Last updated: 27 ต.ค. 2569 | 22 จำนวนผู้เข้าชม |
ปีค.ศ. 1968 เมซงจารึกปฐมบททางประวัติศาสตร์ให้แก่คอลเลกชัน Alhambra ในฐานะเครื่องประดับนำโชคของ Van Cleef & Arpels ซึ่งมีการรังสรรค์อย่างต่อเนื่องมาตลอดหลายต่อหลายปีโดยอาศัยแรงบันดาลใจจากรูปทรงใบโคลเวอร์สี่แฉก สะท้อนค่านิยมอันมีต่อโชคลาง ก่อกำเนิดโมทิฟ หรือแม่ลาย ซึ่งมีทั้งความอ่อนช้อย และงามสง่าเหนือกระแสความนิยมทางยุคสมัย อีกทั้งยังเอื้อต่อการใช้ไหวพริบพลิกแพลงรูปแบบผ่านวัสดุ และสีสันที่แตกต่าง มอบความหลากหลายในการสวมใส่ใช้งานจากมวลรัตนชาติอย่างนิลกาฬ หรือออนิกซ์ ไปจนถึงโมราสีเพลิงหรือคาร์เนเลียน, แม่มุกหรือมาเธอร์-ออฟ-เพิร์ลไปจนถึงไม้หม่อนงูหรือเล็ตเทอร์วูด และโลหะทองสุกสกาว ตกแต่งรายละเอียดงานฝีมือสลักลายริ้วรัศมีตะวันหรือ guilloché (กวิโญเช) รวมกระทั่งพอร์ซเลนจากเมืองแซฟรส์

สำหรับปีนี้ เมซงได้นำหนึ่งในสัญลักษณ์ตัวแทนความเป็นเลิศทางเทคนิคงานฝีมือ นั่นก็คือหัตถศิลป์ลงยา มาประดับความวิจิตรบรรจงบนตัวเรือนโมทิฟทองรูปทรงใบโคลเวอร์สี่แฉกเพื่อร้อยเรียงขึ้นเป็นสร้อยคอยาว, สร้อยคอ, จี้สร้อยคอ, สร้อยข้อมือ และต่างหู
ท่ามกลางงานเดินขอบลูกปัดทองกลมกลึงของโมทิฟแต่ละชิ้น หัตถกรรมลงยาโปร่งใสทอสีจรัสประกายถ่ายทอดเรื่องราวความเลอค่าแห่งมรดกศิลป์ที่อยู่คู่บรรดาผลงานสร้างสรรค์ของ Van Cleef & Arpels มานับแต่ก่อตั้งเมื่อปีค.ศ.1906
Alhambra คอลเลกชันเครื่องประดับนำโชคจาก Van Cleef & Arpels
ตำนานเครื่องประดับนำโชคมานับแต่ปีค.ศ. 1968
“ถ้าอยากมีโชค เราก็ต้องเชื่อในโชค” เป็นคำกล่าวติดปากของฌาคส์ อารเปลส์ หลานชายของเอสแต็ลล์ อารเปลส์


อาจกล่าวได้ว่าความเชื่อในโชคคือหนึ่งค่านิยมหลักของเมซงมานับแต่เริ่มก่อตั้ง อีกทั้งยังเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ผลงานอันทรงแบบฉบับอย่างที่สุดหลายต่อหลายชิ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง งานออกแบบโมทิฟหรือแม่ลายใบโคลเวอร์สี่แฉกเมื่อปีค.ศ. 1906 ดังปรากฏหลักฐานอยู่ภายในแผนกจัดเก็บเอกสาร และตัวอย่างชิ้นงานทางประวัติศาสตร์ของ Van Cleef & Arpels
ตลอดเวลาหลายต่อหลายปีนับจากนั้น โมทิฟซึ่งถูกร้อยเรียงขึ้นเป็นเครื่องประดับนำโชค ได้รับการรังสรรค์อย่างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการใช้วัตถุมงคลตามความเชื่อของสากลนิยมอย่างไม้สะเดาะเคราะห์ในการสรรค์สร้าง หรือตกแต่งร่วมกับบรรดาสัญลักษณ์นำโชคจากธรรมชาติอย่างเต่าทอง
เครื่องประดับชิ้นแรกอันเป็นจุดเริ่มต้นคอลเลกชัน Alhambra คือสร้อยคอทองคำสีเหลืองเส้นยาวเมื่อปีค.ศ. 1968 โดยอาศัยแรงบันดาลใจจากรูปทรงใบโคลเวอร์สี่แฉก สัญลักษณ์นำโชคตามวัฒนธรรมสากล ความลงตัวของงานออกแบบสร้อยคอสายโซ่ร้อย 20 โมทิฟทำจากทองคำสีเหลืองอัดลายริ้วประดับงานเดินขอบลูกปัดทองสองชั้น ประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็วด้วยรูปแบบโดดเด่นไม่ซ้ำใคร เป็นที่รู้จัก และจดจำได้ในฉับพลันจากแม่ลายอันชวนให้นึกถึงรายละเอียดประติมากรรมตกแต่งทั้งภายนอก และภายในของป้อมปราสาท “อา-ลัม-บรา” (อ่านตามรากศัพท์ดั้งเดิมของอารยธรรมมัวร์แห่งสเปน) ที่มาของชื่อเรียกเครื่องประดับชิ้นนี้ว่า “อัลลองบรา”


ความเรียบง่ายทางงานออกแบบอันทรงเอกลักษณ์ กับรูปทรงตัวเรือนอันเอื้อต่อการดัดแปลงรูปแบบ หรือวิธีสวมใส่ อำนวยต่อการใช้ไหวพริบพลิกแพลงทักษะความชำนาญทางหัตถศิลป์ต่างแขนง ทำให้ Alhambra ครองตำแหน่งผลงานสัญลักษณ์ประจำเมซง สะท้อนถึงสไตล์เหนือกระแสความนิยมทางยุคสมัย เป็นนิยมชมชอบของบรรดาคนดังทั่วโลกในฐานะ “เครื่องประดับนำโชค” จวบจนปัจจุบัน
ตลอดเวลาหลายต่อหลายทศวรรษ ผลงานต้นแบบเครื่องประดับนำโชค และสัญลักษณ์ทางการใช้ความคิดสร้างสรรค์อันทรงเอกลักษณ์ของเมซง ได้นำไปสู่การขยายผล ก่อความหลากหลายทั้งในแง่ของรูปแบบ, สีสัน เช่นเดียวกับการใช้วัสดุเลอค่าจากธรรมชาติ เติมเต็มความงามสง่า เหนือกระแสความนิยมทางยุคสมัย ไม่ว่าจะเป็นตัวเรือนทองคำสีเหลือง, ทองคำสีกุหลาบ หรือทองคำสีขาวรองรับงานฝีมือขัดผิวขึ้นเงาราวกระจก รวมถึงรายละเอียดตกแต่งบนเนื้อทองอย่างงานฝีมือค้อนดุนลาย และงานสลักลายริ้วรัศมีตะวัน หรือ guilloché (กวิโญเช), รัตนชาติเลอค่า, อินทรีย์วัตถุ, เพชร รวมกระทั่งกระเบื้องพอร์ซเลนจากเมืองแซฟรส์
ความลงตัวระหว่างลูกเล่นเฉดสีกับรายละเอียดเนื้อสัมผัส นำมาซึ่งการรังสรรค์ความสดใหม่ เติมเต็มความร่วมสมัย ขยายอาณาจักร Alhambra ในฐานะเครื่องประดับนำโชค ผลงานแต่ละรุ่นล้วนประสบความสำเร็จ เป็นที่ปรารถนา และสะสมในครอบครอง
19 ต.ค. 2569
17 ต.ค. 2569
20 ต.ค. 2569
21 ต.ค. 2569