Last updated: 1 ก.ค. 2569 | 254 จำนวนผู้เข้าชม |
เพื่อเฉลิมฉลองการเปิดตัวธีมประจำปี 2026 ของ Vacheron Constantin (วาเชอรอง คองสตองแตง) ภายใต้แนวคิด “Explore All Ways Possible” เมซงได้เรียนเชิญแขกคนสำคัญร่วมออกเดินทางสู่ประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ ณ ลังกาวี ประเทศมาเลเซีย การเดินทางครั้งนี้ถูกรังสรรค์ขึ้นภายใต้แรงบันดาลใจแห่งการสำรวจ ผ่านการเปิดตัวเรือนเวลารุ่น Overseas Dual Time Cardinal Points พร้อมการเผยโฉมนาฬิการุ่นใหม่จากหลากหลายคอลเลกชัน
ทริปครั้งนี้ยังได้รับเกียรติจาก Sandrine Donguy ผู้อำนวยการฝ่ายผลิตภัณฑ์และการสร้างสรรค์แห่ง Vacheron Constantin และ Cory Richards นักปีนเขา นักผจญภัย และช่างภาพจาก National Geographic ผู้เป็นหนึ่งในบุคคลสำคัญของแคมเปญ One Of Not Many ของเมซง ร่วมถ่ายทอดจิตวิญญาณแห่งการสำรวจและการเล่าเรื่องตลอดการเดินทาง


ภายใต้การนำของนักธรรมชาติวิทยา แขกทุกท่านได้สัมผัสประสบการณ์ล่องเรือชมแม่น้ำ และป่าชายเลนในอุทยานมรดกโลกยูเนสโกของลังกาวี ซึ่งมีชื่อเสียงด้านความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศและภูเขาหินปูนอันงดงาม การเดินทางสำรวจด้วยเรือล่องไปตามลำน้ำคดเคี้ยว เปิดโอกาสให้ได้พบเห็นสัตว์ต่างๆ ไม่ว่สจะเป็น นกนานาชนิด นกอินทรี ลิง และปลาตีนที่แหวกว่ายอย่างมีชีวิตชีวา สะท้อนเอกลักษณ์ของลังกาวีได้อย่างสวยงาม


แขกผู้ร่วมงานยังได้สัมผัสประสบการณ์ด้านอาหารอันน่าประทับใจจากเชฟมากฝีมืออย่าง Su Kim Hock ซึ่งบินตรงจากปีนังเพื่อรังสรรค์เมนูสุดพิเศษ โดยเชฟซู เป็นหัวหน้าทีมจากร้าน Au Jardin หนึ่งในร้านอาหารกลุ่มแรกของมาเลเซียที่ได้รับดาวมิชลิน ความมุ่งมั่นด้านความยั่งยืนและนวัตกรรมทางอาหารของเขาสะท้อนถึงการแสวงหาความเป็นเลิศของเมซงได้อย่างลงตัว


นอกจากนี้ ค่ำคืนยังถูกเติมเต็มด้วยบทเพลงที่สะท้อนเสน่ห์แห่งวัฒนธรรมมาเลเซียจาก Alena Murang นักร้อง นักแต่งเพลง นักดรีซาเป (Sape) และผู้ถ่ายทอดองค์ความรู้เกี่ยวกับเชื้อสาย Dayak-European โดยเธอเกิดบนเกาะบอร์เนียว อาศัยอยู่ในกรุงกัวลาลัมเปอร์ สามารถขับร้องบทเพลงในภาษา Kelabit และ Kenyah ซึ่งเป็นภาษาท้องถิ่นที่ใกล้สูญหาย อีกทั้งยังเป็นหนึ่งในสตรีกลุ่มแรกที่บรรเลง “ซาเป” เครื่องสายพื้นเมืองจากบอร์เนียว ซึ่งตามขนบดั้งเดิมถือเป็นเครื่องดนตรีสำหรับสุภาพบุรุษ

OVERSEAS DUAL TIME CARDINAL POINTS
คอลเลกชัน Overseas ถ่ายทอดจิตวิญญาณแห่งการสำรวจและการเปิดรับโลกกว้าง ซึ่งเป็นแนวคิดที่อยู่คู่กับ Vacheron Constantin มาโดยตลอด นับตั้งแต่ก่อตั้งแบรนด์ ในปี 2026 Vacheron Constantin เปิดตัว Overseas Dual Time Cardinal Points นาฬิกาใหม่ 4 รุ่น ที่รังสรรค์ขึ้นจากไทเทเนียมทั้งเรือน เพื่อสะท้อนแนวคิดแห่งการเดินทางในมิติใ
นาฬิการุ่นใหม่นี้สืบทอดแนวคิดจากผลงานที่เปิดตัวในปี 2019 และ 2021 โดยจุดเริ่มต้นคือ Overseas Dual Time Prototype ซึ่งมาพร้อมหน้าปัดสีเทาเข้มพื้นผิวเกรนและตัวเรือนไทเทเนียม สร้างขึ้นเป็นพิเศษสำหรับ Cory Richards ช่างภาพและนักสำรวจผู้ร่วมทดสอบนาฬิการุ่นต้นแบบภายใต้สภาพแวดล้อมอันโหดร้ายระหว่างการพิชิตยอดเขา Mount Everest ต่อมาในปี 2021 แบรนด์ได้เปิดตัว Overseas "Everest" รุ่นลิมิเต็ดเอดิชันอีก 2 รุ่น ได้แก่ Chronograph และ Dual Time ซึ่งยังคงใช้ตัวเรือนไทเทเนียม และได้รับแรงบันดาลใจโดยตรงจากนาฬิการุ่นต้นแบบที่พัฒนาขึ้นสำหรับ Cory Richards

สำหรับ Overseas Dual Time Cardinal Points รุ่นล่าสุด ถ่ายทอดแนวคิดการเดินทางผ่านหน้าปัด 4 เฉดสีอันเป็นเอกลักษณ์ ขับเคลื่อนด้วยกลไกอินเฮาส์ Calibre 5110 DT/3 ที่รวมฟังก์ชันสำคัญสำหรับนักเดินทางไว้ครบถ้วน ทั้งการแสดงเวลาสองเขตเวลา การแสดงกลางวัน/กลางคืน และวันที่ อีกทั้งยังได้รับการรับรองด้วยตรา Geneva Hallmark ซึ่งเป็นเครื่องหมายรับรองมาตรฐานการผลิตนาฬิกาชั้นสูง ที่ยืนยันทั้งความเที่ยงตรง ความน่าเชื่อถือ และคุณภาพของการตกแต่งกลไกตามขนบธรรมเนียมดั้งเดิม
Cory Richards กล่าวถึง Overseas คอลเลกชันใหม่นี้ว่า “สิ่งที่สะท้อนความหมายได้อย่างลึกซึ้งที่สุดคือแนวคิดที่ว่า มนุษย์เราไม่เคยหยุดนิ่ง เพราะการเคลื่อนไหวคือธรรมชาติของเรา ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางภายในจิตใจหรือการออกเดินทางสู่โลกภายนอก ทุกเส้นทางล้วนนำพาเราไปสู่จุดหมายที่คอยชี้นำชีวิต และระหว่างการสำรวจโลกนั้น เราไม่ได้เพียงค้นพบสถานที่ใหม่ ๆ แต่ยังได้ค้นพบตัวตนของเราเองผ่านการเดินทางครั้งนั้นด้วย”
พร้อมเผชิญทุกการผจญภัย
Overseas Dual Time Cardinal Points ได้รับการออกแบบขึ้นเพื่อเป็นนาฬิกาคู่ใจของนักเดินทางอย่างแท้จริง โดยผสานทั้งความแข็งแกร่งที่พร้อมรับมือกับสภาพแวดล้อมอันสมบุกสมบัน และความสบายสูงสุดในการสวมใส่ ตัวเรือนขนาด 41 มิลลิเมตร สายโลหะแบบอินทิเกรเต็ด และบานพับสายแบบเปลี่ยนได้ ล้วนผลิตจากไทเทเนียม วัสดุที่ได้รับการคัดเลือกจากคุณสมบัติอันโดดเด่นด้านน้ำหนักเบาและความแข็งแรง
เอกลักษณ์ของไทเทเนียมได้รับการขับเน้นผ่านพื้นผิวสีเทาแอนทราไซต์แบบด้านบนขอบตัวเรือน เม็ดมะยม และวงแหวนปุ่มกด ซึ่งสร้างมิติของแสงและเงาอย่างละเอียดอ่อน พร้อมขับเน้นร่องเว้าบนขอบตัวเรือนที่ได้รับแรงบันดาลใจจากรูปทรงของ Maltese Cross สัญลักษณ์อันเป็นเอกลักษณ์ของ Overseas

หน้าปัดมีให้เลือก 4 เฉดสี ซึ่งแต่ละสีถ่ายทอดหนึ่งในสี่ทิศหลักของเข็มทิศ และสะท้อนภูมิประเทศที่แตกต่างกัน ได้แก่ สีขาว แทนดินแดนทางเหนือที่ปกคลุมด้วยหิมะ สีน้ำตาล ถ่ายทอดผืนแผ่นดินและทุ่งกว้างของซีกโลกใต้ สีเขียว สื่อถึงผืนป่าและป่าฝนเขตร้อนทางตะวันตก และ สีน้ำเงิน เปรียบเสมือนการเดินทางสู่เส้นขอบฟ้าทางทิศตะวันออก ที่ท้องทะเลและท้องฟ้าหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว
เมื่อพิจารณาอย่างใกล้ชิด หน้าปัดเผยรายละเอียดอันประณีตผ่านการผสมผสานพื้นผิวหลากหลายรูปแบบ เพื่อสร้างทั้งมิติและความลุ่มลึก พื้นผิวเกรนบริเวณกึ่งกลางหน้าปัดช่วยลดการสะท้อนของแสง พร้อมสร้างความแตกต่างกับพื้นผิวแบบ Snailing ของหน้าปัดแสดงวันที่ ขณะที่วงแหวนสองชั้นที่ล้อมรอบหน้าปัดได้รับการตกแต่งด้วยเทคนิคที่แตกต่างกัน โดยสเกลนาทีด้านในใช้การขัดผิวแบบ Circular Satin ส่วนสเกลวินาทีด้านนอกเคลือบแลกเกอร์ พร้อมตัวเลขทุก ๆ 5 วินาที เพื่อสะท้อนถึงความสำคัญของความเที่ยงตรงและการวางแผนในการเดินทางท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่ท้าทาย เข็มสีส้มสำหรับแสดงเวลาเขตที่สองและสถานะ AM/PM เติมสีสันที่โดดเด่นให้กับหน้าปัด พร้อมตอกย้ำบุคลิกสปอร์ตของนาฬิการุ่นนี้ได้อย่างลงตัว
กลไกที่ออกแบบมาเพื่อการเดินทาง
ใต้ฝาหลังคริสตัลแซฟไฟร์เผยให้เห็นกลไกอินเฮาส์อัตโนมัติ Calibre 5110 DT/3 ซึ่งได้รับการพัฒนาขึ้นโดยคำนึงถึงความต้องการของนักเดินทางเป็นสำคัญ สามารถแสดงเวลาสองเขตเวลาได้พร้อมกัน นอกเหนือจากการแสดงเวลาท้องถิ่น เข็มสีส้มปลายลูกศรยังใช้แสดงเวลา ณ ถิ่นพำนัก (Home Time) ควบคู่กับหน้าต่างแสดงกลางวัน/กลางคืน (Day/Night) ในโทนสีเดียวกัน ส่วนการแสดงวันที่แบบเข็มชี้ที่ตำแหน่ง 6 นาฬิกา จะทำงานสอดคล้องกับเวลาท้องถิ่น และสามารถปรับตั้งได้ผ่านปุ่มกดเฉพาะ ขณะที่การปรับเวลาเขตที่สองทำได้อย่างสะดวกเพียงหมุนเม็ดมะยมไปในทิศทางที่ต้องการ สะพานจักรได้รับการเคลือบ NAC สีเทาเข้ม สอดรับกับโทนสีของตัวเรือนไทเทเนียม พร้อมสร้างความตัดกันอย่างงดงามกับชิ้นส่วนของชุดเฟืองที่เผยให้เห็น และโรเตอร์ขึ้นลาน เยลโลว์โกลด์ 22 กะรัต 3N ซึ่งสลักลวดลายเข็มทิศอันเป็นเอกลักษณ์ของคอลเลกชัน Overseas
รายละเอียดการตกแต่งสะท้อนถึงศาสตร์แห่งการผลิตนาฬิกาชั้นสูงในทุกมิติ ตั้งแต่การตกแต่ง Perlage บนเมนเพลทที่ต่อเนื่องไปถึงด้านล่างของกลไก แม้จะเป็นส่วนที่ไม่สามารถมองเห็นได้เมื่อประกอบเสร็จแล้ว แต่ยังคงได้รับการตกแต่งอย่างประณีต เพื่อสะท้อนความมุ่งมั่นสู่ความสมบูรณ์แบบในทุกรายละเอียด สะพานจักรที่มองเห็นได้ประดับด้วยลาย Côtes de Genève ซึ่งช่วยสร้างมิติของแสง ขณะที่การลบเหลี่ยมและขัดเงาขอบชิ้นส่วนด้วยมือ (Hand-bevelling) ทำให้ทุกชิ้นส่วนเปล่งประกายอย่างงดงาม รายละเอียดเหล่านี้ล้วนสะท้อนถึงความเชี่ยวชาญของช่างฝีมือ แม้บางส่วนจะถูกซ่อนอยู่ภายในตัวเรือน ขณะที่อีกหลายรายละเอียดสามารถชื่นชมได้ผ่านฝาหลังคริสตัลแซฟไฟร์
หนึ่งเรือน สามสไตล์
ในฐานะนาฬิกาที่ออกแบบมาเพื่อการเดินทางอย่างแท้จริง Overseas Dual Time Cardinal Points มาพร้อมสายไทเทเนียมแบบอินทิเกรเต็ดและบานพับแบบสามตอน พร้อมระบบ Easy-fit อันเป็นเอกลักษณ์ของคอลเลกชัน ที่ช่วยปรับความกระชับของสายได้อย่างรวดเร็วโดยไม่ต้องถอดข้อสาย
นอกจากนี้ ยังมาพร้อมสายยางอีก 2 เส้น ซึ่งสามารถเปลี่ยนสลับได้ง่ายด้วยบานพับไทเทเนียมแบบถอดเปลี่ยนได้ เส้นแรกเป็นสายสีส้มพร้อมพื้นผิวที่ได้รับแรงบันดาลใจจากสัญลักษณ์ Maltese Cross ส่วนอีกเส้นใช้สีเดียวกับหน้าปัดและตกแต่งด้วยลวดลายพื้นผิวเฉพาะ ทั้งสองเส้นสามารถเปลี่ยนได้ภายในไม่กี่วินาทีโดยไม่ต้องใช้เครื่องมือ
“Explore All Ways Possible”
จิตวิญญาณแห่งการสำรวจของ Vacheron Constantin
“Do better if possible, and that is always possible.” หรือ “ถ้าทำได้ดียิ่งขึ้น ก็จงทำ เพราะย่อมเป็นไปได้เสมอ” คำขวัญของ Vacheron Constantin ที่มีต้นกำเนิดจากบันทึกของ François Constantin เมื่อปี ค.ศ. 1819 ซึ่งสะท้อนปรัชญาของแบรนด์ในการแสวงหาความเป็นเลิศและผลักดันขอบเขตแห่งความคิดสร้างสรรค์อย่างไม่หยุดยั้ง ไม่ว่าการเดินทางนั้นจะนำพาไปสู่จุดหมายใด
สำหรับ Vacheron Constantin การสำรวจไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการพัฒนากลไกนาฬิกา หากยังหมายถึงการเปิดรับมุมมองใหม่ ๆ ทั้งด้านศิลปะ วัฒนธรรม มรดกทางประวัติศาสตร์ และงานหัตถศิลป์ เพื่อก้าวข้ามกรอบเดิมของการผลิตนาฬิกา การสำรวจในทุกรูปแบบจึงเป็นแรงผลักดันให้แบรนด์มองไกลกว่าเดิม คิดต่าง และปลดปล่อยพลังแห่งการสร้างสรรค์อย่างต่อเนื่อง
ด้วยการเปิดรับโลกกว้าง Vacheron Constantin จึงนิยามการบอกเวลาให้เป็นมากกว่าหน้าที่ของนาฬิกา แต่เป็นพื้นที่แห่งการค้นคว้าและการค้นพบ ที่หลอมรวมองค์ความรู้ด้านเทคนิค ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรมเข้าไว้ด้วยกัน
ภายใต้ธีมประจำปี “Explore All Ways Possible” แบรนด์ได้ร่วมงานกับ Shan Jiang ศิลปินและนักวาดภาพประกอบชาวจีน เพื่อถ่ายทอดการเดินทางอันเปี่ยมด้วยจินตนาการและบทกวี ที่สะท้อนว่าการสำรวจคือจุดกำเนิดของความมหัศจรรย์ นวัตกรรม และองค์ความรู้ใหม่
ผลงานของ Shan Jiang ได้รับอิทธิพลจากบ้านเกิดอย่างนครเซี่ยงไฮ้ ซึ่งหลอมรวมตึกระฟ้าและบ้านเรือนดั้งเดิม ความเชื่อโบราณ แนวคิดร่วมสมัย และวัฒนธรรมย่อยเข้าไว้ในภาพเดียวกัน พร้อมหยิบยืมแรงบันดาลใจจากศิลปะจีนแบบประณีต ศิลปะอูกิโยเอะ สำนัก Bauhaus ผลงานของ Albrecht Dürer, Jean Giraud และ Eduardo Paolozzi จนเกิดเป็นภาษาทางศิลปะที่เต็มไปด้วยรายละเอียดและจินตนาการไร้ขอบเขต ซึ่งสอดคล้องกับคุณค่าของ Vacheron Constantin ในการแสวงหาความเป็นเลิศและนวัตกรรมผ่านการสำรวจโลกในทุกมิติ
30 มิ.ย. 2569
30 มิ.ย. 2569
1 ก.ค. 2569
30 มิ.ย. 2569