BOUCHERON céline dion

Last updated: 15 ก.ย. 2569  |  30 จำนวนผู้เข้าชม  | 

BOUCHERON céline dion

ในค่ำคืนแรกของการแสดง “CELINE DION PARIS 2026–2027” ณ Plenitude Arena กรุงปารีส Céline Dion เลือกสวมผลงานไฮจิวเวลรี่จาก Boucheron บนเวที Céline Dion ปรากฏตัวในสร้อยคอ “The Address” จากคอลเลกชั่นไฮจิวเวลรี่ Histoire de Style 2026 พร้อมแหวน “Fuzzy, the Leopard Cat” จากคอลเลกชั่น Animaux de Collection ขณะที่ในภาพยนตร์ที่บันทึกไว้ล่วงหน้าและฉายบนจอประกอบฉาก เธอยังปรากฏตัวพร้อมสร้อยคอ “Tattoo” ซึ่งเปิดตัวครั้งแรกในคอลเลกชั่นไฮจิวเวลรี Carte Blanche 2026, Human Being และแหวน Serpent Bohème


“ฉันรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้เห็น Céline Dion สวมใส่ผลงานของ Boucheron ทั้งบนเวทีและบนจอภาพ ในฐานะดีไซน์เนอร์ และผู้ชื่นชมศิลปินผู้เป็นไอคอนอย่างเธอมาโดยตลอด การได้เห็นผลงานของเราอยู่บนตัวเธอและเปล่งประกายไปพร้อมกับการแสดงนั้น เป็นดั่งความฝันที่กลายเป็นจริง เสียงร้องของเธอได้เติมเต็มมิติใหม่ให้กับผลงานเหล่านี้ และยิ่งขับเน้นความสง่างามของผลงานแต่ละชิ้นได้อย่างน่าประทับใจ นี่คือการเฉลิมฉลองอย่างงดงามให้กับสิ่งที่ขับเคลื่อนเราในทุกวัน นั่นคือการผสานพลังระหว่างความเป็นเลิศทางศิลปะและความคิดสร้างสรรค์อันไร้ขอบเขต” แคลร์ ชวส์น ครีเอทีฟไดเรกเตอร์ของ Boucheron

“the address,” an ode to frédéric boucheron’s pioneering spirit
เปิดตัวครั้งแรกในเดือนมกราคม 2026 สร้อยคอ “The Address” เป็นหนึ่งในผลงานจากคอลเลกชั่นไฮจิวเวลรี่ Histoire de Style: Nom : Boucheron Prénom : Frédéric ซึ่งแคลร์ ชวส์น ครีเอทีฟไดเรกเตอร์ของ Boucheron ถ่ายทอดเรื่องราวของผู้ก่อตั้งเมซงผ่านสี่ผลงานชิ้นสำคัญ เพื่อบอกเล่าถึงวิสัยทัศน์อันเป็นเอกลักษณ์และจิตวิญญาณแห่งการบุกเบิกของเฟรเดอริก บูเชอรง “The Address” สะท้อนให้เห็นถึงการตัดสินใจอันเปี่ยมวิสัยทัศน์ของเฟรเดอริก บูเชอรง ในการเลือกปักหมุดที่ 26 Place Vendôme และกลายเป็นหนึ่งในช่างอัญมณีร่วมสมัยรายแรกที่เปิดบูติกบนจัตุรัสแห่งนี้ สถานที่ซึ่งในเวลาต่อมาได้กลายเป็นศูนย์กลางแห่งโลกไฮจิวเวลรี่สถานที่ซึ่งในเวลาต่อมาได้กลายเป็นศูนย์กลางแห่งโลกไฮจิวเวลรี่


เพื่อระลึกถึงเหตุการณ์อันถือเป็นปฐมบทแห่งความสำเร็จ แคลร์ ชวส์นได้นำต้นแบบสร้อยคอเส้นหนึ่ง ที่เธอค้นพบในแผนกจัดเก็บเอกสาร จี้สร้อยคออันโดดเด่นด้วยรูปทรงแปดเหลี่ยมตามแบบพื้นที่ปลาส ว็องโดม ได้ถูกนำมารังสรรค์ ปรับสัดส่วนให้แคบลง เรียวบางขึ้น และคมชัดยิ่งขึ้นโดยอาศัยลูกเล่นตัดเฉดระหว่างทองคำขาวฝังเพชรกับแลคเกอร์สีดำ ศูนย์กลางศิลปะแบบ “ภาพซ้อนภาพ” หรือ mise en abyme รูปทรงแปดเหลี่ยมคือเพชรเดี่ยวเจียระไนทรงเหลี่ยมมรกตน้ำหนัก 10.01 กะรัต และเพื่อความต่อเนื่องของสถาปัตยกรรมล้อมเพชรทรงบาเก็ต เพชรทรงกลม และเหลี่ยมมรกต ซึ่งได้รับการฝังขึ้นตัวเรือนในตำแหน่งรับแสงตกกระทบก่อให้เกิดวิถีสะท้อนกลับกระจายความสว่างได้อย่างดีที่สุด คือโจทย์ท้าทายเชิงเทคนิคที่เหล่าช่างศิลป์งานฝีมือต้องขานรับเพื่อก่อกำเนิดโค้งโครงสร้างตัวเรือนท่ามกลางรายละเอียดเหลี่ยมมุมเรขาคณิต เริ่มต้นจากส่วนของวงโค้งสร้อยโอบรอบฐานลำคอที่ต้องรองรับแลคเกอร์สีดำให้ปรากฏผลลัพธ์ราวกับลากเส้นเดี่ยวอย่างต่อเนื่องตลอดโครงสร้าง ซึ่งเป็นงานประกอบชิ้นส่วนจำนวนมากเพื่อมอบความอ่อนช้อย และด้วยความต่อเนื่องของสัณฐานโค้งดังกล่าว ยังทำให้เพชรสี่เหลี่ยมผืนผ้าหน้าแคบทั้งหลายต้องถูกนำมาเจียระไนใหม่อีกครั้งถึงสามารถฝังชิดขอบเรียงต่อกัน เพื่อรับกับส่วนโค้งของต้นคออย่างเป็นธรรมชาติ โดยต้องใช้เวลาในการรังสรรค์ผลงานชิ้นนี้ถึง 1,107 ชั่วโมง


“fuzzy, the leopard cat”
Fuzzy สานต่อเรื่องราวของคอลเลกชั่น Animaux de Collection ของ Boucheron ซึ่งถือกำเนิดขึ้นจากเวิร์กช็อปของเมซงตั้งแต่ปี 1866 ไม่ว่าจะเป็นเม่น แพนด้า แมว จักจั่น (cicada) หรือกวาง ตลอดระยะเวลากว่า 160 ปี เมซงได้รังสรรค์อาณาจักรแห่งสัตว์นานาชนิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยถ่ายทอดเอกลักษณ์ของสัตว์แต่ละชนิดผ่านรายละเอียดอันประณีต จนความสมจริงก้าวข้ามสู่ภาพลวงตาอันน่าหลงใหล ไม่ว่าจะเป็นขนสัตว์ (pelts) ที่รังสรรค์จากทองคำ ขนนกที่ประดับด้วยเพชรระยิบระยับ หรือดวงตาที่เน้นด้วยอัญมณีหลากสีสัน ล้วนสะท้อนถึงความเชี่ยวชาญและงานหัตถศิลป์อันเป็นเลิศของช่างฝีมือ พร้อมเผยให้เห็นเอกลักษณ์อันโดดเด่นของสัตว์แต่ละชนิด สำหรับแหวน Fuzzy จิตวิญญาณของเสือดาวถูกถ่ายทอดผ่านลวดลายขนที่รังสรรค์จากทองคำสีชมพู แลกเกอร์สีดำ เพชรสีขาว และเพชรสีแชมเปญ โดยมีทัวร์มาลีนสีเขียวเจียระไนทรงคุชชั่น น้ำหนัก 18.17 กะรัต ประดับอยู่ ณ ใจกลางของผลงาน


“tattoo”, jewelry as an inscription on the skin
ลวดลายที่ประดับอยู่บนเครื่องประดับได้รับแรงบันดาลใจจากสุนทรียศาสตร์ของศิลปะรอยสักในยุควิกตอเรีย โดยเลือกใช้โมทิฟอันเป็นที่จดจำของ Boucheron อย่างดอกฝิ่น กุหลาบ นกชิคาดี จักจั่น งู ผีเสื้อ และพรรณใบไม้ต่างๆ ซึ่งหลายลวดลายถูกนำมาจากคลังเก็บผลงานของเมซงโดยตรง โมทิฟเหล่านี้ได้รับการจัดวางในองค์ประกอบสมมาตรที่แผ่ขยายจากศูนย์กลางออกสู่ด้านนอก ทั้งบนสร้อยคอและแหวน โดยการร้อยเรียงกันอย่างกลมกลืนจนเกิดเป็นลวดลายประดับที่ดูราวกับถูกวาดลงบนผิวจริง

การสร้างภาพลวงตาเสมือนรอยสักบนผิวกายไม่อาจอาศัยเพียงการแกะสลักลงบนควอร์ตซ์สีควันเท่านั้น หากยังจำเป็นต้องเปิดทางให้แสงสามารถส่องผ่านเนื้ออัญมณี เพื่อขับเน้นรายละเอียดของโมทิฟต่าง ๆ ให้ปรากฏเด่นชัดยิ่งขึ้น ด้วยเหตุนี้ ศิลปะพลอยสลัก หรือ Glyptic Art จึงเป็นเทคนิคที่เหมาะสมสำหรับการสร้างสรรค์ครั้งนี้ หัตถศิลป์โบราณแขนงนี้อาศัยการแกะเซาะลึกลงไปในเนื้อหิน เพื่อสร้างมิติที่ชวนให้นึกถึงงานประติมากรรมนูนต่ำ ซึ่งถูกนำมาตีความใหม่ผ่านเครื่องประดับชุดนี้ ช่างฝีมือได้พัฒนาเครื่องมือขึ้นเป็นการเฉพาะมากกว่า 200 ชิ้น โดยแต่ละชิ้นได้รับการออกแบบให้เหมาะกับรายละเอียดเฉพาะส่วนของงานแกะสลัก ด้วยคุณสมบัติของควอร์ตซ์ที่มีความแข็งสูง เครื่องมือเหล่านี้จึงต้องได้รับการผลิต ปรับแต่ง และขึ้นรูปใหม่อย่างต่อเนื่องตลอดกระบวนการทำงาน เพื่อให้สามารถถ่ายทอดลวดลายอันซับซ้อนได้อย่างสมบูรณ์แบบ งานประเภทนี้ต้องอาศัยความแม่นยำอย่างสูง เนื่องจากเป็นกระบวนการที่ไม่อาจย้อนกลับได้ เมื่อเนื้อหินส่วนใดถูกตัดออกไปแล้ว ย่อมไม่สามารถนำกลับคืนมาได้อีก ความท้าทายสำคัญจึงอยู่ที่การสร้างความสมมาตรของโมทิฟที่ปรากฏซ้ำตลอดทั้งชิ้นงาน รวมถึงการแกะสลักลงบนอัญมณีขนาดเล็ก โดยเครื่องประดับชุดนี้ได้รังสรรค์ขึ้นจากเพชร Troïdia น้ำหนัก 1.74 กะรัต D VVS1 และควอตซ์สีควันน้ำหนักรวม 580 กะรัต พร้อมประดับเพชรบนตัวเรือนทองคำขาว โดยผลงานชิ้นนี้ต้องอาศัยเวลาในการรังสรรค์กว่า 3,740 ชั่วโมง ในจำนวนนี้กว่า 1,100 ชั่วโมงทุ่มเทให้กับศิลปะพลอยสลักอันประณีต เพื่อรังสรรค์รายละเอียดในทุกองค์ประกอบอย่างพิถีพิถัน


serpent bohème
Serpent Bohème ถือกำเนิดขึ้นในปี 1968 และนับเป็นอีกหนึ่งไอคอนของเมซง ภายในเวิร์กช็อปของ Boucheron ทองคำถูกขึ้นรูปด้วยความเชี่ยวชาญของช่างฝีมือ ผู้สืบทอดงานหัตถศิลป์อันเก่าแก่ที่ได้รับการถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่นนับตั้งแต่การก่อตั้งเมซงในปี 1858 ช่างฝีมือขึ้นรูปและแกะสลักโลหะล้ำค่าเพื่อถ่ายทอดรายละเอียดของเกล็ดแต่ละเกล็ดอย่างประณีต ขณะที่รูปทรงหยดน้ำประดับอัญมณีเป็นเสมือนศีรษะของงูนั้นคือลวดลายอันเป็นเอกลักษณ์ของ Serpent Bohème สำหรับแหวนรุ่น XL ลวดลายอันเป็นเอกลักษณ์นี้ ได้ปรากฏในรูปทรงหยดน้ำประดับเพชร โดยมีการฝังมุกมาเธอร์ออฟเพิร์ลไว้บริเวณด้านหลังเพื่อเพิ่มประกายให้แก่เพชร ช่วยให้แสงส่องผ่านและขับให้เพชรเปล่งประกายยิ่งขึ้น

เกี่ยวกับ boucheron
Boucheron ก่อตั้งขึ้นเมื่อปีค.ศ. 1858 โดยเฟรเดริก บูเชอรง และกิจการได้เติบโตอย่างต่อเนื่องภายใต้การดูแลของทายาทสายตรงถึงสี่รุ่น ในฐานะนักออกแบบผู้มีมุมมองกว้างไกลอีกทั้งยังเป็นนักธุรกิจเครื่องประดับอัญมณีรายแรกท่ามกลางคู่แข่งร่วมสมัยที่ตัดสินใจเปิดบูติกขึ้น ณ จัตุรัสว็องโดม บูเชอรงได้สร้างอาณาจักรอันครองตำแหน่งสุดยอดแห่งความเป็นเลิศในงานเครื่องประดับอัญมณี, เครื่องประดับชั้นสูง และนาฬิกาข้อมือท่ามกลางเมซงแถวหน้ามาจนถึงทุกวันนี้ งานออกแบบสไตล์ Boucheron สะท้อนถึงความกล้าในการใช้ความคิดสร้างสรรค์อย่างอิสระ ปราศจากขอบเขตข้อจำกัดด้วยการนำทุกความคลาสสิกมารังสรรค์ให้กลายเป็นผลงานแห่งโลกอนาคตอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบัน Boucheron มีบูติกกว่า 90 สาขาทั่วโลกภายใต้การบริหารของ Kering กลุ่มบริษัทสินค้าหรูระดับสากล

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้