BOUCHERON the spark

Last updated: 23 ก.พ. 2569  |  122 จำนวนผู้เข้าชม  | 

BOUCHERON the spark

เฟรเดอริก บูเชอรง ให้ความสำคัญกับการออกแบบที่สอดคล้องกับสรีระและการใช้ชีวิตของสตรีในยุคสมัยนั้น โดยเขามองเห็นว่าการแต่งกายและเครื่องประดับในเวลานั้น ไม่ว่าจะเป็นคอร์เซต เสื้อผ้าที่แข็งทื่อ หรือเครื่องประดับที่หนักและไร้ความยืดหยุ่นทั้งหมดล้วนเป็นข้อจำกัดต่อการเคลื่อนไหวของผู้สวมใส่ ซึ่งในขณะที่นักออกแบบอัญมณีคนอื่น ๆ ยังคงยึดมั่นกับขนบเดิม เฟรเดอริกได้เลือกที่จะตั้งคำถามฉีกกรอบเดิม ๆ นี้ และแสวงหาการออกแบบรูปแบบใหม่ ที่ให้ความสำคัญกับอิสระและความสบายของผู้สวมใส่ จากความเข้าใจนี้จึงเกิดเป็นแนวคิดที่เรียบง่ายแต่ล้ำยุคสมัย โดยในปี 1879 เขาได้สร้างสรรค์สร้อยคอที่พลิกโฉมทั้งรูปทรงและโครงสร้าง สร้อยคอไร้ตะขอชิ้นแรกของโลก ซึ่งสามารถสวมคล้องรอบลำคอได้อย่างงดงาม โดยไม่ต้องอาศัยผู้ช่วยใด ๆ กลไกใบสปริงที่ซ่อนอยู่ภายใน ซึ่งประกอบขึ้นจากชิ้นส่วนขนาดเล็กจำนวนมากที่เชื่อมต่อกันอย่างประณีต ทำให้สร้อยคอมีความอ่อนตัว พลิ้วไหว และเคลื่อนไหวไปตามร่างกายอย่างเป็นธรรมชาติ กลไกที่ซับซ้อนนี้ถูกพัฒนาขึ้นในห้องทำงานของ Boucheron โดยเฉพาะ และแทบจะมองไม่เห็นได้ด้วยตาเปล่า ผลงานชิ้นนี้จึงสะท้อนให้เห็นถึงงานหัตถศิลป์อันละเอียดอ่อนในระดับสูงสุดของเมซง ด้วยรูปทรงอสมมาตรที่แปลกใหม่สำหรับยุคนั้น สร้อยคอชิ้นนี้จึงได้รับชื่อว่า “ Question Mark” และอีกหนึ่งทศวรรษต่อมา ก็กลายเป็นหนึ่งในผลงานเครื่องประดับชั้นสูงของ Boucheron ที่คว้ารางวัล Grand Prix จากงาน Paris World’s Fair ปี 1889

การรังสรรค์ The Spark


ภาพถ่ายสร้อยคอ Question Mark ที่ถูกค้นพบภายในแผนกจัดเก็บเอกสารจากผลงานการสรรค์สร้างเมื่อปี 1884 ได้กลายเป็นแรงบันดาลใจให้แคลร์ ชวส์น ออกแบบผลงานยกย่องหนึ่งในต้นแบบความสำเร็จของเมซง Boucheron โดยเติมความทันสมัยลงไปผ่านการเลือกใช้เพชรต่างรูปทรง ที่ล้วนโดดเด่นด้วยเหลี่ยมมุมกราฟิกกับหน้าตัดเรขาคณิต

1884 Necklace with diamond drop (c) Archives Boucheron


2026 The Spark Necklace, Nom : Boucheron
Prénom : Frédéric, Histoire de Style คอลเลกชั่นเครื่องประดับชั้นสูง

เพชรทั้งแปดเม็ดถูกเน้นเป็นหัวใจหลักของผลงานชิ้นนี้ องค์ประกอบของเพชรถูดร้อยเรียงกันอย่างสง่างาม เริ่มจากเม็ดเจียระไนเหลี่ยมข้าวสาร (มาร์คีส) น้ำหนัก 0.81 กะรัต ตามมาด้วยเพชรแปดเหลี่ยมหน้าตัดขั้นบันได (อาสเชอร์) น้ำหนัก  1.71 กะรัต เพชรวงรีน้ำหนัก 1.76 กะรัต เพชรหกเหลี่ยมน้ำหนัก 2.09 กะรัต เพชรทรงหยดน้ำ 2.02 กะรัต เพชรทรงเหลี่ยมมรกตน้ำหนัก 3.07 กะรัต และ เพชรกลมเหลี่ยมเกสรน้ำหนัก 2.96 กะรัต ก่อนจะสิ้นสุดองค์ประกอบอย่างงดงามด้วยเพชรเจียระไนทรงเหลี่ยมว่าวน้ำหนัก 5.01 กะรัต ที่ถูกโอบล้อมไปด้วยเพชรบาแก็ตต์เรียงเป็นฮาโลอย่างประณีต เพชรทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัสถูกนำมาใช้เชื่อมให้ผลงานร้อยเรียงกันอย่างสมบูรณ์แบบ ขณะที่ส่วนคอของสร้อยคอชิ้นนี้ได้รับการประดับด้วยเพชรแบบพาเว่ตลอดทั้งเส้นในโทนโมโนโครม การรังสรรค์สร้อย Question Mark ชิ้นนี้จึงเป็นโจทย์ที่ท้าทายอย่างยิ่ง ทั้งในด้านน้ำหนักและสมดุลของชิ้นงาน ซึ่งต้องอาศัยโครงสร้างและข้อต่อที่ละเอียดอ่อนแทบมองไม่เห็น เพื่อมอบความสบายและการสวมใส่ที่เป็นธรรมชาติ


ชุดสร้อยคอประกอบขึ้นจากเพชรเหลี่ยมคุณภาพ D IF type IIa  ขนาด 5.01 กะรัต เพชรกลมคุณภาพ D IF ขนาด 2.96  กะรัต, เพชรเหลี่ยมมรกตคุณภาพ D IF type IIa  ขนาด 3.07 กะรัต เพชรทรงหยดน้ำคุณภาพ D IF type IIa ขนาด 2.02 กะรัต, เพชรหกเหลี่ยมคุณภาพ D VVS2  ขนาด 2.09 กะรัต, เพชรวงรีคุณภาพ D FL ขนาด 1.76  กะรัต, เพชรแปดเหลี่ยมหน้าตัดขั้นบันได (อาสเชอร์) คุณภาพ D FL  ขนาด 1.71 กะรัต และเพชรเหลี่ยมข้าวสาร (มาร์คีส์) คุณภาพ D IF ขนาด 0.81 กะรัต ตัวเรือนทองคำขาวประดับเพชร ใช้เวลาในการสร้างสรรค์ทั้งสิ้น 323 ชั่วโมง

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้