Last updated: 22 ต.ค. 2569 | 37 จำนวนผู้เข้าชม |
แฟรงค์ มุลเลอร์ (Franck Muller) เฉลิมฉลองหนึ่งในศาสตร์แห่งการรังสรรค์เรือนเวลาชั้นสูง (Haute Horlogerie) ที่ต้องอาศัยความพิถีพิถันและความแม่นยำสูงสุด ด้วยผลงานเรือนเวลาสามรุ่นพิเศษที่แต่ละเรือนล้วนถ่ายทอดถึงการตีความอันโดดเด่นของศิลปะงานฝีมือและศาสตร์แห่งการรังสรรค์สเกเลตัน (skeletonisation) นับจากความซับซ้อนของโครงสร้างแห่งกลไกสลับซับซ้อนของการแสดงเวลาแบบทริเปิลจั๊มปิ้ง (triple jumping) สู่จักรกลที่ดูคล้ายกับเป็นไปไม่ได้ของการแสดงแบบมิสทรี (mystery) ตลอดจนการเปลี่ยนแปลงรูปเชิงกวีของสะพานจักรไปสู่ลวดลายดอกไม้ เรือนเวลาเหล่านี้ล้วนแสดงให้เห็นถึงวิธีที่ศิลปะของการเปลือยโปร่งหรือโอเพนเวิร์ก (openworking) สามารถสร้างสรรค์รูปแบบที่แตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง ขณะที่ยังคงหยั่งรากลึกในความเป็นเลิศด้านเทคนิค
ผ่านศิลปะอันซับซ้อนละเอียดอ่อนของการรังสรรค์สเกเลตัน แฟรงค์ มุลเลอร์ ซึ่งได้รับการขนานนามว่า มาสเตอร์ ออฟ คอมพลิเคชันส์ (Master of Complications) ได้นำความเชี่ยวชาญทางเทคนิคอันเลื่องชื่อนี้มาถ่ายทอด พร้อมทั้งเชิดชูเกียรติภายในเรือนเวลาอันควรค่าอย่างแท้จริง โดยเหนือไปกว่ารูปแบบของการตกแต่งอันงดงามวิจิตร ที่การรังสรรค์สเกเลตันนั้นถือเป็นกระบวนการในการลดทอนกลไกไปสู่โครงสร้างอันเป็นหัวใจเท่าที่จำเป็น โดยยังคงรักษาไว้ซึ่งความแข็งแรง ความเชื่อถือได้ และประสิทธิภาพ ทุก ๆ องค์ประกอบทั้งสะพานจักร เพลท และชิ้นส่วนรองรับต่างๆ จึงจำเป็นต้องผ่านการออกแบบและผลิตเชิงวิศวกรรมขึ้นมาใหม่อย่างพิถีพิถัน เพื่อให้คงความทนทานและความสามารถในการตอบสนองความต้องการสำหรับการใช้งานด้านฟังก์ชันได้อย่างสมบูรณ์ ขณะเดียวกันก็สร้างสรรค์ภาพอันกลมกลืนขององค์ประกอบเหล่านี้ และเพื่อให้ได้ผลลัพธ์นี้ กลไกจึงไม่ได้ถูกซ่อนอยู่หลังหน้าปัดอีกต่อไป แต่ได้กลายมาเป็นส่วนของหน้าปัดเอง พร้อมทั้งเผยความประณีตของการตกแต่ง และอัจฉริยะภาพเชิงช่างฝีมือที่ไม่ได้ถูกซ่อนใดๆ จากการมองเห็น
มาสเตอร์ จั๊มเปอร์ สเกเลตัน
เรือนเวลา ลอง ไอส์แลนด์ อีโวลูชัน มาสเตอร์ จั๊มเปอร์ สเกเลตัน (Long Island Evolution Master Jumper Skeleton) นับเป็นตัวแทนถึงศิลปะแห่งการรังสรรค์สเกเลตันที่มีความโดดเด่นในระดับเทคนิคสูงสุด โดยการลดทอนองค์ประกอบที่บดบังสายตาออกทั้งหมด เพื่อเผยให้เห็นกลไกอันซับซ้อนที่จำเป็นสำหรับขับเคลื่อนระบบจักรกลแสดงเวลาแบบทริเปิลจั๊มปิ้ง ครั้งแรกของแฟรงค์ มุลเลอร์ กลไกของเรือนเวลานี้ผ่านการสลักเสลาแบบเปลือยโปร่งหรือโอเพนเวิร์กอย่างพิถีพิถันละเอียดอ่อน เพื่อเผยให้เห็นการทำงานร่วมกันอันซับซ้อนของดิสก์ทั้งห้าตัวที่หมุนไปพร้อมกัน พร้อมทั้งทำหน้าที่แสดงชั่วโมง นาที และวันที่ในแบบเปลี่ยนฉับพลัน โดยแทนที่จะซ่อนระบบกลไกซึ่งทำงานประสานกันอย่างสลับซับซ้อนนี้ไว้ใต้หน้าปัด แต่ด้วยโครงสร้างแบบสเกตันจึงเผยให้เห็นความประณีตและแม่นยำในการตกแต่งกลไกนี้ไว้อย่างโดดเด่น ณ ศูนย์กลางของตัวเรือนที่ได้มอบประสบการณ์การมองเห็นอันแสนพิเศษ

ใจกลางเรือนเวลานี้บรรจุไว้ด้วยกลไกผลิตในโรงงาน คาลิเบอร์ เอ็มวีที 3100-ซีเอส1 (MVT 3100-L) โดยการออกแบบเชิงวิศวกรรม เพื่อขับเคลื่อนการแสดงแบบจั๊มปิ้งที่สอดคล้องกันอย่างสมบูรณ์ของทั้งสามการแสดงผ่านทางช่องหน้าต่างซึ่งจัดวางด้วยระยะห่างเท่าๆ กัน ขณะที่การแสดงแบบจั๊มปิ้งถือเป็นระบบที่ใช้พลังงานสูงอยู่แล้ว แต่ความท้าทายนั้นยิ่งทวีคูณมากขึ้นไปอีก เมื่อตัวเลขชั่วโมง นาที และวันที่ ต้องเปลี่ยนแบบฉับพลันไปพร้อมกันในเสี้ยววินาทีอย่างแม่นยำ และต้องใช้พลังงานสูงสุดขึ้นอีกเมื่อสิ้นสุดวัน ด้วยเพราะทุกการแสดงทั้งหมดจำเป็นต้องทำงานอย่างฉับพลันพร้อมกัน แต่ยังคงรักษาไว้ซึ่งระดับแห่งความเที่ยงตรงแม่นยำได้อย่างแท้จริง
เพื่อให้ได้ผลลัพธ์นี้ ช่างฝีมือระดับมาสเตอร์ของ แฟรงค์ มุลเลอร์ ได้พัฒนาโครงสร้างของนวัตกรรมตลับลานคู่ โดยตลับลานตัวหนึ่งทำหน้าที่ขับเคลื่อนกลไกและจักรกลแสดงวันที่ ขณะที่ตลับลานตัวที่สองทำหน้าที่ในการขับเคลื่อน การแสดงชั่วโมงและนาทีแบบจั๊มปิ้ง การแบ่งความต้องการพลังงานเหล่านี้ออกเป็นสองแหล่งนั้นช่วยให้ระบบสามารถจ่ายแรงบิดที่เสถียร และสามารถมอบสมรรถนะการทำงานที่สม่ำเสมอตลอดช่วงระยะเวลาของการสำรองพลังงาน
กลไกของเรือนเวลา ลอง ไอส์แลนด์ อีโวลูชัน มาสเตอร์ จั๊มเปอร์ สเกเลตัน ผ่านการรังสรรค์แบบสเกเลตันเพื่อเน้นย้ำถึงความสำเร็จทางเทคนิคนี้ โดยประกอบด้วยดิสก์การแสดงทั้งห้าตัว พร้อมด้วยเฟืองต่างๆ ซึ่งควบคุมการเคลื่อนที่ของดิสก์เหล่านี้ที่ยังคงสามารถมองเห็นได้จากด้านหน้าปัดของนาฬิกา ผ่านการผลิตขึ้นรูปสะพานจักรรองรับมาอย่างแม่นยำ และ ทุกๆ องค์ประกอบเชิงโครงสร้างนี้ยังได้รับการผลิตมาอย่างพิถีพิถันขึ้นรอบสัดส่วนขนาดยาวของกลไก และเปลี่ยนรูปกลไกไปสู่ส่วนประกอบทางเทคนิคอย่างที่แท้จริง ขณะที่ยังสามารถมองเห็นถึงการไหลเวียนของพลังงานผ่านระบบอันซับซ้อนของจักรกลนี้ได้
เสริมด้วยกระจกแซฟไฟร์เพิ่มเติมที่ผสานอยู่ในระดับเดียวกันกับขอบตัวเรือนด้านในซึ่งเพิ่มความมีมิติมากยิ่งขึ้นให้กับการแสดงเวลา โดยการผสานกรอบต่าง ๆ ของช่องหน้าต่างทั้งสามช่องสำหรับแสดง “ชั่วโมง” “นาที” และ “วันที่” ลงโดยตรงบนกระจก โครงสร้างนี้ช่วยรักษาพื้นที่เปิดให้กับกลไก ขณะเดียวกันก็สร้างสรรค์เป็นสุนทรียะความสวยงามทางเทคโนโลยีขั้นสูงที่เล่นระดับกัน พร้อมทั้งเสริมความรุ่มรวยให้กับสัมผัสแห่งความมีมิติอันลุ่มลึกให้กับกลไกทั้งชุด
เรือนเวลา ลอง ไอส์แลนด์ อีโวลูชัน มาสเตอร์ จั๊มเปอร์ สเกเลตัน เปิดตัวในปีนี้ด้วยตัวเรือนแบบสองวัสดุอันโดดเด่นที่จับคู่ระหว่างตัวเรือนด้านในโรสโกลด์เข้ากับตัวเรือนด้านนอกทำจากไทเทเนียมเคลือบ พีวีดี (PVD) สีดำ เหนือไปกว่าภาพที่ดูตัดกันอย่างโดดเด่นคือการเผยให้เห็นโครงสร้างแบบเล่นระดับหลายชั้น ซึ่งยังทำหน้าที่ทางเทคนิคโดยการเสริมการป้องกันจากแรงกระแทกสำหรับกลไก ขณะที่ปล่อยให้การแสดงบนกระจกแซฟไฟร์สามารถถูกยึดเข้ากับขอบด้านข้างตัวเรือนได้โดยไร้สกรูที่มองเห็น ผลลัพธ์ที่ได้คือการนำเสนอโครงสร้างที่กลมกลืนกันมากยิ่งขึ้น ทั้งยังเสริมความโดดเด่นให้กับ พื้นที่เปิดของกลไกแบบสเกเลตัน และนอกเหนือจากการตีความใหม่นี้ เรือนเวลารุ่นนี้ยังคงมีให้เลือกในเวอร์ชันดั้งเดิมซึ่งถ่ายทอดความโดดเด่นผ่านรายละเอียดการตกแต่งในโทนสีเขียวใบสน แสดงออกถึงสไตล์สปอร์ตภายใต้บุคลิกเฉพาะตัวทางเทคนิคของคอลเลกชันนี้ได้อย่างดี
ราวนด์ ทริเปิล มิสทรี สเกเลตัน
สร้างก้าวสำคัญครั้งใหม่ให้กับ แฟรงค์ มุลเลอร์ ด้วยเรือนเวลา ราวนด์ ทริเปิล มิสทรี สเกเลตัน (Round Triple Mystery Skeleton) ในฐานะนาฬิการุ่นแรกในซีรีส์ มิสทรี (Mystery) ที่มาพร้อมการถ่ายทอดเวลาในรูปแบบสเกเลตันอันสมบูรณ์ โดยการเผยให้เห็นจักรกลที่จัดวางอยู่ภายใต้การแสดงแบบไร้เข็มอันเป็นเอกลักษณ์ของเฮาส์ (House) ภายในเรือนเวลาซึ่งนำเสนอมุมมองใหม่อันน่าหลงใหลของความสลับซับซ้อน โดยการแปลงเปลี่ยนรูปกลไกให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของภาพอันสะกดสายตา
ความโปร่งใสเชิงสถาปัตยกรรมได้รังสรรค์นิยามใหม่ของหน้าปัดแสดงเวลา ที่ซึ่งการรังสรรค์ความเปลือยโปร่งในแบบ สเกเลตันได้ขยายอย่างกลมกลืนจากดิสก์กลางออกไปสู่ทั้งดิสก์ชั่วโมงและดิสก์นาที ความท้าทายของการรังสรรค์ศิลปะแบบสเกเลตันของเรือนเวลา มิสทรี นี้ยังรวมไปถึงการรักษาไว้ซึ่งภาพอันบางเบาราวกับไร้น้ำหนักของดิสก์หมุน ขณะเดียวกันก็เผยให้เห็นถึงจักรกลที่อยู่ข้างใต้ซึ่งทำหน้าที่ขับเคลื่อนดิสก์เหล่านี้ และเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ดังกล่าว กลไกของเรือนเวลาจึงจำเป็นต้องถูกลดทอนให้เหลือเพียงกรอบโครงอันละเอียดอ่อนพิเศษ และปล่อยให้สายตาสามารถมองไล่ไปตามการส่งทอดพลังงานผ่านกลไก ขณะที่ยังคงรักษาไว้ซึ่งภาพที่ปรากฏอันงดงามวิจิตรของดิสก์ต่าง ๆ ซึ่งดูคล้ายกับกำลังลอยเคลื่อนที่อยู่ภายใน
ทำงานโดยกลไกผลิตในโรงงาน คาลิเบอร์ เอ็มวีดี 2800-ทีเอ็มวาย (MVD 2800-TMY) ที่กลไกแบบเปลือยโปร่งและมองเห็นได้นี้ทำหน้าที่ขับเคลื่อนดิสก์หมุนทั้งสามชิ้นได้อย่างอิสระสมบูรณ์เพื่อแสดงเวลาชั่วโมง นาที และวินาที และยังเก็บพลังงานได้นานถึง 42 ชั่วโมง โดยการขจัดปะเก็นตัวเรือนด้านหลังออก ที่งานออกแบบของกลไกนี้ช่วยเผยภาพที่มองเห็นได้จากด้านหลังของกลไกอย่างไร้อุปสรรค ซึ่งรองรับไว้โดยวงแหวนประกอบตัวเรือนแซฟไฟร์โปร่งใสซึ่งมีความแข็งแรงทนทาน


ดิสก์วินาทีกลางซึ่งหมุนอย่างรวดเร็วถูกออกแบบมาเพื่อน้ำหนักที่เบาพิเศษ ซึ่งหนักเพียง 0.052 กรัม ประกอบด้วยตลับอะลูมิเนียมสเกเลตัน (0.047 กรัม) เครื่องหมายแสดงเวลาแซฟไฟร์ทรงสามเหลี่ยม (0.002 กรัม) และเพชรที่จัดวางไว้ตรงกลาง (0.003 กรัม) สะพานจักรซึ่งวัดความกว้างได้เพียง 0.3 มม. แต่ละตัวนั้นยังสะท้อนถึงระดับแห่งความแม่นยำพิเศษ พร้อมทั้งสร้างสมดุลระหว่างการผสานเชิงโครงสร้างเข้ากับความบางเบาของภาพที่มองเห็น โครงสร้างอันซับซ้อนประณีตเหล่านี้ได้สร้างสรรค์ภาพแห่งความไร้น้ำหนัก ขณะเดียวกันก็ยังคงรักษาไว้ซึ่งความแข็งแรงทนทานที่จำเป็นสำหรับประสิทธิภาพการทำงานที่เชื่อถือได้
ดิสก์แสดงวินาที นาที และชั่วโมง ล้วนผ่านการรังสรรค์แบบสเกเลตันภายใต้ลวดลายเรขาคณิตอันละเอียดอ่อนซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมาจากสไปโรกราฟ (spirograph) ที่ถูกเลือกมาใช้เพื่อย้ำเตือนถึงการเคลื่อนหมุนได้อย่างไม่มีสิ้นสุดของนาฬิกา องค์ประกอบนี้ยังสร้างสรรค์เป็นการเล่นซ้อนกันอันชวนให้หลงใหลของแสง ลวดลายเรขาคณิต และการเคลื่อนที่ ด้วยทุกๆ การหมุนของดิสก์สเกเลตันที่เผยให้เห็นแสงสะท้อนและมุมมองใหม่ๆ ทั้งยังตอกย้ำถึงคุณลักษณะอันโดดเด่นที่ชวนให้นึกถึงธรรมชาติของผลงาน มิสทรี
ผสมผสานองค์ประกอบทางเทคนิคนี้ไว้ภายในตัวเรือนไวท์โกลด์ ขนาด 39 มม. ซึ่งประดับด้วยเพชรบริลเลียนต์คัต 120 เม็ด หนักรวม 3.9 กะรัต ช่วยเสริมประกายแสงอันหรูหราและเติมความสว่างไสวโดดเด่นให้กับกลไกแบบสเกเลตันได้อย่างดี ขณะที่ดิสก์ชั่วโมงและดิสก์นาทีแบบสเกเลตันยังประดับด้วยเพชรบริลเลียนต์คัต 281 เม็ด (0.96 กะรัต) พร้อมทั้งเครื่องหมายแสดงเวลารังสรรค์จากแซฟไฟร์เจียระไนทรงสามเหลี่ยมทั้งสามชิ้น หนักรวม 0.09 กะรัต เรือนเวลา ราวนด์ ทริเปิล มิสทรี สเกเลตัน ยังมีให้เลือกในหลากหลายเวอร์ชัน ทั้งรุ่นที่มาพร้อมเครื่องหมายแสดงเวลาประดับมรกตคู่กับ ตัวเรือนไวท์โกลด์ และเครื่องหมายแสดงเวลาทับทิมในตัวเรือนโรสโกลด์
ล่าสุด นาฬิกา ราวนด์ ทริเปิล มิสทรี สเกเลตัน ยังได้รับการเลือกเข้าสู่รอบสุดท้ายในสาขา เจ็มเซ็ต (Gemset) ณ งานประกาศผลรางวัลอันทรงเกียรติ กรังด์ ปรีซ์ เดอ ออร์โลเฌรี เดอ เฌแนฟ (จีพีเอชจี) 2026 (Grand Prix d’Horlogerie de Genève (GPHG) 2026)
แวงการ์ด เคอร์เว็กซ์ คัต ฟลาวเวอร์
ขยายพรมแดนของคอลเลกชันผลงานสเกเลตันแห่งดอกไม้ของเมซง (Maison) ที่ แฟรงค์ มุลเลอร์ ได้เปิดตัวอีกหนึ่งเวอร์ชันอันสดใหม่ของ แวงการ์ด เคอร์เว็กซ์ คัต ฟลาวเวอร์ (Vanguard Curvex Cut Flower) ซึ่งมาพร้อมการประดับตกแต่งด้ว แซฟไฟร์สีชมพูและเพชรบริลเลียนต์คัต เรือนเวลานี้ได้เปลี่ยนรูปกลไกแบบสเกเลตันไปสู่ทัศนียภาพเชิงจักรกลอันเบ่งบาน ที่ซึ่งเรือนเวลาชั้นสูงและเครื่องประดับอัญมณีชั้นสูงได้มาผสมผสานรวมกันอย่างกลมกลืนสมบูรณ์แบบ

ณ ศูนย์กลางของแนวคิดสร้างสรรค์นี้ยังเป็นการออกนอกกรอบจากโครงสร้างกลไกทั่วไป โดยมากไปกว่าการปิดซ่อนกลไกไว้ใต้หน้าปัดซึ่งตกแต่งอย่างสวยงาม แต่ยังเป็นกลไกเองที่ได้สร้างรูปขององค์ประกอบอันงดงามขึ้นมา ประกอบด้วยสะพานจักรต่างๆ ซึ่งโดยทั่วไปแล้วทำหน้าที่เชิงจักรกลเพียงอย่างเดียว แต่ในกลไกนี้ได้ถูกจินตนาการขึ้นใหม่ให้เป็นดั่งก้านของดอกไม้ และสร้างสรรค์กรอบของภาพสวนดอกไม้ที่ทำหน้าที่รองรับทั้งจักรกลของนาฬิกา และเป็นภาพลักษณ์อันสวยงามโดดเด่นของผลงานนี้ ชิ้นส่วนประกอบซึ่งทำหน้าที่ด้านฟังก์ชันของนาฬิกาและงานออกแบบการตกแต่งที่สวยงามได้กลายเป็นสิ่งที่ไม่อาจแยกออกจากกันได้ และมอบผลลัพธ์ของกลไกซึ่งมีโครงสร้างอันโดดเด่นพร้อมทั้งถ่ายทอดเอกลักษณ์เชิงสุนทรียะความสวยงามได้โดยตรงด้วย
การจัดวางดอกไม้อย่างพิถีพิถันละเอียดอ่อนซึ่งบรรจุอยู่ภายในตัวเรือน แวงการ์ด (Vanguard) ทำจากโรสโกลด์นี้ได้ถ่ายทอดภาพของดอกไม้ขนาดใหญ่กว่าสามดอก และดอกไม้ขนาดเล็กกว่าอีกสามดอก ที่ปรากฏราวกับลอยอยู่เหนือกลไก ดอกไม้บานสะพรั่งเหล่านี้ประกอบด้วยกลีบดอกประดับแซฟไฟร์สีชมพูเจียระไนทรงเคอร์เว็กซ์คัต (Curvex Cut™) พิเศษ จำนวน 36 เม็ด แต่ละเม็ดมี 73 เหลี่ยมเจียระไนทรงเรขาคณิตผ่านการจดสิทธิบัตร ขณะที่เพชรบริลเลียนต์คัตหกเม็ดได้เผยประกายแสงอันสุกสกาวที่ใจกลางของดอกไม้แต่ละดอก โดยจัดวางไปตามความโค้งอันนุ่มนวลของหน้าปัด ที่องค์ประกอบภาพของสวนดอกไม้นี้ชวนให้นึกถึงการเคลื่อนไหวตามธรรมชาติของดอกไม้บาน ขณะเดียวกันก็ดึงดูดสายตาผ่านสถาปัตยกรรมอันซับซ้อนของกลไกที่อยู่ข้างใต้

ด้วยความโปร่งใสยังช่วยให้แสงสามารถทะลุผ่านโครงสร้างแบบเปลือยโปร่งหรือโอเพนเวิร์กนี้ได้อย่างอิสระ พร้อมทั้งเผยภาพของการเคลื่อนไหวได้จากทุก ๆ มุม และย้ำถึงความมีมิติอันลุ่มลึก ขับเคลื่อนการทำงานโดยกลไกผลิตในโรงงานเอ็มวีที เอฟเอ็ม 1540-วีเอส3 (MVT FM 1540-VS3) ซึ่งเป็นกลไกจักรกลไขลานด้วยมือแบบสเกเลตัน พร้อมด้วยพลังงานสำรองนานสี่วัน ที่เรือนเวลานี้ได้ถ่ายทอดวิธีที่สถาปัตยกรรมทางเทคนิคสามารถทำหน้าที่ได้ทั้งมอบสมรรถนะทางจักรกลและการแสดงออกเชิงศิลป์อันงดงาม
นับเป็นผลลัพธ์จากศิลปะการรังสรรค์แบบสเกเลตันภายใต้รูปแบบเชิงกวีอันโดดเด่นสูงสุด โดยการเปลี่ยนรูปชิ้นส่วนเชิงโครงสร้างไปสู่องค์ประกอบภาพของดอกไม้อันมีชีวิตชีวา ที่เรือนเวลา แวงการ์ด เคอร์เว็กซ์ คัต ฟลาวเวอร์ ได้ขยายขีดความสามารถของ แฟรงค์ มุลเลอร์ ในการหลอมรวมเป็นหนึ่งระหว่างการรังสรรค์นาฬิกาอันซับซ้อนเข้ากับศิลปะแห่งการประดับตกแต่งอัญมณีอันประณีตวิจิตร พร้อมทั้งเก็บรักษาไว้ซึ่งความงามอันแสนสั้นของดอกไม้ให้อยู่ในรูปแบบที่รังสรรค์มาเพื่อความคงทนถาวร

เรือนเวลา แวงการ์ด เคอร์เว็กซ์ คัต ฟลาวเวอร์ ยังนำเสนอในเวอร์ชันอื่นๆ ซึ่งมาพร้อมการประดับทับทิมเคอร์เว็กซ์คัต มรกต แซฟไฟร์ และเพชร ภายใต้ตัวเรือนโรสโกลด์ หรือไวท์โกลด์ประดับด้วยเพชรทั้งเรือน รวมถึงนาฬิการุ่น คัลเลอร์ ดรีมส์ (Color Dreams) พิเศษที่มาพร้อมกลีบดอกไม้ประดับอัญมณีล้ำค่าหลากสีสันบนหน้าปัดแบบสเกเลตัน
และล่าสุด ผลงาน แวงการ์ด เคอร์เว็กซ์ คัต ฟลาวเวอร์ ได้รับการเลือกเข้าสู่รอบสุดท้ายในสาขา จิวเวลรี (Jewellery) ณ งานประกาศผลรางวัลอันทรงเกียรติ กรังด์ ปรีซ์ เดอ ออร์โลเฌรี เดอ เฌแนฟ (จีพีเอชจี) 2026
เกี่ยวกับ เฮาส์ ออฟ แฟรงค์ มุลเลอร์
เฮาส์ ออฟ แฟรงค์ มุลเลอร์ (House of Franck Muller) ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1991 โดยช่างนาฬิกาชั้นครู แฟรงค์ มุลเลอร์ (Franck Muller) ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญด้านการผลิตนาฬิกาและนักธุรกิจ วาร์ทัน เซอร์เมกส์ (Vartan Sirmakes) นับเป็นหนึ่งในบริษัทนาฬิกาอิสระที่มีชื่อเสียงโด่งดังที่สุดในการประดิษฐ์เรือนเวลาร่วมสมัย โดยแฟรงค์ มุลเลอร์ เลื่องชื่อด้านความประณีตในการสร้างสรรค์กลไกจักรกลสุดพิเศษที่เต็มไปด้วยความซับซ้อน และส่วนใหญ่ยังนับเป็นนวัตกรรมกลไกเอกสิทธิ์เฉพาะของแบรนด์ที่พัฒนาและผลิตขึ้นภายในโรงงาน ณ หมู่บ้าน เกนท์ออด (Genthod) ของเมืองเจนีวา หรือที่รู้จักกันในชื่อ วอทช์แลนด์ (Watchland) ด้วยความสำเร็จจากการเปิดตัวผลงานที่นับเป็นครั้งแรกของโลกและสิทธิบัตรมากกว่า 50 ฉบับ แฟรงค์ มุลเลอร์ได้สร้างสีสันด้วยประดิษฐกรรมเวลาชิ้นเอกของโลก ที่ได้รับความชื่นชมจากผู้คนที่สนใจและหลงใหลในเรือนเวลา รวมถึงคนดังจากทั่วโลก เช่นเดียวกับผลงานการออกแบบอันเป็นตัวแทนสะท้อนถึงความก้าวหน้า ล้ำสมัยทางเทคนิคซึ่งมอบไว้ให้กับประวัติศาสตร์การประดิษฐ์เรือนเวลาชั้นสูง
22 ต.ค. 2569
22 ต.ค. 2569
19 ต.ค. 2569