LONGINES HydroConquest

Last updated: 27 มี.ค. 2569  |  220 จำนวนผู้เข้าชม  | 

LONGINES HydroConquest

สานต่อความเป็นเลิศแห่งศิลปะการประดิษฐ์นาฬิกาสวิสที่สั่งสมมาเกือบสองศตวรรษ LONGINES เผยโฉมคอลเลคชั่น HydroConquest ที่ได้รับการปรับแต่งดีไซน์ครั้งใหญ่ ผสานสุนทรียศาสตร์ร่วมสมัยเข้ากับสมรรถนะอันเหนือชั้น โดยมีให้เลือกทั้งขนาด 39 มม. และ 42 มม. โดดเด่นด้วยหน้าปัดดีไซน์ใหม่ 4 แบบ และขอบตัวเรือนเซรามิกสีสันสะดุดตาถึง 5 สี เติมเต็มความสมบูรณ์แบบด้วยสายนาฬิกานวัตกรรมใหม่ รวมถึงสายถัก Milanese ที่เพิ่งเปิดตัวเป็นครั้งแรก เจเนอเรชันใหม่นี้สะท้อนความประณีตอันโฉบเฉี่ยวที่พร้อมตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ พิเศษสุดกับการเปิดตัวด้วยแคมเปญโฆษณาที่ได้ Ambassador of Elegance ของลองจินส์อย่าง Henry Cavill มาร่วมแสดง โดยบินไปถ่ายทำกันถึงริมชายฝั่งสุดอลังการของเกาะ Tenerife ที่ผืนดินและเกลียวคลื่นบรรจบกันเพื่อถ่ายทอดแก่นแท้ของ HydroConquest ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

นับตั้งแต่เปิดตัวในปี 2007 คอลเลคชั่น HydroConquest ได้สะท้อนเอกลักษณ์ศิลปะการประดิษฐ์เรือนเวลาของลองจินส์ออกมาได้อย่างสมบูรณ์แบบ ด้วยการผสานฟังก์ชันการใช้งานที่แข็งแกร่งทนทาน เข้ากับความสง่างามอันเรียบหรูซึ่งเป็นนิยามเฉพาะของแบรนด์ นาฬิกาซีรีส์นี้ได้รับแรงบันดาลใจจากการ  ผจญภัยทางทะเล ควบคู่ไปกับการรักษาหลักการดีไซน์ที่เหนือกาลเวลา จึงทำให้เรือนเวลาเหล่านี้ก้าวขึ้นมาเป็นเพื่อนคู่ใจสายสปอร์ตที่ตอบโจทย์ตั้งแต่ กิจกรรมลุย ๆ ไปจนถึงการสวมใส่ออกงานหรูได้อย่างไร้ที่ติ

ดีไซน์ใหม่ที่ตอบโจทย์สายลุยยุคโมเดิร์น
ต้อนรับปี 2026 ด้วย Longines HydroConquest ที่ถูกนำมาตีความใหม่ทั้งคอลเลคชั่น โดยนำเสนอกลไกอัตโนมัติในสองขนาดที่ใช้งานได้หลากหลาย ตัวเรือนสเตนเลสสตีลขนาด 39 และ 42 มิลลิเมตร ถูกออกแบบมาให้มีสัดส่วนที่ลงตัว รักษาสมดุลระหว่างความโดดเด่นสะดุดตาและความสบายเมื่อสวมใส่ ขณะเดียวกันความประณีตในทุกองค์ประกอบก็เป็นเครื่องยืนยันถึงศิลปะการประดิษฐ์นาฬิกาชั้นสูงของแบรนด์ โดยมีหน้าปัดดีไซน์ใหม่ที่ถ่ายทอดความ  สง่างามออกมาได้อย่างสมบูรณ์แบบ เพิ่มมิติด้วยมาร์กเกอร์บอกเวลาที่ประดับลงบนหน้าปัด (Applied Indices) พร้อมเคลือบสาร Super-LumiNova® ให้คุณมองเห็นเวลาได้ชัดเจนที่สุด โดยคอลเลคชั่นนี้มีให้เลือก 4 โทนสี คือ พื้นผิวแล็กเกอร์ขัดเงาสีน้ำเงิน สีดำ และสีเขียว ที่มองแล้วดูลุ่มลึกมีมิติ และหน้าปัดสีน้ำเงินซันเรย์แบบเนื้อทรายที่มาพร้อมเท็กซ์เจอร์สะท้อนแสงเงาได้อย่างงดงามเกินบรรยาย


ขอบตัวเรือนเซรามิกทั้ง 5 สีเข้ามาช่วยเติมเต็มความสมบูรณ์แบบให้กับหน้าปัด ไม่ว่าจะเป็นสีดำคลาสสิก สีน้ำเงิน และสีเทาสเลท (Slate Grey) ซึ่งประกบคู่มากับสองเฉดสีใหม่สุดโดดเด่นอย่างสีเขียวสว่างและสีน้ำเงินเปล่งประกาย เปิดโอกาสให้คุณสนุกกับการจับคู่สีหน้าปัดและขอบตัวเรือนได้หลากหลายรูปแบบ

อีกหนึ่งไฮไลต์คือระบบขอบตัวเรือนแบบหมุนทิศทางเดียวที่ถูกนำมาปรับแต่งใหม่ โดยหยิบยืมดีไซน์มาจากรุ่น Ultra-Chron Diver ซึ่งช่วยให้สัมผัสขณะหมุนมีความกระชับและนุ่มนวลยิ่งขึ้น จุดสังเกตที่สำคัญคือการเพิ่มแคปซูลพรายน้ำ Super-LumiNova® ตรงตำแหน่งเริ่มต้นหรือจุด “0” เพื่อให้มองเห็นได้ชัดเจนขั้นสุดในทุกสภาวะแสง แน่นอนว่าเรื่องความทนทานก็ไม่เป็นรองใคร ด้วยเม็ดมะยมแบบขันเกลียวที่ผสานเข้ากับโครงสร้างอันบึกบึน ทำให้เรือนเวลาเหล่านี้พร้อมลุยและกันน้ำได้ลึกถึง 30 บาร์ (300 เมตร)

พลังขับเคลื่อนที่ซ่อนอยู่ภายใน
ภายใต้รูปลักษณ์ที่สวยงาม นาฬิกาแต่ละเรือนถูกขับเคลื่อนด้วยกลไกอัตโนมัติ Calibre L888.5 ซึ่งเป็นเอกสิทธิ์เฉพาะของลองจินส์ หัวใจสำคัญนี้ประกอบขึ้นจากซิลิคอนบาลานซ์สปริงและนวัตกรรมชั้นสูงที่รับประกันความแม่นยำในระดับสูงสุด สิ่งที่น่าทึ่งคือความสามารถในการต้านทานสนามแม่เหล็กที่เหนือกว่ามาตรฐาน ISO 764 ถึงสิบเท่า ซึ่งตอบโจทย์อย่างยิ่งสำหรับวิถีชีวิตยุคปัจจุบันที่รายล้อมไปด้วยอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ พร้อมด้วยกำลังสำรองพลังงานที่ยาวนานถึง 72 ชั่วโมง กลไกชุดนี้จึงเปรียบเสมือนบทสรุปแห่งความทุ่มเทของลองจินส์ที่ไม่เคยประนีประนอมกับทั้งเรื่องประสิทธิภาพและความเที่ยงตรง

ความใส่ใจในรายละเอียดถูกถ่ายทอดลงบนฝาหลังแบบขันเกลียวที่ประดับด้วยโลโก้ Longines อันเรียบหรู ดีไซน์นี้พาเราย้อนไปนึกถึงรุ่น GMT ในปี 2023 ด้วยลวดลายแกะสลักแผนที่โลกที่ซ่อนเรื่องราวของแบรนด์ ผู้เป็นดั่งเพื่อนร่วมทางของเหล่านักสำรวจและผู้รักการผจญภัยเอาไว้ได้อย่างมีชั้นเชิง เส้นสายแห่งการออกแบบยังลื่นไหลมาจนถึงสายนาฬิกา โดยนำเสนอ 3 รุ่นในสายสแตนเลสสตีลที่ร้อยเรียงด้วยข้อต่อทรงตัว H สุดประณีต ซึ่งเป็นดีไซน์หรูที่สานต่อมาจากรุ่น GMT และเพื่อความสบายสูงสุด สายนาฬิกาชุดนี้จึงผสานตัวล็อกแบบบานพับคู่เข้ากับระบบปรับขนาดสายแบบละเอียดที่ให้คุณปรับระดับความกระชับได้ถึง 4 ระดับ เพื่อรับกับข้อมือของผู้สวมใส่แต่ละบุคคลอย่างสมบูรณ์แบบ

ปฐมบทใหม่แห่ง HydroConquest
นับเป็นครั้งแรกของคอลเลคชั่นที่มีการนำสายถัก Milanese สแตนเลสสตีลคุณภาพสูงมาใช้กับ 3 โมเดลใหม่ล่าสุด สายนาฬิกาที่ผ่านการขัดแต่งพื้นผิวแบบขัดด้านตัดกับขอบขัดเงาอย่างพิถีพิถันนี้ ได้เข้ามาเติมเต็มสุนทรียศาสตร์ของนักเดินทางผู้มีรสนิยม และผสานกลิ่นอายความคลาสสิกเข้ากับความล้ำสมัยได้อย่างกลมกลืน


ดีไซน์สายถักที่ค่อย ๆ เรียวเล็กลง ช่วยให้สวมใส่สบายและระบายอากาศได้ดี ในขณะที่ตัวล็อกสายแบบปรับละเอียดก็ช่วยเสริมความมั่นใจว่าสายจะกระชับพอดีกับทุกข้อมือ นอกจากนี้การออกแบบข้อต่อสายให้ปรับขนาดได้ง่ายดาย ยิ่งขึ้นยังสะท้อนให้เห็นว่าสายนาฬิกาชุดนี้ไม่ได้มีดีแค่ความสวยงาม แต่ยังเกิดมาเพื่อการใช้งานจริงในทุก ๆ วัน

การหลอมรวมสุดยอดเทคโนโลยีเข้ากับดีไซน์อันหมดจด ทำให้ HydroConquest เจเนอเรชั่นใหม่เปรียบดั่งตัวแทนของความเป็นอิสระ นี่คือเครื่องบอกเวลาสำหรับผู้ที่ใช้ชีวิตเชื่อมโยงสองโลกเข้าด้วยกัน ผืนดินและผืนน้ำ ความท้าทายและความหรูหรา ด้วยท่วงท่าที่สง่างามและเปี่ยมด้วยความมั่นใจเสมอ

รุ่น Exclusive มีขายเฉพาะที่บูติกและออนไลน์เท่านั้น
สำหรับผู้ที่หลงใหลในความเอ็กซ์คลูซีฟ ลองจินส์นำเสนอเรือนเวลาขนาด 39 มม. และ 42 มม. สองโมเดลพิเศษที่มาพร้อมหน้าปัดสีน้ำเงินเนื้อทราย (Frosted-blue) โดยจะเปิดให้ครอบครองเฉพาะที่ Longines Corporate Boutiques, Shop-in-Shop และช่องทางอีคอมเมิร์ซของแบรนด์เท่านั้น

ความน่าหลงใหลของโมเดลนี้ซ่อนอยู่ที่การหยอกล้อกันระหว่างแสงและเท็กซ์เจอร์บนพื้นผิวหน้าปัดซันเรย์ สร้างมิติความตื้นลึกที่สลับซับซ้อน และมอบความสุนทรีย์ที่แปรเปลี่ยนไปตามจังหวะเวลาของวันได้อย่างงดงาม


หน้าปัดสีน้ำเงินเนื้อทราย (Frosted-blue) ถือเป็นการนำกลิ่นอายของท้องทะเลมาเล่าใหม่ในบริบทที่ร่วมสมัย เป็นการก้าวข้ามภาพจำเดิม ๆ เพื่อจับเอาแก่นแท้ของเกลียวคลื่นมา สลักไว้บนสีสันและพื้นผิวสัมผัส เรือนเวลาสุดพิเศษนี้มาพร้อมขอบตัวเรือนเซรามิกสีน้ำเงินเข้มและสายสเตนเลสสตีล ที่เพิ่มความกระชับมั่นใจด้วยตัวล็อกแบบบานพับคู่พร้อมระบบปรับขนาดสายแบบละเอียด จึงปฏิเสธไม่ได้เลยว่านี่คือเรือนเวลาที่เกิดมาเพื่อนักสะสมอย่างแท้จริง เพราะมันมอบตัวเลือกที่โดดเด่นซึ่งแยกตัวออกมาจากคอลเลคชั่นหลักอย่างชัดเจน ในขณะเดียวกันก็ยังคงรักษามาตรฐานความสมบูรณ์แบบทางกลไกและความสปอร์ตหรูหรา ซึ่งเป็นดีเอ็นเอของ HydroConquest ไว้ได้อย่างไร้ที่ติ

Henry Cavill กับการเปิดตัว HydroConquest โฉมใหม่
ภาพลักษณ์ของ HydroConquest โฉมใหม่ถูกสะท้อนออกมาผ่านตัวตนของ Henry Cavill ผู้ครองตำแหน่ง Longines Ambassador of Elegance มาตั้งแต่ปี 2024 ในแคมเปญล่าสุดนี้ เขาได้พาเราไปสัมผัสกับจิตวิญญาณแห่งความเป็นอิสระและการออกเดินทางค้นหาความหมายใหม่ ๆ ท่ามกลางฉากหลังอันทรงพลังของชายฝั่งหินภูเขาไฟบนเกาะ Tenerife แห่งหมู่เกาะคานารี แคมเปญนี้บันทึกภาพท่วงท่าอันสง่างามและเป็นธรรมชาติของ Henry Cavill ขณะเคลื่อนไหวอยู่ระหว่างผืนดินและผืนน้ำ ซึ่งเปรียบเสมือนภาพสะท้อนถึงฟังก์ชั่นที่ปรับเปลี่ยนได้ทุกสถานการณ์ และความงดงามของสองโลกที่ผสานเข้าด้วยกันจนกลายเป็นหัวใจสำคัญของ HydroConquest

"นาฬิกาเรือนนี้มอบความรู้สึกที่ทั้งเบาสบายและสง่างามในคราวเดียวกัน ชวนให้จินตนาการถึงภาพชายฝั่งทะเลและท่าเทียบเรือในช่วงฤดูใบไม้ผลิจรดฤดูร้อน ซึ่งแฝงไว้ด้วยกลิ่นอายของการออกค้นหาสิ่งใหม่ ๆ เป็นความรู้สึกที่สะท้อนถึงความสง่างามอันคลาสสิกตามแบบฉบับของ Longines ได้อย่างแท้จริง"
Henry Cavil

ภาพของหาดทรายสีเข้มและเกลียวคลื่นแอตแลนติกที่ซัดสาด คือฉากหลังที่ขับเน้นให้ 'ม้า' กลายเป็นสัญลักษณ์อันทรงพลังที่โลดแล่นอยู่ตลอดแคมเปญ ไม่ใช่แค่เพื่อสื่อถึงความปราดเปรียวและท่วงท่าที่งดงาม แต่ยังเป็นการรำลึกถึงความผูกพันที่แนบแน่นระหว่างลองจินส์กับโลกแห่งศิลปะการขี่ม้า ภาพการก้าวเดินของ Henry Cavill ท่ามกลางรอยต่อของชายฝั่งและจังหวะของน้ำขึ้นน้ำลง คือการร้อยเรียงเรื่องราวที่เนรมิตปรัชญาความสง่างามในทุกการเคลื่อนไหวให้มีชีวิตและจับต้องได้อย่างแท้จริง

หนึ่งในนักแสดงผู้เปี่ยมพรสวรรค์และมากความสามารถที่สุดแห่งยุค
เส้นทางของ Henry Cavill ได้ประจักษ์ต่อสายตาผู้ชมมาแล้วในหลากหลายมิติ นับตั้งแต่บทบาทซูเปอร์แมนแห่งจักรวาล DC ที่สร้างชื่อเสียงไปทั่วโลก ไปจนถึงผลงานแอ็กชั่นเหนือชั้นอย่าง Mission: Impossible – Fallout และ The Man from U.N.C.L.E. ของ Guy Ritchie สิ่งเหล่านี้ล้วนตอกย้ำถึงความสามารถทางการแสดงที่ไร้ขีดจำกัดของเขา

ทุกวันนี้ Cavill ยังคงเติบโตในเส้นทางศิลปินอย่างต่อเนื่องผ่านการเลือกเดินในโปรเจ็กต์ที่ขับเคลื่อนด้วยแพสชั่นส่วนตัว ไม่ว่าจะเป็นการนั่งแท่นผู้อำนวยการสร้างบริหารและแสดงนำใน Warhammer 40,000 ฉบับดัดแปลงโดย Amazon MGM Studios ไปจนถึงการเตรียมนำแสดงในภาพยนตร์ไลฟ์แอ็กชั่น Voltron และโปรเจ็กต์รีบูตเรื่อง Highlander ภายใต้การกำกับของ Chad Stahelski ซึ่งรับรองว่าแฟน ๆ จะได้เห็นเขาในมิติที่ตื่นตาตื่นใจยิ่งกว่าเดิม


นอกเหนือจากบทบาทบนจอเงิน Henry Cavill ยังคงเป็นชายหนุ่มผู้พร้อมจะ ทลายทุกกรอบความคาดหวัง ตัวตนในฐานะเกมเมอร์ที่หลงไหลในมิติของการเล่าเรื่อง ได้หล่อหลอมให้เขาทุ่มเทสุดตัวให้กับทุกสิ่งที่ลงมือทำ เฉกเช่นเดียวกับบทบาทใน Promethean Productions บริษัทโปรดักชั่นที่เขามุ่งมั่นปลุกปั้น   ผลงานออริจินัล ซึ่งเปี่ยมไปด้วยความหมายและพร้อมจะสร้างอิทธิพลเชิงบวกให้กับวงการบันเทิง

สำหรับวิถีชีวิตที่ขับเคลื่อนด้วยแพสชันเช่นนี้ HydroConquest จึงเปรียบดั่งเพื่อนร่วมเดินทางที่สมบูรณ์แบบ เครื่องบอกเวลาที่ตอบสนองอย่างแม่นยำในทุกช่วงเวลาที่ท้าทาย พร้อมกับรักษากลิ่นอายความละเมียดละไม ที่ช่วยขับเน้นตัวตนอันสง่างามของผู้ที่สวมใส่มันให้โดดเด่นอยู่เสมอ

HydroConquest วิวัฒนาการความสปอร์ตที่หรูหราขึ้นอีกขั้น
คอลเลคชั่น HydroConquest สืบทอดสายเลือดมาจากตระกูล Conquest ซึ่งเป็นเรือนเวลาไลน์แรกของลองจินส์ที่ได้รับการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าในสวิตเซอร์แลนด์เมื่อปี 1954 ด้วยการเป็นที่รู้จักในฐานะ 'นาฬิกาสำหรับสวมใส่ทุกวัน' (The everyday watch) Conquest จึงเปรียบเสมือนการสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับเครื่องบอกเวลาที่พร้อมตอบโจทย์ทุกมิติของวิถีชีวิตยุคใหม่ ซึ่งปรัชญาดังกล่าวนี้ยังคงเป็นหัวใจสำคัญที่คอยขับเคลื่อนคอลเลคชั่นนี้มาอย่างยาวนานกว่าเจ็ดทศวรรษ

การถือกำเนิดของ HydroConquest ในปี 2007 ถือเป็นการสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับสายเลือด Conquest ด้วยขีดสุดแห่งประสิทธิภาพการกันน้ำลึกถึง 30 บาร์ หรือ 300 เมตร ก่อเกิดเป็นเรือนเวลาสปอร์ตแนวใหม่ที่พร้อมเผชิญหน้ากับทุกสภาวะที่ท้าทาย โดยไม่ละทิ้งความงดงามอันละเมียดละไมซึ่งเป็นนิยามของ ลองจินส์ คอลเลคชั่นนี้เติบโตและผ่านการขัดเกลามาหลายยุคสมัย

ในปี 2018 เราได้เห็นการปรับสัดส่วนให้สง่างามยิ่งขึ้นในตัวเรือนขนาด 41 และ 43 มิลลิเมตร พร้อมกับการเผยโฉมขอบตัวเรือนเซรามิก จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นอีกครั้งในปี 2023 กับการพลิกโฉมดีไซน์ครั้งใหญ่ที่สร้างภาพจำใหม่ให้กับแบรนด์ ไม่ว่าจะเป็นสีสันใหม่ ๆ ไปจนถึงการบุกเบิกกลไก GMT จนเดินทางมาถึงเจเนอเรชั่นปี 2026 ที่เป็นการนำเอาดีเอ็นเอแห่งความสำเร็จทั้งหมดมา   สานต่อและปรับแต่งทุกรายละเอียดให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น โดยยังคงความคลาสสิกอันเป็นหัวใจหลักไว้อย่างเหนียวแน่น

ทุกก้าวของวิวัฒนาการที่ผ่านการกลั่นกรองมาอย่างพิถีพิถันนี้ คือภาพสะท้อนของปรัชญาหลักจากลองจินส์ ที่ว่านวัตกรรมอันถ่องแท้ย่อมถือกำเนิดขึ้นจากการให้ความเคารพในรากเหง้า พร้อมกับการโอบรับบริบทของโลกยุคใหม่ ในฐานะคอลเลคชั่นชูโรงของแบรนด์ HydroConquest โฉมใหม่ที่ได้นำเอาไอคอนแห่งยุคสมัยมาตีความอีกครั้ง เพื่ออุทิศให้กับผู้ที่รักในอิสระ และไม่ยอมให้อุปสรรคหรือสภาพแวดล้อมใด ๆ มาพันธนาการการใช้ชีวิตของตนเอง

About our movements
Backed by centuries of watchmaking expertise, Longines has pioneered many technical advances and still displays an unfailing will to innovate. Its constant pursuit of excellence has led Longines to equip all its automatic timepieces with cutting-edge movements whose features include a silicon balance-spring. Silicon is not only lightweight and corrosion-resistant, but also impervious to normal temperature fluctuations and magnetic fields. Its unique properties boost the watch’s precision and longevity and allow Longines to guarantee these models for five years.

About Longines
Longines has been established in Saint-Imier, Switzerland, since 1832. The watchmaking house boasts expertise forged in tradition, elegance and high performance. With its long-standing experience as official timekeeper of world sports championships and partner of international sports federations, the Swiss watch brand has forged strong and lasting links with the sporting world over the years. Renowned for the elegance of its models, Longines is a member of Swatch Group Ltd, the world’s leading manufacturer of timepieces. The brand with the winged hourglass as its emblem has outlets in over 130 countries

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้