TAG HEUER

Last updated: 16 ม.ค. 2569  |  378 จำนวนผู้เข้าชม  | 

TAG HEUER

ในปีนี้ TAG HEUER ขอกลับมาเน้นย้ำบทบาทของโครโนกราฟ ในฐานะหัวใจของแบรนด์ ผ่านมรดกด้านการจับเวลาที่สั่งสมมาอย่างยาวนานกว่า 165 ปี โครโนกราฟไม่เพียงเป็นฟังก์ชันสำคัญของเรือนเวลา TAG Heuer หากแต่เป็นรากฐานทางความคิดที่หล่อหลอมทั้งด้านเทคนิคและการออกแบบของแบรนด์มาตั้งแต่จุดเริ่มต้น

ด้วยการขับเคลื่อนจากความมุ่งมั่นด้านนวัตกรรมและความแม่นยำ TAG Heuer ได้สร้างชื่อในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านโครโนกราฟอย่างแท้จริง ตั้งแต่นวัตกรรมที่ได้รับการจดสิทธิบัตรในยุคแรก และการพัฒนากลไกโครโนกราฟร่วมสมัยในปัจจุบัน ทุกก้าวของการพัฒนาได้ตอกย้ำความจริงหนึ่งเดียวว่า โครโนกราฟคือดีเอ็นเอที่ฝังลึกอยู่ในตัวตนของแบรนด์ และเป็นเครื่องมือที่ให้ความสำคัญกับความแม่นยำในทุกช่วงเวลา


นับตั้งแต่การก่อตั้งโดย Edouard Heuer ในปี 1860 TAG Heuer ได้ผลักดันขีดจำกัดของการบอกเวลาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในโลกของการแข่งขันและมอเตอร์สปอร์ต ซึ่งต้องอาศัยความแม่นยำ ความชัดเจน และความน่าเชื่อถือสูงสุด ปรัชญานี้ถูกถ่ายทอดอย่างเด่นชัดผ่านคอลเลกชัน Carrera ที่ถือกำเนิดขึ้นในปี 1963 ได้รับแรงบันดาลใจจากการแข่งขันรถยนต์ระดับตำนาน Carrera Panamericana อันเป็นสัญลักษณ์ของความเร็วและจิตวิญญาณแห่งการแข่งขัน โดยถูกออกแบบขึ้นเพื่อเป็นเครื่องมือโครโนกราฟที่อ่านค่าได้อย่างชัดเจน ใช้งานได้จริง และตอบโจทย์สภาพแวดล้อมของสนามแข่ง

จากรากฐานของโครโนกราฟและแนวคิดเรื่องความชัดเจนในการอ่านค่า ดีไซน์ที่รู้จักกันในชื่อ Glassbox จึงถือกำเนิดขึ้น โดยพัฒนามาจากกระจกทรงโดมของ Carrera ยุคแรก และถูกนำมาตีความใหม่ในปี 2015 ผ่านกระจกแซฟไฟร์ทรงโดมที่เปิดมุมมองของหน้าปัดโครโนกราฟให้กว้าง ลึก และชัดเจนยิ่งขึ้น Glassbox จึงไม่ใช่เพียงองค์ประกอบด้านความงาม แต่เป็นการถ่ายทอดวิสัยทัศน์ของ TAG Heuer ที่ให้ความสำคัญกับการจับเวลาอย่างแม่นยำและการใช้งานจริงมาโดยตลอด

ในปัจจุบัน ดีไซน์ Glassbox ยังคงถูกนำมาใช้และพัฒนาอย่างต่อเนื่องควบคู่กับนาฬิกา Carrera ที่เปิดตัวในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา สะท้อนการสืบทอดมรดกด้านโครโนกราฟ พร้อมการตีความใหม่ในบริบทของยุคปัจจุบัน บทความนี้จึงขอพาย้อนกลับไปทบทวนเรือนเวลารุ่นสำคัญที่ได้นำดีไซน์ Glassbox มาใช้ และมีบทบาทในการตอกย้ำตัวตนของ TAG Heuer ได้อย่างชัดเจน

· TAG Heuer Carrera Chronograph – 39mm Ref. CBS2216.BA0041


เริ่มต้นด้วยเรือนเวลาที่สะท้อนการผสานระหว่างมรดกของโครโนกราฟคลาสสิกและแนวคิดร่วมสมัยอย่างลงตัว ตัวเรือนสเตนเลสสตีลขนาด 39 มม. มาพร้อมกระจกแซฟไฟร์ทรงโดมแบบ Glassbox ที่เปิดมุมมองของหน้าปัดได้อย่างลึกและชัดเจน หน้าปัดสีเงินตัดกับหน้าปัดย่อยสีเข้มในสไตล์ Panda Dial ถ่ายทอดแรงบันดาลใจจาก Carrera Ref. 7753 SN ในช่วงทศวรรษ 1960 ซึ่งเป็นหนึ่งในดีไซน์ไอคอนิกของคอลเลกชัน รายละเอียดของสเกลและการจัดวางฟังก์ชันโครโนกราฟถูกออกแบบอย่างสมดุล สะท้อนจิตวิญญาณแห่งความแม่นยำและความอ่านง่ายตามแบบฉบับ Carrera ภายในขับเคลื่อนด้วยกลไกอัตโนมัติ Calibre TH20-00 ที่ให้พลังงานสำรองยาวนานถึง 80 ชั่วโมง เสริมความมั่นใจในการใช้งานประจำวันด้วยสายสเตนเลสสตีลที่ทั้งแข็งแรงและสวมใส่ได้อย่างคล่องตัว

· TAG Heuer Carrera Chronograph Precious Blue – 39mm Ref. CBS2214.FC6567


ถ่ายทอดเสน่ห์ของโครโนกราฟคลาสสิกผ่านดีไซน์ที่หรูหราและร่วมสมัย ตัวเรือนสเตนเลสสตีลขนาด 39 มม. โดดเด่นด้วยกระจกแซฟไฟร์ทรงโดมแบบ Glassbox ที่เปิดมุมมองของหน้าปัดสีน้ำเงินลาย circular-brushed ได้อย่างเต็มตา เสริมความประณีตด้วยการประดับเพชรบนหน้าแปลน และหลักชั่วโมงอย่างพอดี เพิ่มมิติความหรูโดยไม่ลดทอนความสปอร์ตของ Carrera ด้วยสัดส่วนตัวเรือนที่สมดุล ทำให้เรือนเวลารุ่นนี้สามารถตอบโจทย์สไตล์การสวมใส่ได้อย่างหลากหลาย ภายในขับเคลื่อนด้วยกลไกอัตโนมัติ Calibre TH20-00 ที่ให้พลังงานสำรองยาวนานถึง 80 ชั่วโมง เติมเต็มภาพลักษณ์ที่สุภาพและมั่นใจด้วยสายหนังจระเข้สีน้ำเงิน เหมาะสำหรับทั้งการสวมใส่ในชีวิตประจำวันและโอกาสพิเศษ

· TAG Heuer Carrera Chronograph Precious Powdery Pink – 39mm Ref. CBS2215.FC6568


เรือนเวลาโครโนกราฟที่ผสานความหรูและความสปอร์ตไว้อย่างลงตัวในตัวเรือนสเตนเลสสตีลขนาด 39 มม. ดีไซน์โดดเด่นด้วยหน้าปัดสีชมพูอ่อนลาย circular-brushed ที่ดูอบอุ่นและร่วมสมัย พร้อมการประดับเพชรบนหน้าแปลน และหลักชั่วโมงที่เพิ่มเสน่ห์ให้กับทุกมุมมอง ภายใต้กระจกแซฟไฟร์ทรงโดมแบบ Glassbox ที่เปิดมุมมองของหน้าปัดได้อย่างเต็มตา ภายในขับเคลื่อนด้วยกลไกอัตโนมัติ Calibre TH20-00 ที่ให้พลังงานสำรองยาวนานถึง 80 ชั่วโมง พร้อมฟังก์ชันโครโนกราฟและช่องแสดงวันที่ ตอบโจทย์ทั้งการใช้งานจริงและสไตล์ที่โดดเด่น ด้วยสัดส่วนตัวเรือนที่สมดุลและโทนสีที่สวมใส่ง่าย เรือนเวลารุ่นนี้จึงเหมาะสำหรับการสวมใส่ในชีวิตประจำวัน ควบคู่ไปกับการเติมเสน่ห์ให้ลุคดูอ่อนหวานแต่ยังคงความสง่างามอย่างเป็นธรรมชาติ จับคู่กับสายหนังสีชมพูพาสเทลที่ช่วยเสริมภาพลักษณ์ให้ดูร่วมสมัยและมีชีวิตชีวา

· TAG Heuer Carrera Chronograph – 39 mm Ref. CBS2210.FC6534


ปิดท้ายด้วยนาฬิกาที่ถ่ายทอดดีไซน์ Glassbox ผสานเสน่ห์ของโครโนกราฟคลาสสิกเข้ากับมุมมองร่วมสมัยในขนาดตัวเรือน 39 มม. หน้าปัดสีดำลาย circular-brushed พร้อมการจัดวางฟังก์ชันโครโนกราฟที่สัดส่วนลงตัวภายใต้กระจกแซฟไฟร์ทรงโดม มอบความลึกและมิติที่โดดเด่น พร้อมสะท้อนจิตวิญญาณแห่งตำนานความเร็ว ซึ่งเป็นดีเอ็นเอสำคัญของ Carrera มาตั้งแต่จุดกำเนิดในโลกมอเตอร์สปอร์ต ขับเคลื่อนด้วยกลไกอัตโนมัติ Calibre TH20-00 ที่มีพลังงานสำรองยาวนานถึง 80 ชั่วโมง พร้อมฟังก์ชันจับเวลาและวันที่ที่ใช้งานได้จริง เติมเต็มภาพลักษณ์สปอร์ตคลาสสิกด้วยสายหนังลูกวัวเจาะรูสีดำ ที่เชื่อมโยงกลิ่นอายของสนามแข่งในอดีตเข้ากับสไตล์การสวมใส่ร่วมสมัยได้อย่างลงตัว

เกี่ยวกับ TAG Heuer
TAG Heuer ก่อตั้งขึ้นในปี 1860 โดยเอดูอาร์ด ฮอยเออร์ (Edouard Heuer) ณ เทือกเขาจูรา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เป็นแบรนด์นาฬิกาหรูที่เป็นส่วนหนึ่งของ LVMH Moët Hennessy Louis Vuitton SE (“LVMH”) กลุ่มธุรกิจลักชัวรีชั้นนำของโลก โดยมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่เมืองลาโชว์-เดอ-ฟงด์ (La Chaux-de-Fonds) ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ และมีโรงงานผลิตทั้งหมด 4 แห่ง พร้อมทีมงานกว่า 1,900 คน และดำเนินธุรกิจใน 139 ประเทศทั่วโลก ผลิตภัณฑ์ของ TAG Heuer วางจำหน่ายผ่านเว็บไซต์ www.tagheuer.com ในบางประเทศ รวมถึงบูติกกว่า 260 แห่ง และจุดจำหน่ายกว่า 2,300 แห่งทั่วโลก ปัจจุบันบริษัทดำเนินงานภายใต้การนำของ อองตวน ปิน (Antoine Pin) CEO ของ TAG Heuer

ตลอดระยะเวลากว่า 165 ปี TAG Heuer ได้แสดงให้เห็นถึงจิตวิญญาณแห่งการสร้างสรรค์เรือนเวลาในแบบอาวองการ์ดอย่างแท้จริง พร้อมยึดมั่นในนวัตกรรมด้วยการพัฒนาเทคโนโลยีสุดล้ำมากมาย ไม่ว่าจะเป็นกลไก Oscillating Pinion สำหรับนาฬิกาจับเวลาเชิงกลในปี 1887 การเปิดตัว Mikrograph ในปี 1916 การเปิดตัวกลไกโครโนกราฟแบบไขลานอัตโนมัติรุ่นแรกของโลกอย่าง Calibre 11 ในปี 1969 และการเปิดตัวสมาร์ทวอทช์หรูรุ่นแรกในปี 2015 ปัจจุบัน คอลเลกชันหลักของแบรนด์ประกอบด้วยสองตระกูลไอคอนิกที่ออกแบบโดย แจ็ค ฮอยเออร์ (Jack Heuer) ได้แก่ TAG Heuer Carrera และ TAG Heuer Monaco เสริมด้วยคอลเลกชันร่วมสมัยอย่าง TAG Heuer Aquaracer, Formula 1, Link และ Connected

TAG Heuer ได้สะท้อนปรัชญาใหม่ “Designed to Win” (สร้างสรรค์สู่ชัยชนะ) อย่างชัดเจน โดยสานต่อมรดกแห่งนวัตกรรมอันกล้าหาญ ความแข็งแกร่ง และสมรรถนะระดับสูง ความร่วมมือและแบรนด์แอมบาสเดอร์ชื่อดังของแบรนด์ล้วนสะท้อนถึงแรงขับเคลื่อนในการฝ่าขีดจำกัด และพร้อมส่งมอบผลงานที่ยอดเยี่ยมในทุกช่วงเวลาสำคัญ

www.tagheuer.com @TAGHeuer

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้