Last updated: 6 ก.ค. 2569 | 54 จำนวนผู้เข้าชม |
บรรดานักกอล์ฟระดับตำนานยังคงสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้เล่นรุ่นใหม่ร่วมผลักดันกีฬากอล์ฟให้ก้าวไปข้างหน้าจากรุ่นสู่รุ่น และหนึ่งในเวทีสำคัญที่บรรดา Rolex Testimonees ต่างเฝ้ารอเสมอคือ The Amundi Evian Championship หนึ่งในการแข่งขันกอล์ฟหญิงเมเจอร์ที่ทรงเกียรติและงดงามที่สุดของโลก ซึ่งจัดขึ้นริมชายฝั่งทะเลสาบเจนีวา ณ สนาม Evian Resort Golf Club ประเทศฝรั่งเศส ไม่ว่าจะเป็น Annika Sörenstam, Lydia Ko หรือ Jeeno Thitikul ที่ก้าวเดินอยู่บนแฟร์เวย์ ทิวทัศน์อันตระการตาของสนามแห่งนี้ก็ยังคงสร้างความประทับใจให้กับนักกอล์ฟระดับโลกอยู่เสมอ จีโน่กล่าวว่า “สำหรับฉัน Evian Resort Golf Club คือสนามโปรดค่ะ วิวที่นี่สวยมาก บรรยากาศยอดเยี่ยม แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นสนามที่ท้าทายมาก เพราะมีพื้นที่ลาดชันหลายจุด ทำให้การเล่นสนุกและเป็นบททดสอบความสามารถอย่างแท้จริง ฉันชอบมาแข่งขันที่นี่มาก” ในปีนี้ จีโน่ อาฒยา ฐิติกุล ตั้งเป้าคว้าแชมป์ The Amundi Evian Championship ซึ่งจะแข่งขันระหว่างวันที่ 9–12 กรกฎาคม หลังจากเมื่อปีก่อนจบการแข่งขันด้วยตำแหน่งรองชนะเลิศอย่างเฉียดฉิว

นักกอล์ฟสาววัย 23 ปีจากประเทศไทยสร้างผลงานโดดเด่นบนเส้นทางอาชีพมาโดยตลอด นับตั้งแต่สร้างประวัติศาสตร์เป็นนักกอล์ฟอายุน้อยที่สุดที่คว้าแชมป์รายการอาชีพได้ในวัยเพียง 14 ปี และในการไล่ล่าแชมป์เมเจอร์รายการแรกของชีวิต เธอได้รับแรงบันดาลใจจาก Rolex Testimonee รุ่นพี่อย่าง Lydia Ko ทั้งสองมีความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้น โดยจีโน่มักกล่าวถึงโคในฐานะพี่สาวและแบบอย่างที่เธอชื่นชม พร้อมทั้งซึมซับคำแนะนำและประสบการณ์จากนักกอล์ฟชาวนิวซีแลนด์วัย 28 ปีรายนี้อยู่เสมอ หลังจากเข้าร่วมครอบครัว Rolex ในปี 2014 เพียงหนึ่งปีต่อมา Lydia Ko ก็สร้างประวัติศาสตร์ในการแข่งขัน The Amundi Evian Championship ด้วยการเป็นนักกอล์ฟอายุน้อยที่สุดที่คว้าแชมป์เมเจอร์ได้ ด้วยวัยเพียง 18 ปี


จีโน่กล่าวถึงรุ่นพี่ของเธอว่า “นักกอล์ฟที่ฉันยกให้เป็นแบบอย่างมาตลอดคือ Lydia Ko สิ่งที่ฉันชื่นชมในตัวเธอไม่ได้มีแค่เรื่องในสนาม แต่รวมถึงชีวิตนอกสนามด้วย เธอดูเป็นคนที่มีความสุขอยู่เสมอ มีบุคลิกที่ยอดเยี่ยม ทุกอย่างที่ฉันได้เห็น ไม่ว่าจะเป็นบทสัมภาษณ์หรือสิ่งที่เธอทำเพื่อวงการกอล์ฟ ล้วนมีความหมายมากกว่าความสำเร็จที่เธอทำได้ในสนามแข่งขัน” ตอกย้ำความมุ่งมั่นที่มีต่อวงการกอล์ฟ Rolex เข้าร่วมเป็น Official Timepiece และ Major Partner ของการแข่งขัน The Amundi Evian Championship ตั้งแต่ปี 2000 ก่อนที่การแข่งขันจะได้รับการยกระดับเป็นเมเจอร์รายการที่ห้าของกอล์ฟหญิงในปี 2013 นับแต่นั้นมา รายการนี้ได้พัฒนาสู่หนึ่งในการแข่งขันที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของวงการกอล์ฟหญิง ด้วยการแข่งขันระดับสูงควบคู่ไปกับทิวทัศน์อันงดงามบริเวณเชิงเทือกเขาแอลป์ฝรั่งเศส สร้างบรรยากาศอันน่าตื่นตาตลอดการแข่งขันทั้งสี่วัน ผู้เข้าแข่งขันต้องรับมือกับความท้าทายของระดับความสูงที่เปลี่ยนแปลงตลอดทั้งสนาม Champions Course ซึ่งทอดผ่านแท่นทีออฟ แฟร์เวย์ และกรีนที่ได้รับการดูแลอย่างสมบูรณ์แบบ สะท้อนถึงบทบาทของ Rolex ในการสนับสนุนนักกีฬา รายการแข่งขัน และองค์กรชั้นนำของวงการกอล์ฟ Lydia Ko กล่าวว่า “ฉันภูมิใจมากที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว Rolex เพราะแบรนด์แห่งนี้เชื่อมั่นในศักยภาพของนักกีฬาอย่างแท้จริง ซึ่งมีความหมายกับพวกเรามาก ตลอดระยะเวลากว่า 50 ปีที่สนับสนุนวงการกอล์ฟ Rolex ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของกีฬาชนิดนี้อย่างแยกไม่ออก มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาวงการ และยังคงยกระดับกีฬากอล์ฟเพื่อคนรุ่นต่อไป”


การแข่งขัน The Amundi Evian Championship ครั้งที่ 32 พร้อมมอบอีกหนึ่งสัปดาห์แห่งการแข่งขันอันน่าตื่นเต้นของวงการกอล์ฟหญิง โดยนอกจาก Jeeno Thitikul และ Lydia Ko แล้ว ยังมี Rolex Testimonees อีกหลายคนร่วมชิงชัย ได้แก่ Anna Nordqvist, แชมป์ปี 2017, Brooke Henderson, แชมป์ปี 2022 และ Ruoning Yin สำหรับผู้ที่สามารถพิชิตสนามอันงดงามแต่ท้าทายแห่งนี้ได้ รางวัลตอบแทนย่อมคู่ควรอย่างยิ่ง ถ้วยแชมป์ได้รับการออกแบบเป็นรูปสตรีที่สง่างาม สื่อถึงความแข็งแกร่ง ความอ่อนช้อย และความสง่างามของกีฬากอล์ฟ เส้นสายที่พลิ้วไหวของประติมากรรมสะท้อนทั้งจังหวะของวงสวิงและภูมิทัศน์อันงดงามของ Evian Resort Golf Club



ROLEX และกีฬากอล์ฟ
Rolex เชิดชูความสำเร็จของมนุษย์ โดยให้ความสำคัญกับเส้นทางที่เต็มไปด้วยก้าวสำคัญและอารมณ์ความรู้สึก ซึ่งนำไปสู่ช่วงเวลาแห่งความสำเร็จที่แท้จริง เพราะคุณค่าของชัยชนะไม่ได้อยู่เพียงที่ถ้วยรางวัล แต่เกิดจากเส้นทางที่ผู้คนใช้เดินทางมาถึงจุดนั้น ความสัมพันธ์ระหว่าง Rolex กับวงการกอล์ฟเริ่มต้นขึ้นในปี 1967 ผ่านการจับมือกันด้วยคำมั่นสัญญาระหว่างแบรนด์กับ Arnold Palmer และต่อมาได้ขยายสู่ความร่วมมือกับ Jack Nicklaus และ Gary Player ทั้งสามได้รับการขนานนามว่า The Big Three ผู้เปลี่ยนโฉมหน้าของวงการกอล์ฟโลก ความร่วมมือของพวกเขากับ Rolex กลายเป็นจุดเริ่มต้นของมรดกอันยั่งยืน ซึ่งตั้งอยู่บนคุณค่าร่วมด้านการพัฒนาตนเองอย่างไม่หยุดยั้งและความเที่ยงตรงแม่นยำ ก่อนจะเติบโตและสืบทอดต่อเนื่องมาหลายทศวรรษ นอกเหนือจากการยกย่องผู้บุกเบิกวงการ Rolex ยังอยู่เคียงข้างนักกอล์ฟ องค์กร และรายการแข่งขันชั้นนำของโลก ไม่ว่าจะเป็น Masters Tournament, PGA Championship, U.S. Open, The Open, The Amundi Evian Championship ตลอดจนการแข่งขันประเภททีมอย่าง Presidents Cup™, The Ryder Cup และ Solheim Cup
บรรดา Rolex Testimonees ที่ร่วมสร้างมาตรฐานแห่งความเป็นเลิศในวงการกอล์ฟทั้งชายและหญิง ได้แก่ Brooke Henderson, Lydia Ko, Collin Morikawa, Jon Rahm, Scottie Scheffler, Adam Scott และ Tiger Woods ขณะที่ดาวรุ่งอย่าง Ludvig Åberg และ Jeeno Thitikul ก็ยังคงเดินหน้าสร้างเส้นทางแห่งความสำเร็จของตนเอง
บทบาทของ Rolex ครอบคลุมทุกระดับของวงการกอล์ฟ ตั้งแต่การแข่งขันเมเจอร์ ทัวร์อาชีพ รายการประเภททีม ไปจนถึงการแข่งขันระดับสมัครเล่น โดยมีรากฐานอยู่บนความซื่อสัตย์ ความเคารพต่อธรรมเนียมของกีฬา และความมุ่งมั่นในการลงทุนเพื่อพัฒนาวงการกอล์ฟสำหรับคนรุ่นต่อไป
เกี่ยวกับ ROLEX
ชื่อเสียงอันไร้ผู้เทียบด้านคุณภาพและความเชี่ยวชาญ
Rolex คือผู้ผลิตนาฬิกาสัญชาติสวิสที่ดำเนินงานอย่างครบวงจรและเป็นอิสระ มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่นครเจนีวา แบรนด์ได้รับการยอมรับจากทั่วโลกในด้านความเชี่ยวชาญและคุณภาพของผลิตภัณฑ์ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แห่งความเป็นเลิศ ความสง่างาม และความทรงเกียรติ กลไกของนาฬิการุ่น Oyster Perpetual และ Perpetual ทุกเรือนได้รับการรับรองและผ่านการทดสอบภายในโรงงานของ Rolex เพื่อยืนยันความเที่ยงตรง ประสิทธิภาพ และความน่าเชื่อถือ การรับรองมาตรฐาน Superlative Chronometer ซึ่งแสดงผ่านตราประทับสีเขียว ยืนยันว่า นาฬิกาทุกเรือนได้ผ่านการทดสอบในห้องปฏิบัติการของ Rolex ตามเกณฑ์มาตรฐานของแบรนด์เอง โดยมีองค์กรอิสระภายนอกทำหน้าที่ตรวจสอบและรับรองเป็นระยะ คำว่า “SUPERLATIVE” ที่สลักอยู่บนนาฬิกา Oyster ทุกเรือน สะท้อนปรัชญาและคุณค่าของ Rolex โดยเป็นตัวแทนของแนวคิดเรื่องความเป็นเลิศอย่างไม่สิ้นสุด ซึ่งผู้ก่อตั้งแบรนด์ Hans Wilsdorf ได้วางรากฐานไว้ และยังคงเป็นแรงผลักดันสำคัญของบริษัทจนถึงปัจจุบัน ปรัชญาดังกล่าวนำไปสู่การบุกเบิกนวัตกรรมสำคัญมากมายของวงการนาฬิกา ไม่ว่าจะเป็น Oyster นาฬิกาข้อมือกันน้ำเรือนแรกของโลกที่เปิดตัวในปี 1926 และระบบไขลานอัตโนมัติด้วยโรเตอร์ Perpetual ที่คิดค้นขึ้นในปี 1931 ตลอดประวัติศาสตร์ของแบรนด์ Rolex ได้จดสิทธิบัตรแล้วมากกว่า 700 รายการ ปัจจุบันบริษัทมีโรงงานผลิต 4 แห่งในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งครอบคลุมการออกแบบ พัฒนา และผลิตชิ้นส่วนนาฬิกาส่วนใหญ่ด้วยตนเอง อีกทั้งยังอยู่ระหว่างการก่อสร้างโรงงานแห่งที่ 5 ซึ่งมีกำหนดเปิดดำเนินการในปี 2029
Rolex ดูแลทุกขั้นตอนการผลิตภายในองค์กร ตั้งแต่การหลอมโลหะผสมทองคำ การขึ้นรูปชิ้นส่วน การผลิต การประกอบ ไปจนถึงการตกแต่งกลไก ตัวเรือน หน้าปัด และสายนาฬิกา นอกเหนือจากการผลิตนาฬิกา Rolex ยังมีบทบาทอย่างต่อเนื่องในการสนับสนุนศิลปะและวัฒนธรรม กีฬา การสำรวจ และผู้ที่กำลังพัฒนาแนวทางเพื่อร่วมอนุรักษ์โลกของเรา
6 ก.ค. 2569
6 ก.ค. 2569
6 ก.ค. 2569