Last updated: 20 ก.พ. 2569 | 41 จำนวนผู้เข้าชม |
ขับเคลื่อนด้วยพลังเดียวกัน
เสน่ห์อันเย้ายวนและความแข็งแกร่งในตัวตน
ทำให้คาร์เทียร์และเสือแพนเตอร์
กลายเป็นคู่ที่แยกจากกันไม่ได้

จากยุคหนึ่งสู่อีกยุคหนึ่ง ช่างอัญมณีได้ถักทอเรื่องราวของเสือแพนเตอร์ผ่านผลงานที่โดดเด่นด้วยความกล้าหาญและความคิดสร้างสรรค์ เรื่องราวทั้งหมดเริ่มต้นขึ้นที่บูติคเลขที่ 13 รูว์ เดอ ลา เป (rue de la Paix) บ้านเกิดของเมซงในปี 1914 เสือแพนเตอร์ปรากฏตัวครั้งแรกบนเรือนเวลาประดับออนิกซ์และเพชร และในปีเดียวกันนั้น เสือแพนเตอร์ยังปรากฏตัวบนบัตรเชิญร่วมงานนิทรรศการเครื่องประดับ ซึ่งคาร์เทียร์มอบหมายให้ศิลปิน จอร์จ บาร์เบียร์ (George Barbier) รังสรรค์ จากนั้น ภายใต้การนำของ ฌาน ตูแซงต์ (Jeanne Toussaint) ผู้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ในปี 1933 เสือแพนเตอร์ได้วิวัฒนาการไปเป็นผลงานประติมากรรมสามมิติเป็นครั้งแรก
ฌาน ตูแซงต์
หรือ “ลา ปองแตร์”


ชื่อเล่นของ ฌาน ตูแซงต์ มาจากความคิดอันเฉียบคมทางและความมุ่งมั่นอันแรงกล้าของเธอ เธอและดีไซเนอร์ ปิแยร์ เลอมาร์ชองด์ (Pierre Lemarchand) ผู้ที่มักไปเยี่ยมชมสวนสัตว์แวงเซนน์ (Vincennes) ในช่วงทศวรรษ 1940 ได้ร่วมกันสร้างสรรค์เสือแพนเตอร์ในมุมมองแบบใหม่ในฐานะนักล่าผู้ทรงพลังบนมรกตทรงคาโบชองน้ำหนักกว่า 116 กะรัต ผลงานชิ้นนี้ได้กลายเป็นหนึ่งในอัญมณีที่โดดเด่นที่สุดแห่งศตวรรษที่ 20 และยังเป็นจุดเริ่มต้นของหนึ่งในธีมการออกแบบอันเป็นเอกลักษณ์ที่สุดของคาร์เทียร์อีกด้วย
จากธรรมชาตินิยมสู่นามธรรม
จากอดีตสู่ปัจจุบัน
แรงบันดาลใจที่พัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง
การแปลงกายคือธรรมชาติของเสือแพนเตอร์ นับตั้งแต่การปรากฏตัวครั้งแรกในรูปแบบลายจุด สู่การแปรเปลี่ยนเป็นอีกหลากหลายรูปแบบ ทั้งงานออกแบบที่สมจริง ผลงานเชิงประติมากรรม หรือเชิงนามธรรม
เครื่องประดับและเรือนเวลา:
สัญลักษณ์หลากมิติ
ในโลกของเครื่องประดับและเรือนเวลา ปองแตร์ เดอ คาร์เทียร์ (Panthère de Cartier) คือสัญลักษณ์ที่ไม่เคยหยุดนิ่ง เปี่ยมด้วยจิตวิญญาณแห่งยุคสมัย พร้อมส่งมอบเสน่ห์อันทรงพลังในคอลเลคชั่นล่าสุดของเมซง
เสือแพนเตอร์
พลังแห่งเสน่ห์อันทวีคูณ

เครื่องประดับอันเป็นตำนานของคาร์เทียร์กลับมาพร้อมความโดดเด่นแบบทวีคูณในคอลเลคชั่นใหม่ที่นำเสนอเสือแพนเตอร์สองตัวเผชิญหน้ากัน ดวงตาคมกริบและรายละเอียดสุดประณีตชวนให้รำลึกถึงรากเหง้าแห่งงานออกแบบเชิงธรรมชาติของคาร์เทียร์ นอกจากนี้ การออกแบบให้เสือทั้งสองตัวหันหน้าเข้าหากัน ยังช่วยขับเน้นเส้นสายอันสะอาดตาและความโมเดิร์นของชิ้นงาน โดยคอลเลคชั่นนี้ประกอบด้วย สร้อยคอทรงทอร์ค (Torque) กำไลข้อมือ และแหวน

ผลงานเครื่องประดับถูกออกแบบให้แนบชิดเรือนร่าง ถ่ายทอดพลังและความเข้มแข็งอันเป็นเอกลักษณ์ของเสือแพนเตอร์ได้อย่างชัดเจน การเคลื่อนไหวของสร้อยคอและสร้อยข้อมือเกิดจากโครงสร้างที่ประกอบด้วยชิ้นส่วนสองส่วนไขว้กัน โดยมีแผ่นทองคำสองชิ้นเป็นตัวเชื่อมต่อกับสปริงสองตัวที่ซ่อนอยู่ภายในส่วนศีรษะของเสือแพนเตอร์ นี่คือความท้าทายด้านงานฝีมือที่ต้องอาศัยความละเอียดช่ำชองของช่างอัญมณีของเมซงเพื่อให้สามารถจัดวางลวดลายจุดของเสือแพนเตอร์ได้อย่างแม่นยำ


ผลงานแต่ละชิ้นสามารถสวมใส่ชิ้นเดียว หรือจับคู่กับชิ้นอื่นเพื่อเพิ่มมิติ มีให้เลือกทั้งแบบเยลโลว์โกลด์ประดับลายจุดแปดเหลี่ยมเคลือบแลคเกอร์สีดำ และแบบไวท์โกลด์ประดับเพชรทั่วทั้งชิ้น พร้อมลวดลายจุดออนิกซ์
เยลโลว์โกลด์:
คู่หูเสือแพนเตอร์อันปราดเปรียว

ด้วยรูปทรงที่โดดเด่น งานฝีมือรังสรรค์ทองสุดประณีต และความยืดหยุ่นลื่นไหลเวลาสวมใส่ สร้อยคอเสือแพนเตอร์แบบหันหน้าเข้าหากันชิ้นนี้ได้สานต่อมรดกความคิดสร้างสรรค์ของ ฌาน ตูแซงต์ ผู้ปลุกดีไซน์อันกล้าแกร่งให้กลับมามีชีวิตอีกครั้งในช่วงทศวรรษ 1950 สร้อยคอชิ้นนี้ประดับด้วยเพชรทั้งเส้น และฝังเพชรบนศีรษะของเสือแพนเตอร์เช่นกัน
ความท้าทายอย่างกล้าแกร่ง

ศีรษะเสือแพนเตอร์ทำจากทองคำเหลือง ดวงตาหรี่คมประดับด้วยพลอยซาโวไรท์หรือมรกต แววตาสีเขียวอันเฉียบคมทั้งสองข้างเผยความสง่างามดุดันตามธรรมชาติให้ต่างหูแบบหมุด พร้อมตกแต่งด้วยลายจุดเคลือบแลคเกอร์สีดำหรือออนิกซ์
หรูหราทรงพลัง

เสือแพนเตอร์ที่เปี่ยมเสน่ห์อันน่าดึงดูดและสัญชาตญาณอันทรงพลังคือแรงบันดาลใจให้คาร์เทียร์สร้างสรรค์แหวนวงนี้ ศีรษะเสือแพนเตอร์ที่ทำจากเยลโลว์โกลด์ตกแต่งจุดเคลือบแลคเกอร์สีดำ พร้อมดีไซน์ที่เผยให้เห็นกรามของนักล่าอย่างเด่นชัด
เสือแพนเตอร์เชิงสถาปัตยกรรม


เราจะถ่ายทอดเสือแพนเตอร์ในรูปทรงเรขาคณิตที่เรียบง่ายที่สุดได้อย่างไร?
คาร์เทียร์เลือกออกแบบศีรษะเสือแพนเตอร์โดยการฉลุไวท์โกลด์ให้เป็นโครงสร้างคล้ายรังผึ้ง ก่อนนำไปประดับด้วยเพชรและเติมเต็มด้วยลายจุดออนิกซ์
อัญมณีดาวเด่น

เสือแพนเตอร์มักสวมบทบาทเด่นในเครื่องประดับอัญมณีของคาร์เทียร์ ถือเป็นแรงบันดาลใจที่แท้จริงสำหรับการสร้างสรรค์ชิ้นงานอันโดดเด่นมากมาย อย่างสร้อยคอเส้นนี้ เสือแพนเตอร์กำลังปกป้องมรกตแซมเบียขนาด 15.28 กะรัต ขณะที่โดยรอบจัดเรียงด้วยองค์ประกอบกราฟิกแบบซ้ำๆ อย่างลายจุดออนิกซ์ของเส้นสายที่เชื่อมต่อกับมรกต ปิดท้ายด้วยพู่แขวนเสริมความมีชีวิตชีวาให้กับชิ้นงาน
ปองแตร์ เดอ คาร์เทียร์:
เรือนเวลาอันแสนล้ำค่า

ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบให้สมจริง ดีไซน์โดดเด่นสะดุดตา หรือการตีความแบบนามธรรม เสือแพนเตอร์ยังคอยมองดูช่วงเวลาแสนล้ำค่าบนเรือนเวลาของคาร์เทียร์ ผลงานชิ้นเอกนี้เปล่งประกายจากงานฝีมือในการรังสรรค์เครื่องประดับที่มีชีวิตชีวา อย่างการขัดแต่งด้วยมือ การเคลือบแลคเกอร์และขัดเงาลวดลายจุด รวมถึงไปถึงการฝังประดับอัญมณีอย่างประณีต
เสือแพนเตอร์พร้อมพุ่งทะยาน

เส้นสายบริเวณไหล่และหลังของนาฬิกาเครื่องประดับชิ้นนี้ชวนให้นึกถึงเสือแพนเตอร์ที่ทั้งทรงพลังแต่ยังคงขี้เล่น ชั่วขณะที่ยกเท้าอันปราดเปรียวขึ้นมาราวกับเวลาหยุดเคลื่อนไหว แต่ละจุดของเสือแพนเตอร์มีความเฉพาะตัว รูปร่างไม่สม่ำเสมอ และวางบนมิติที่ต่างกัน ทำให้ดูมีชีวิตและเป็นธรรมชาติ โดยรายละเอียดเฉพาะเหล่านี้ถือเป็นเอกลักษณ์ของคาร์เทียร์อย่างแท้จริง
เมื่อเสือแพนเตอร์ครอบครองกาลเวลา

คอลเลคชั่นนาฬิการนี้มีทั้งรุ่นเยลโลว์โกลด์ รุ่นโรสโกลด์ รุ่นประดับเพชรบางส่วนหรือแบบเต็มชิ้น โดยมีเสือแพนเตอร์มาเติมเต็มความสง่างามด้วยรูปทรงดุจประติมากรรมและท่วงท่าที่ครอบครองหน้าปัดอย่างทรงพลัง พร้อมเชื่อมต่อด้วยวงแหวนทองคำ เสือแพนเตอร์ถูกรังสรรค์ออกมาเป็นรูปแบบสามมิติ มีจมูก แก้ม ดวงตาสีเขียวคมกริบ และหูทรงแหลม ประดับด้วยลายจุดแลคเกอร์ดำอันเป็นเอกลักษณ์ของคาร์เทียร์ ทำให้ผลงานชิ้นนี้ดูราวกับมีชีวิตขึ้นมา
เฟอร์เซตติ้ง (FUR SETTING):
ความลับของเสือแพนเตอร์
อะไรที่ทำให้ผลงานดูโดดเด่นราวกับมีชีวิตอย่างน่าทึ่ง? การรังสรรค์ชิ้นงานเครื่องประดับปองแตร์ต้องอาศัยความชำนาญจากหลายศาสตร์ หนึ่งในเทคนิคที่เป็นเอกลักษณ์ที่สุด คือ เฟอร์เซตติ้ง (Fur setting) ซึ่งเป็นเทคนิคการฝังประดับเฉพาะของเมซงเท่านั้น เทคนิคนี้ใช้เส้นโลหะขนาดเล็ก พับเป็นเส้นเพื่อยึดอัญมณีแต่ละเม็ดเอาไว้ ทำให้ดูราวกับเป็นเส้นขนบนตัวของเสือแพนเตอร์อย่างแท้จริง

เมื่อสังเกตเสือแพนเตอร์อย่างละเอียด จะเห็นลวดลายอันประณีตตัดผ่านทองหรือแพลทินัม เทคนิคนี้รังสรรค์เพื่อจุดประสงค์เพียงอย่างเดียวคือทำให้ชิ้นงานเครื่องประดับดูราวกับมีชีวิตขึ้นมา ขนาดของอัญมณีถูกเลือกสรรอย่างพิถีพิถันเพื่อให้เข้ากับดีไซน์ พื้นที่ที่ประดับเพชรจะถูกทำให้เป็นสามมิติ สร้างเอฟเฟกต์ต่อเนื่องดุจประติมากรรมเพื่อเน้นทุกสัดส่วนของเสือแพนเตอร์ให้สมจริง ตั้งแต่ท่ายืนองอาจจนถึงย่างก้าวเดิน ขนาดของเพชรถูกกำหนดให้สอดคล้องกับกล้ามเนื้อ รายละเอียดทุกส่วนถูกซ่อนใต้พื้นผิวเพื่อให้มองไม่เห็นโลหะ จะเห็นเพียงการเคลื่อนไหวของเสือแพนเตอร์เท่านั้น

ลายจุดออนิกซ์หรือไพลินเป็นรูปหลายเหลี่ยม ช่วยเสริมสร้างจังหวะให้กับชิ้นงาน โดยความท้าทายอยู่ที่การผสานทั้งการเจียระไนอัญมณีและเทคนิคการรังสรรค์เข้าด้วยกัน โดยต้องตัดด้วยมือและประกอบแต่ละชิ้นให้ไม่เหมือนกันเพื่อเน้นความสมจริง ซึ่งจุดขนาดใหญ่จะอยู่ตามส่วนที่ยกขึ้น เช่น ส่วนหลัง ในขณะที่จุดขนาดเล็กจะเรียงตัวตามด้านข้าง และจางหายไปตามท้องสีขาว

แม้ว่าการจัดวางลายจุดเหล่านี้อาจดูเหมือนกระจัดกระจาย แต่แท้จริงแล้วมีลำดับที่แม่นยำ โดยคำนึงถึงระยะห่างระหว่างจุดแต่ละจุดและจำนวนเพชรที่อยู่ระหว่างจุดอย่างประณีต หากขยับจุดใดจุดหนึ่งแล้วต้องปรับทุกจุดตามไปด้วย ดังนั้นเสือแพนเตอร์ตัวหนึ่งจึงอาจใช้เวลารังสรรค์มากถึงหนึ่งปี โดยมีแต่ละจุดช่วยเติมเต็มความมีชีวิตชีวาและความงดงามให้กับผลงาน
เสือแพนเตอร์ยังได้ส่งต่อเสน่ห์อันเป็นเอกลักษณ์ให้กับคอลเลคชั่นน้ำหอม เครื่องหนัง และเครื่องประดับของคาร์เทียร์ ด้วยความสง่างามดึงดูดใจที่นำพาความหรูหราเข้ามาอยู่ในชีวิตประจำวันอย่างลงตัว
13 ก.พ. 2569
17 ก.พ. 2569
19 ก.พ. 2569
18 ก.พ. 2569