VAN CLEEF & ARPELS

Last updated: 25 ก.พ. 2569  |  44 จำนวนผู้เข้าชม  | 

VAN CLEEF & ARPELS

โรงเรียนศิลปะอัญมณี L’ÉCOLE, School of Jewelry Arts โดยการสนับสนุนจาก Van Cleef & Arpels มีความยินดีอย่างยิ่งที่จะได้เปิดประตูต้อนรับทุกคนเข้าสู่นิทรรศการ “รู้จักเพชรทั้งในแง่ของศาสตร์ และศิลป์” หรือ Discover the Diamond: Art & Science ซึ่งจัดขึ้นที่ฮ่องกงในฐานะส่วนหนึ่งของโปรแกรมวัฒนธรรมเพื่อส่งผ่านความรู้จัก ความเข้าใจในคุณค่าของ “เพชร” ตั้งแต่กระบวนการก่อตัวเป็นเพชรดิบ หรือเพชรหยาบ ไปจนถึงกระบวนการแปรรูป ผ่านการเจียระไนจนมาจรัสประกายเลอค่าบนความงามสง่าของตัวเรือนเครื่องประดับผ่านความหลากหลายทางกิจกรรม ไม่ว่าจะเป็นการพูดคุยแลกเปลี่ยนมุมมองความรู้, คอร์สการเรียนรู้ปฏิบัติการ และอื่นๆ อีกมากมายอันมีเพชรเป็นเนื้อหาสำคัญ นิทรรศการ “รู้จักเพชรทั้งในแง่ของศาสตร์ และศิลป์” หรือ Discover the Diamond: Art & Science ได้จัดขึ้นภายในโรงเรียนศิลปะ- อัญมณี L’ÉCOLE วิทยาเขตฮ่องกง ณ ศูนย์ธุรกิจ และวัฒนธรรม K11 MUSEA ระหว่างวันที่ 22 พฤศจิกายน ค.ศ. 2025 จนถึง 30 เมษายน ค.ศ. 2026


นับแต่บรรพกาลก่อนเข้าสู่ช่วงต้นศตวรรษที่ 18 เป็นที่รู้กันดีว่า เหมืองเพชรสำคัญของโลกรวมตัวกันอยู่ในประเทศอินเดีย แต่ไม่ว่าจะยุคสมัยใด ทั้งนักวิชาการรุ่นก่อน และนักอัญมณีวิทยารุ่นใหม่ ต่างก็หลงใหลในประกายเจิดจรัสระยับแสงแห่งสุดยอดอัญมณีที่จุดประกายปรารถนาให้ครอบครองชนิดนี้

เช่นเดียวกับสถาบันศิลปะอัญมณี L’ÉCOLE ซึ่งจัดนิทรรศการย้อนเส้นทางค้าเพชรจากเหมืองโบราณแห่งชมพูทวีปสู่ความล้ำสมัยทางอุตสาหกรรมเครื่องประดับศตวรรษที่ 21 ขึ้น เพื่อให้ทุกบุคคลผู้สนใจได้ทำความรู้จัก และเข้าใจในคุณลักษณ์ธรรมชาติของแร่รัตนชาติอันทรงแบบฉบับนี้กันอีกครั้ง ตั้งแต่แรกเริ่มค้นพบในรูปแบบหินหยาบ หรือเพชรดิบ จนผ่านกระบวนการแปรรูป และงานฝีมือเจียระไนหลากรูปทรง ราวกับแต่ละเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ถูกสะท้อนผ่านประกายเจิดจรัสบนแต่ละหน้าตัดระหว่างเหลี่ยมเพชรได้อย่างน่าอัศจรรย์


เพื่อถ่ายทอดแต่ละเหตุการณ์ตามลำดับวิวัฒนาการ เรื่องราวของเพชรได้รับการออกแบบเป็นหมวดหมู่เสมือนพลิกหน้าหนังสือแต่ละบทอยู่ในนิทรรศการของโรงเรียนศิลปะอัญมณี L’ÉCOLE วิทยาเขตฮ่องกง โดยเริ่มจากความงดงามของเพชรดิบซึ่งฝังตัวอยู่ในหินหยาบหลังผ่านกระบวนการก่อตัวทางธรณีวิทยามานานนับหลายล้านปีก่อนเข้าสู่ครรลองประวัติศาสตร์ตามเส้นทางการค้าของฌ็อง-บาพติสต์ ตาแวรนิเอร (Jean-Baptiste Tavernier) วาณิชอัญมณีระดับตำนานไปจนถึงจุดเริ่มต้นงานฝีมือของช่างเจียระไน เพื่อทำความรู้จักกับหลากเทคนิคพื้นฐานในการกระเทาะ, ผ่า และตัดแยกชิ้นเพชร ตลอดจนขั้นตอนขัดผิวชั้นต้นให้น้ำเพชรจรัสประกายล้อแสงออกมาจากภายใน และด้วยกรรมวิธีเก่าแก่เหล่านี้ วิวัฒนาการงานเจียระไนเพชรได้เริ่มกลายเป็นศิลปศาสตร์แขนงหนึ่งอย่างต่อเนื่อง ดังเห็นได้จากบรรดาอัญมณีคุณภาพเหนือชั้นที่ถูดขุดพบในเหมืองต่างๆ ของประเทศเลโซโท (“เลอโซโธ” ในภาษาฝรั่งเศส) แห่งทวีปแอฟริกา และท้ายสุดก็มาถึงความสลับซับซ้อนสุดประณีตของวิทยาการเจียระไนเพชรยุคใหม่ แต่ละบท แต่ละลำดับตอนจากการเรียงร้อยเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ในนิทรรศการ ร่วมกันแสดงให้เห็นว่า กว่าจะเป็นสุดยอดอัญมณีจรัสประกายสะกดสายตา ดึงดูดปรารถนาในทุกวันนี้ ต้องอาศัยการพัฒนา และสั่งสมทักษะ ความชำนาญต่างแขนงมาอย่างยาวนานนับหลายศตวรรษ

“เพชรมีอานุภาพสุดอัศจรรย์อย่างยิ่ง ไม่ว่าจะเป็นคุณสมบัติในการสะท้อนแสงตกกระทบ หรือประกายระยับแสงสุกสว่างอย่างที่ไม่มีอัญมณีอื่นใดจะเสมอเหมือน และนอกเหนือจากความงามล้ำค่าอย่างหาได้ยากยิ่ง ก็คือเรื่องราวที่เกี่ยวพันกับประวัติศาสตร์, วัฒนธรรม และวิทยาการ

ที่โรงเรียนศิลปะอัญมณี L’ÉCOLE เราเปิดโอกาสให้ผู้มาเยือนได้ค้นพบเรื่องราวซึ่งยังไม่เคยล่วงรู้เกี่ยวกับเพชรผ่านกิจกรรมหลากหลายจากคอร์ส ต่างหัวข้อ ตั้งแต่ประเด็นทางศิลปะของงานฝีมือเจียระไน และฝังรัตนชาติขึ้นตัวเรือน ไปจนถึงประเด็นวิทยาศาสตร์สาขาอัญมณีวิทยา ซึ่งครอบคลุมถึงกระบวนการก่อตัวของแร่รัตนชาติเหล่านี้ ไม่ว่าจะอยู่ในช่วงวัยใด ทุกคนที่แวะมาร่วมนิทรรศการ ย่อมได้เรียนรู้ถึงประเด็นซึ่งตนสนใจอย่างแน่นอน

มาร่วมพูดคุย และรับชมการบรรยายจากบรรดาผู้เชี่ยวชาญในแวดวง ค้นหาคอลเลกชันหนังสือเกี่ยวกับเพชร และเพลิดเพลินไปกับอาณาจักรชวนฝันของสุดยอดอัญมณีที่ทุกคนปรารถนา คุณจะได้รู้ว่า เส้นทางประวัติศาสตร์ของเพชรถูกปูลาดไว้ด้วยเรื่องราวชวนทึ่งเหนือความคาดหมายมากมายที่เราอยากให้ทุกคนได้มีโอกาสเรียนรู้ร่วมกันไปกับเรา”

นับแต่ก่อตั้ง เส้นทางของโรงเรียนศิลปะอัญมณีวิทยา L’ÉCOLE วิทยาเขตฮ่องกง เต็มไปด้วยโปรแกรมการเรียนรู้อันหลากหลายจากการออกแบบอย่างพิถีพิถัน

เพื่อยกย่องคุณค่าอันเป็นหนึ่งของเพชร ได้มีการออกแบบ จัดคอร์สการเรียนรู้หลักสูตรใหม่ภายใต้หัวข้อ The Lesotho Legend: from a Rough Diamond to a High Jewelry Collection หรือ “ตำนานเลโซโท: จากเพชรดิบสู่คอลเลกชันเครื่องประดับชั้นสูง” โดยเริ่มเปิดรับผู้สนใจตั้งแต่เมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมาในวิทยาเขตฮ่องกงแห่งนี้ สำหรับคอร์สการเรียนรู้หลักสูตรใหม่นี้ นักศึกษา และผู้เข้าร่วมจะได้รับประสบการณ์สุดพิเศษเสมือนเดินทางสู่เหมืองเพชรแห่งเลโซโท เพื่อค้นพบแหล่งกำเนิด ได้เห็นกระบวนการก่อตัว และสกัดแร่รัตนชาติออกมาจากผลึกหิน ตลอดจนงานจำลองแบบเพชร “ตำนานแห่งเลอโซโธ” ซึ่งถูกส่งมายังโรงงานในเมืองแอนต์เวิร์ป ประเทศเบลเยียมด้วยขนาดมหึมาตระการตาเพื่อผ่านกระบวนการแปรรูปเจียระไน ตั้งแต่เป็นหินหยาบไปจนถึงงานฝีมือขัดผิวขั้นตอนสุดท้าย

ยิ่งไปกว่านั้น เนื่องในวาระสุดพิเศษนี้ ทางโรงเรียนศิลปะอัญมณียังได้ปรับปรุงรูปแบบกิจกรรมการเรียนรู้เชิงปฏิบัติการสำหรับเด็กทั้งสองโปรแกรมคือ Crowns and Swords หรือ “มงกุฎกับดาบเกียรติยศ” และ Make Your Own Treasure Chest หรือ “ออกแบบหีบขุมทรัพย์ของคุณเอง” ขึ้นใหม่ โดยมีการเพิ่มเติมเรื่องของเพชรลงไปเพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชนผู้สนใจได้ใช้ความคิดสร้างสรรค์สร้างประสบการณ์เฉพาะตัวอย่างเต็มที่


และยังมีผู้เชี่ยวชาญทางอุตสาหกรรม ที่จะมานำการบรรยายร่วมกันภายใต้หัวข้อเฉพาะนิทรรศการอย่าง Jean-Baptiste Tavernier: Rediscovered Treasures หรือ “ฌ็อง-บาพติสต์ ตาแวรนิเอร: ขุมทรัพย์ที่ถูกขุดค้น” และ Louis XIV's Diamond Collection หรือ “คอลเลกชันเพชรของพระเจ้าลูอิสที่ 14”

โรงเรียนศิลปะอัญมณี L’ÉCOLE วิทยาเขตฮ่องกง ยังจัดโปรแกรมการเรียนรู้เกี่ยวกับเพชรหัวข้อ Exploration Days of Diamond ขึ้นสองรอบคือเสาร์ที่ 22 และ 29 พฤศจิกายน ภายในอาคารสถาบันที่ศูนย์ธุรกิจ และวัฒนธรรม K11 MUSEA ซึ่งนอกจากจะมีห้องปฏิบัติการงานฝีมือภายใต้การแนะนำของบรรดาสุดยอดช่างศิลป์ท้องถิ่นผู้ได้รับเชิญให้มาร่วมมอบประสบการณ์การเรียนรู้ครอบคลุมทุกมิติ ก็ยังมีการบรรยายพิเศษในหัวข้อ “ไหวพริบพลิกแพลงทักษะ ความชำนาญต่างแขนง” หรือ The Savoir-Faire และ “รัตนชาติ” หรือ The Gem ตามลำดับทั้งสองวัน เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมในทุกวัยได้พูดคุย แลกเปลี่ยนมุมมอง และเก็บเกี่ยวประสบการณ์ความรู้อันยากจะหาได้จากที่อื่น

พร้อมกันนั้น ภายนอกสถานที่จัดงาน ยังมีอีกโปรแกรมอันน่าสนใจไม่แพ้กัน นั่นก็คือ “เดินถนนสายวัฒนธรรม” หรือ Cultural Walk สำหรับวาระนี้โดยเฉพาะ ผู้ร่วมกิจกรรมจะได้พบกับดร.แซมป์สัน หว่อง นักเขียน และนักวิชาการผังเมืองชาวฮ่องกง ซึ่งมารับบทมัคคุเทศก์พาเยี่ยมชมชุมชนคนพลัดถิ่น ที่มาสร้างบ้านเรือนในพื้นที่สาธารณะจนกลายเป็นย่านประวัติศาสตร์แห่งหนึ่งของเขตไดมอนด์ ฮิลล์ฝั่งเกาลูน

โปรแกรมลำดับสุดท้ายของนิทรรศการครั้งนี้ก็คือการยกย่องคุณค่าเชิงอิทธิพลตลอดกาลของเพชรอันมีต่อระบบวัฒนธรรมนิยมผ่านการฉายภาพยนตร์ระดับตำนานเรื่อง Titanic ในระบบ 3 มิติล่าสุดขึ้นภายในส่วนของ K11 Art House และหลังจากเพชรสีน้ำเงินเจ้าของสมญา “หัวใจมหาสมุทร” ได้กลับคืนลงสู่ท้องทะเลในฉากสุดท้าย ก็จะตามด้วยการพูดคุยกับวิทยาการผู้ทรงคุณวุฒิของสถาบัน L’ÉCOLE เกี่ยวกับบทบาทความสำคัญของเพชร ทั้งในแง่อำนาจจุดประกายปรารถนา, ความลึกลับ และโชคชะตา

เกี่ยวกับโรงเรียนศิลปะอัญมณี
L’ÉCOLE, School of Jewelry Arts
โรงเรียนศิลปะอัญมณี L’ÉCOLE, School of Jewelry Arts ก่อตั้งขึ้นเมื่อปีค.ศ. 2012 ด้วยการสนับสนุนจาก Van Cleef & Arpels โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อแนะนำ และเผยแพร่วัฒนธรรมอัญมณีต่อสาธารณชนในทุกแง่มุมผ่านกิจกรรมต่างๆ เช่น: คอร์สการเรียนรู้ในประเด็นต่างๆ, การปฏิบัติงานจริง, การบรรยายเชิงสนทนาแลกเปลี่ยนความรู้,  นิทรรศการ, งานวิจัย, หนังสือ และพ็อดแคสต์

กิจกรรมที่ L’ÉCOLE ครอบคลุมสามขอบเขตสำคัญอันได้แก่: “ประวัติศาสตร์อัญมณี” (the history of jewelry), “โลกแห่งรัตนชาติ” (the world of gemstones) และ “ไหวพริบเชิงเทคนิคสร้างสรรค์เครื่องประดับ” (the savoir-faire of jewelry-making techniques)

คอร์สการเรียนรู้เปิดกว้างสำหรับทุกคน ตั้งแต่ผู้เริ่มต้นไปจนถึงมือสมัครเล่นซึ่งมีความรู้ขั้นพื้นฐาน, นักสะสม ตลอดจนผู้สนใจในเรื่องราวของรัตนชาติ และธุรกิจอัญมณี ผู้ร่วมคลาสจะมีโอกาสเรียนรู้ และทำความเข้าใจผ่านการทดลองปฏิบัติจริง อันรวมถึงการฝึกฝนทักษะ รู้จักวิธีการใช้เครื่องมือต่างๆ ภายใต้การแนะนำขั้นตอน และดูแลอย่างใกล้ชิดของผู้บรรยายอันได้แก่ - นักประวัติศาสตร์ศิลป์, นักอัญมณีวิทยา, ช่างทำเครื่องประดับ และช่างศิลป์งานฝีมือ

ปัจจุบัน L’ÉCOLE มีที่ทำการถาวรสี่สาขา: ในกรุงปารีส, ฮ่องกง, นครเซี่ยงไฮ้ และนครดูไบ

ยิ่งไปกว่านั้น นับจากเริ่มก่อตั้ง L’ÉCOLE ก็ยังจัดทำโครงการ “โรงเรียนสัญจร” ไปทั่วโลกเป็นระยะอย่างสม่ำเสมอทั้งในยุโรป, อเมริกา, เอเชีย และตะวันออกกลาง เพื่อให้ผู้สนใจได้เข้าร่วมพูดคุย, รับชมนิทรรศการ หรือร่วมโปรแกรมการเรียนรู้ ซึ่งแต่ละครั้งกับแต่ละแห่ง จะกินเวลาประมาณหนึ่งถึงสามสัปดาห์ ด้วยเหตุนี้ โรงเรียนศิลปะอัญมณี L’ÉCOLE ,School of Jewelry Arts จึงสามารถมีส่วนเกื้อหนุนต่อการเผยแพร่วัฒนธรรมอัญมณีให้เป็นที่รู้จักในวงกว้างระดับนานาประเทศ

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม: https://www.lecolevancleefarpels.com/hk/en

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

CHAUMET

23 ก.พ. 2569

BOUCHERON the spark

23 ก.พ. 2569

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้