถาปัตยกรรมที่โดดเด่นของแบรนด์ ขณะเดียวกันยังคงรักษาความสมดุล สัดส่วน และความเรียบหรูที่เป็นเอกลักษณ์ของ Laureato มาตลอด 50 ปี
ผลลัพธ์ที่ได้จึงไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงออกจากแนวทางเดิมของคอลเลกชัน แต่คืออีกหนึ่งบทของการพัฒนาที่ดำเนินต่อไปอย่างไม่หยุดนิ่ง
Laureato ถือกำเนิดขึ้นในช่วงเวลาสำคัญของวงการนาฬิกาสมัยใหม่ โดยในปี 1971 Girard-Perregaux ได้พัฒนากลไกควอตซ์ความถี่สูงที่กำหนดมาตรฐานความถี่ 32,768 Hz ซึ่งยังคงใช้กันอย่างแพร่หลายในอุตสาหกรรมนาฬิกาจนถึงปัจจุบัน และในปี 1975 นวัตกรรมดังกล่าวได้ถูกนำมาใช้กับ Laureato โดยผสานความแม่นยำทางเทคนิคเข้ากับเอกลักษณ์ด้านโครงสร้างที่โดดเด่น
Laureato รุ่นแรกได้รับการออกแบบและพัฒนาขึ้นภายในโรงงานทั้งหมด พร้อมนำเสนอภาษาการออกแบบที่จดจาได้ทันที ทั้งขอบตัวเรือนทรงแปดเหลี่ยมบนฐานวงกลม ตัวเรือนทรงตันโน และสายแบบ Integrated ซึ่งสร้างสมดุลระหว่างความสง่างาม สัดส่วน และความสปอร์ตได้อย่างลงตัว


ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา Laureato ได้พัฒนาผ่านเจเนอเรชันต่างๆ ซึ่งเปิดตัวโดยประมาณทุก 10 ปี โดยแต่ละเจเนอเรชันได้ต่อยอดทั้งด้านเทคนิคและการออกแบบ ขณะเดียวกันยังคงรักษาความสอดคล้องของโครงสร้างดั้งเดิมเอาไว้อย่างต่อเนื่อง
เจเนอเรชันที่สองได้ขยายขอบเขตของ Laureato ผ่านการพัฒนารูปแบบและกลไกซับซ้อนที่ประณีตยิ่งขึ้น ต่อมาในปี 1995 เจเนอเรชันที่สามได้ก้าวสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งสาคัญด้วยการเปิดตัวกลไกอัตโนมัติ Manufacture คาลิเบอร์ GP3100 ซึ่งช่วยตอกย้ำศักยภาพด้านกลไกของ Laureato ขณะที่เจเนอเรชันที่สี่ในปี 2003 มาพร้อมสัดส่วนที่ชัดเจนยิ่งขึ้นและบุคลิกแบบสปอร์ตที่โดดเด่นกว่าเดิม โดยยังคงรักษาความสมดุลและการผสานองค์ประกอบต่างๆ อันเป็นเอกลักษณ์ของคอลเลกชันไว้
ในปี 2016 Girard-Perregaux เปิดตัว Laureato เจเนอเรชันที่ห้า ด้วยการตีความดีไซน์ดั้งเดิมใหม่ในรูปแบบร่วมสมัยที่ยังคงยึดมั่นในจิตวิญญาณและโครงสร้างของต้นแบบ พร้อมตอกย้ำสถานะของ Laureato ในฐานะหนึ่งในคอลเลกชันหลักของแบรนด์
และในวันนี้ Laureato Fifty ยังคงเดินหน้าตามเส้นทางดังกล่าวผ่านรุ่นใหม่ที่โดดเด่นด้วยงานผลิต งานฝีมือ กลไกซับซ้อน และการตกแต่งที่ประณีตยิ่งขึ้น แทนที่จะเปลี่ยนแปลง Laureato ไปจากเดิม คอลเลกชันนี้กลับนำเสนอภาพสะท้อนที่ชัดเจนยิ่งขึ้นของตัวตนที่สืบทอดมาอย่างยาวนาน รวมถึงความเชี่ยวชาญด้านนาฬิกาชั้นสูงของแบรนด์
ตลอดระยะเวลา 5 ทศวรรษ Laureato ได้ผ่านการพัฒนาทั้งด้านวัสดุ ขนาด กลไก และฟังก์ชันซับซ้อนใหม่ ๆ ขณะเดียวกันยังคงรักษาความสอดคล้องของโครงสร้างที่เป็นหัวใจสาคัญเอาไว้ได้อย่างต่อเนื่อง ผ่านการผสมผสานระหว่างความแม่นยำทางเทคนิค ความชัดเจนด้านการออกแบบ และความสง่างามเหนือกาลเวลา
เกี่ยวกับ Girard-Perregaux
สั่งสมศาสตร์แห่งเครื่องบอกเวลาชั้นสูง มาตั้งแต่ปี 1791
ตลอดระยะเวลากว่า 235 ปี Girard-Perregaux ได้สืบสานและพัฒนาศาสตร์แห่งการผลิตนาฬิกาอย่างต่อเนื่องจากรุ่นสู่รุ่น โดยแต่ละเจเนอเรชันรับช่วงต่อ ต่อยอด และยกระดับผลงานจากคนรุ่นก่อน เพราะสาหรับ Manufacture แห่งนี้ การพัฒนานาฬิกาไม่เคยสิ้นสุด แต่เป็นกระบวนการที่เดินหน้าต่อเนื่องผ่านองค์ความรู้ ความพิถีพิถัน และกาลเวลา
สาหรับ Girard-Perregaux แล้ว Haute Horlogerie ไม่ใช่เพียงประเภทหนึ่งของการผลิตนาฬิกา แต่คือแนวทางเดียวที่แบรนด์ใช้ในการสร้างสรรค์นาฬิกา ด้วยรากฐานที่เชื่อมโยงทั้งเจนีวาและลาโชเดอฟงด์ Girard-Perregaux จึงเป็นหนึ่งใน Manufacture สัญชาติสวิสเพียงไม่กี่แห่งที่มีการผลิตแบบครบวงจร ตั้งแต่การออกแบบ การพัฒนา ไปจนถึงการผลิตนาฬิกาทั้งหมดภายในโรงงานของตนเอง ด้วยรากฐานที่หยั่งลึกในงานฝีมือและความเป็นอิสระในการตัดสินใจ ทุกผลงานจึงได้รับการสร้างสรรค์อย่างมีจุดมุ่งหมาย พร้อมยึดมั่นในเรื่องสัดส่วน ความสอดคล้อง และคุณภาพที่คงอยู่เหนือกาลเวลา
ปัจจุบัน Manufacture ของ Girard-Perregaux ประกอบด้วยกลไกที่พัฒนาขึ้นภายในโรงงานมากกว่า 30 คาลิเบอร์ พร้อมสิทธิบัตรกว่า 80 ฉบับ และยังคงพัฒนากลไกอย่างต่อเนื่อง ครอบคลุมศาสตร์แห่ง Haute Horlogerie ในทุกระดับ ตลอดระยะเวลา 12 เดือนที่ผ่านมา Manufacture ได้เปิดตัวกลไกใหม่ที่พัฒนาขึ้นภายในโรงงานทั้งหมด 4 คาลิเบอร์ สะท้อนถึงการลงทุนอย่างต่อเนื่องเพื่ออนาคตของวงการนาฬิกา ความสำเร็จเหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพื่อมุ่งสร้างความสำเร็จเพียงอย่างเดียว แต่เป็นภาพสะท้อนของ Manufacture ที่ยังคงพัฒนาต่อไป
5 ก.ย. 2569
5 ก.ย. 2569
5 ก.ย. 2569
5 ก.ย. 2569