Last updated: 15 เม.ย 2569 | 36 จำนวนผู้เข้าชม |
HUBLOT (อูโบลท์) ได้สร้างปรากฏการณ์ให้กับอุตสาหกรรมนาฬิกาด้วยผลงาน Big Bang (บิ๊ก แบง) ในปี 2005 ก่อนก้าวสู่ความเป็นอิสระทางด้านกลไกในปี 2010 ด้วย Unico (ยูนิโค่) กลไกโครโนกราฟอินเฮาส์รุ่นแรกของแบรนด์ นับจากนั้นความเชี่ยวชาญได้กลายเป็นหัวใจสำคัญของ Hublot ในทุกด้าน ตั้งแต่กลไก วัสดุ ไปจนถึงการออกแบบที่พัฒนาอย่างต่อเนื่อง และต่อยอดจากโอกาสครบรอบ 20 ปีของ Big Bang สำหรับปีนี้ Hublot ได้เปิดตัวคอลเลกชั่น Big Bang Reloaded (บิ๊ก แบง รีโหลดเด็ด) วิวัฒนาการใหม่ของ Big Bang Unico (บิ๊ก แบง ยูนิโค่) โอเพ่นเวิร์ค มาในขนาด 44 มม. ที่รังสรรค์จากวัสดุสำคัญของแบรนด์ โดยบางวัสดุยังสะท้อนวาระพิเศษในปี 2026 อีกด้วย ภายใต้แนวคิด “Reloaded” กลไก Unico ถูกยกให้โดดเด่น ผ่านการใช้สีสัน คอนทราสต์ และโครงสร้างหน้าปัดที่ช่วยให้เห็นรายละเอียดของกลไกโครโนกราฟ โดยเฉพาะคอลัมน์วีลที่อยู่ด้านบนหน้าปัดและโครงสร้างระบบฟลายแบ็คที่ถูกออกแบบให้มองเห็นได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น

“The Big Bang Reloaded คือผลงานที่สะท้อนความเชี่ยวชาญของ Hublot โดยแสดงให้เห็นถึงการเติบโตของแบรนด์ในฐานะ Manufacture รวมถึงพัฒนาการของคอลเลกชั่น Big Bang และกลไก Unico ตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา ซึ่งในช่วงต้นปี Hublot ได้ทำการเปิดตัว Big Bang Original (บิ๊ก แบง ออริจินัล) ที่มาพร้อมกลไก Unico ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากผลงานในปี 2005 ที่ใช้หน้าปัดแบบปิด แต่ถูกนำมาตีความใหม่และขับเคลื่อนด้วยกลไก Unico อินเฮาส์อย่างเต็มรูปแบบ นับเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่กลไกอินเฮาส์ของแบรนด์ได้เข้ามาขับเคลื่อนคอลเลกชั่น Big Bang ทั้งหมด และก้าวต่อไปของเราก็ชัดเจน คือการพัฒนา Big Bang Unico แบบโอเพ่นเวิร์คให้โดดเด่น พร้อมปรับโครงสร้างจากภายในสู่ภายนอก” Julien Tornare (จูเลี่ยน ทอร์นาเร่) CEO ของ Hublot กล่าว
จากภายในสู่ภายนอก
ในปี 2026 นาฬิกาไอคอนได้หวนกลับมาอีกครั้ง พร้อมการพัฒนาเครื่องใหม่จากภายในสู่ภายนอก โดยยังคงรักษาดีเอ็นเอเดิมไว้ แต่เติมเต็มด้วยขุมพลังของกลไกที่พัฒนาไปอีกขั้น ดีไซน์ที่เฉียบคมยิ่งขึ้น และอัตลักษณ์ที่ชัดเจนกว่าเดิม Big Bang Reloaded คือก้าวสำคัญที่นำพา Big Bang และ Unico ก้าวสู่ยุคใหม่
ภายใน: กลไก UNICO
เปิดตัวครั้งแรกในปี 2010 เพียงหนึ่งปีหลังจากการโรงงานผลิตของ Hublot กลไก Unico ได้รับการพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง ทั้งในด้านการปรับปรุงชิ้นส่วนประกอบ โครงสร้างและสัดส่วนได้รับการออกแบบและปรับแต่งให้ดียิ่งขึ้น จนในปี 2018 กลไกพื้นฐานและโมดูลโครโนกราฟได้ถูกรวมเป็นหนึ่งเดียว กลายเป็นกลไกแบบอินทิเกรตที่ได้รับการออกแบบใหม่เพื่อเพิ่มสมรรถนะ และปรับขนาดให้เหมาะกับตัวเรือนหลากหลายรูปแบบ และกว่า 16 ปีนับจากวันเปิดตัว การพัฒนานี้ยังคงดำเนินต่อไป โดยในปัจจุบันกลไกถูกออกแบบให้มองเห็นได้ชัดเจนยิ่งขึ้น และก้าวขึ้นมาเป็นหัวใจสำคัญของการออกแบบ


Big Bang Reloaded ยกระดับทั้งสมรรถนะและความชัดเจนในการอ่านเวลา ด้วยกลไก Unico ซึ่งเป็นหนึ่งในโครโนกราฟแบบอินทิเกรตที่ล้ำหน้าที่สุดในยุคนี้ มาพร้อมนวัตกรรมที่จดสิทธิบัตร 5 รายการ ได้แก่ ระบบคลัตช์แบบแกว่งที่ชดเชยระยะฟันเฟือง ระบบป้องกันการสั่นของเข็มโครโนกราฟ กลไกตัวบล็อคเฟืองจักรแบบ “ไร้แรงเสียดทาน” ระบบปรับอัตราเดินอย่างละเอียด และระบบตั้งเวลาที่ทนต่อแรงกระแทกสูง โดยแนวคิด “Reloaded” ยังยกให้กลไก Unico เป็นจุดศูนย์กลางของดีไซน์ ใช้สีและคอนทราสต์ที่ช่วยขับเน้นรายละเอียดให้มองเห็นได้ชัดยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นคอลัมน์วีลที่ตำแหน่ง 6 นาฬิกา และระบบคลัตช์แบบแกว่งคู่ที่ตำแหน่ง 8 นาฬิกา หน้าปัดจับเวลาที่ตำแหน่ง 3 นาฬิกาได้รับการออกแบบใหม่ พร้อมย้ายช่องวันที่ไปอยู่ระหว่างตำแหน่ง 4 และ 5 นาฬิกา และเพิ่มรายละเอียดสีเพื่อเน้นฟังก์ชั่นฟลายแบ็ค รวมถึงเข็มโครโนกราฟดีไซน์ใหม่ที่สะท้อนความแม่นยำในการใช้งาน ขณะที่ด้านหลังตัวเรือนเผยให้เห็นโรเตอร์แบบโอเพ่นเวิร์คดีไซน์ใหม่ตัดเป็นรูปตัว H สลักคำว่า “Hublot. Design. Manufacture. Nyon” พร้อมเปิดให้เห็นองค์ประกอบสำคัญของกลไกอย่างบาลานซ์ บาร์เรล และชุดเฟืองส่งกำลังที่ผสานการทำงานร่วมกัน
ภายนอก: โครงสร้าง Big Bang ที่ถูกยกระดับให้ชัดเจนยิ่งขึ้น
Big Bang Reloaded ยังคงยึดมั่นในดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ ขณะเดียวกันก็สะท้อนบุคลิกที่โดดเด่นและสปอร์ตยิ่งขึ้น ตัวเรือนขนาด 44 มม. มาพร้อมโครงสร้างที่ถูกขับเน้นให้ชัดเจน ด้วยขอบตัวเรือนแบบสองชิ้นที่ดูแตกต่าง และเปิดโอกาสให้วัสดุและพื้นผิวต่างๆ ผสานกันอย่างลงตัวดูมีมิติ หน้าปัดแบบหลายเลเยอร์ช่วยเพิ่มความลึกและความรู้สึกเชิงเทคนิคให้เด่นชัด ฟังก์ชั่นโครโนกราฟถูกยกให้เป็นจุดเด่น ผ่านรายละเอียดอย่างวงแหวนสีบนปุ่มกดในตำแหน่ง 4 นาฬิกา หน้าปัดย่อยนาทีที่ตำแหน่ง 3 นาฬิกาซึ่งได้รับการออกแบบใหม่ ข้อความ flyback และช่องวันที่ที่ถูกย้ายไปอยู่ระหว่างตำแหน่ง 4 และ 5 นาฬิกา โดยนาฬิกาแต่ละเรือนมาพร้อมสายนาฬิกา 2 แบบ ได้แก่ สายยางผสานผ้าพร้อมการเย็บรูปตัว H และสายยางสีดำคลาสสิก ทั้งสองแบบมาพร้อมตัวล็อคสายแบบบานพับและระบบ One-Click ที่จดสิทธิบัตร ช่วยให้สามารถปรับเปลี่ยนสไตล์ได้อย่างรวดเร็ว ระหว่างลุคสปอร์ตและเรียบหรู

เอกลักษณ์ที่ถ่ายทอดผ่านวัสดุ
Big Bang Reloaded คือการเฉลิมฉลองความเชี่ยวชาญด้านวัสดุของ Hublot ควบคู่ไปกับวาระสำคัญของแบรนด์ ได้แก่ ครบรอบ 20 ปีของแนวคิด All Black (2006) และ 15 ปีของ Magic Gold (2011) นาฬิกาในคอลเลกชั่นเหล่านี้หลอมรวมหลายทศวรรษแห่งการวิจัย นวัตกรรม และงานหัตถศิลป์ เข้าไว้ในไอคอนหนึ่งเดียวอย่างลงตัว โดยรุ่น Magic Gold เป็นการยกย่องทองคำ 18K ที่ทนรอยขีดข่วนได้เป็นครั้งแรกของโลก ซึ่งเป็นวัสดุที่แข็งเป็นอันดับสองรองจากเพชร พัฒนาขึ้นผ่านการวิจัยและพัฒนานานถึง 4 ปี ร่วมกับห้องปฏิบัติการโลหะวิทยาของ EPFL และผลิตขึ้นภายใน Hublot Manufacture ที่เมือง Nyon ทั้งหมด โดดเด่นด้วยโทนสีบรอนซ์อันเป็นเอกลักษณ์ ขณะที่วัสดุเซรามิกถูกนำเสนอผ่าน 3 รุ่น ได้แก่ รุ่น All Black ที่เฉลิมฉลอง 20 ปีของแนวคิด “visibility through invisibility” อันแหวกแนว รวมถึงรุ่นสีน้ำเงินและสีเขียวเข้มที่สะท้อนความเชี่ยวชาญด้านไฮเทคเซรามิกของ Hublot ซึ่งมีความแข็งมากกว่าวัสดุเซรามิกทั่วไปถึง 300 Vickers และรุ่นที่ห้าเป็นการผสานระหว่างไทเทเนียมและเซรามิกสีดำ โดยรวมคุณสมบัติน้ำหนักเบาของไทเทเนียมเกรดอากาศยานเข้ากับความแข็งแกร่งของเซรามิก พร้อมขอบหน้าปัดไทเทเนียมและฝาหลังเซรามิกสีดำ ถ่ายทอดจิตวิญญาณของ Big Bang Unico รุ่นแรกที่เปิดตัวในปี 2013
จิตวิญญาณ Hublot ที่ยังคงดำเนินต่อ
ตั้งแต่ปี 1980: ศิลปะแห่งการผสมผสาน
ตั้งแต่ปี 2005: การพัฒนาเชิงโครงสร้าง
ตั้งแต่ปี 2010: ความเป็นอิสระทางกลไก
ตั้งแต่ปี 2026: Big Bang ก้าวสู่การวิวัฒนาการไปอีกขั้น
Big Bang Reloaded วางจำหน่ายที่จุดจำหน่าย Hublot ที่ร่วมรายการ รวมถึงทางออนไลน์ hublot.com พร้อมได้รับสิทธิ์การรับประกันแบบ 5+5 ซึ่ง Hublot ขยายระยะเวลาการรับประกันทั่วโลกเป็น 10 ปี
เกี่ยวกับ HUBLOT
ในปี 1980 นับเป็นครั้งแรกที่นาฬิกาแบรนด์หนึ่งได้กล้าประกอบตัวเรือนทองคำเข้ากับสายยาง ซึ่งได้มาพลิกโฉมวงการนาฬิกาชั้นสูง ด้วยดีไซน์อันโดดเด่นของขอบตัวเรือนทรงช่องหน้าต่างเรือที่มีสกรูปรากฏให้เห็นเด่นชัด จึงเป็นที่มาของชื่อ Hublot (อูโบลท์) พร้อมกับแนวคิดของศิลปะแห่งการผสมผสาน (Art of Fusion)
ในปี 2005 ทางแบรนด์ได้ยกระดับความคิดสร้างสรรค์ไปอีกขั้นด้วยการเปิดตัว Big Bang (บิ๊ก แบง) มาพร้อมดีไซน์อันมีเอกลักษณ์ ขนาดของตัวเรือนที่เหมาะสม และตัวเรือนในแบบหลายชั้น โดยในปีเดียวกัน Hublot ได้รับรางวัลการออกแบบยอดเยี่ยม (Best Design) จากงาน Grand Prix d'Horlogerie de Genève ตั้งแต่นั้นมา ด้วยวิสัยทัศน์ที่มาปฏิวัติวงการ นาฬิกา Big Bang ไม่เคยหยุดการพัฒนาและต่อยอดผลงานอย่างต่อเนื่อง และนี่คือนาฬิกาไอคอนเรือนแรกแห่งศตวรรษที่ 21
แนวคิดของการผสมผสานแฝงอยู่ในทุกองค์ประกอบ และเป็นแกนหลักที่แฝงไว้ในทุกคอลเลกชั่น นาฬิกา Big Bang ได้พลิกโฉมอุตสาหกรรมนาฬิกาอย่างสิ้นเชิง ในขณะที่ Classic Fusion (คลาสสิก ฟิวชั่น) ได้ผสานความโดดเด่นและเรียบง่ายได้อย่างสมดุล ส่วน Exceptional Timepieces (เอ็กเซ็ปชั่นนอล ไทม์พีซเซส) ได้เขียนนิยามแห่งความคาดหวังขึ้นใหม่กับผลงานสร้างสรรค์ที่มีรูปแบบไม่เหมือนใคร และด้วยแนวทางที่ท้าทายขนบธรรมเนียม Hublot ได้ถ่ายทอด DNA ของแบรนด์ผ่านกลไก In-house อย่าง Unico (ยูนิโค่), Meca-10 (เมก้า-10) และ Tourbillon (ทูร์บิญอง) ที่มาเพิ่มอีกมิติให้กับศิลปะแห่งการผสมผสาน
ตั้งแต่ปี 2026 เป็นต้นไป Hublot ได้ยกระดับการรับประกันสำหรับนาฬิกาที่เข้าเงื่อนไข ซึ่งครอบครองหลังวันที่ 1 มกราคม 2026 โดยการรับประกันพื้นฐานนาน 5 ปี และสามารถขยายการรับประกันเพิ่มเติมได้อีก 5 ปี ผ่านโปรแกรม Hublotista ทั้งนี้การลงทะเบียนเพื่อขยายระยะเวลาการรับประกันจะต้องดำเนินการในช่วงที่การรับประกันพื้นฐานยังคงมีผลอยู่ เพื่อให้การคุ้มครองรวมยาวนานสูงสุดถึง 10 ปี
ศาสตร์แห่งการผสมผสานเป็นสิ่งที่ฝังอยู่ในจิตวิญญาณของ Hublot และไม่ได้จำกัดอยู่เพียงภายใน La Manufacture เท่านั้น แต่ยังสะท้อนออกมาในทุกมิติของแบรนด์ ไม่ว่าจะเป็นบนสนามฟุตบอลผ่านความร่วมมือกับมหกรรมกีฬาระดับโลกอย่าง UEFA Champions League และ UEFA Euro™ หรือในคอนเสิร์ต การแข่งขันบาสเกตบอล การแสดงศิลปะ ตลอดจนประสบการณ์ด้านรสชาติร่วมกับเชฟมิชลิน สตาร์ของ Hublot และนี่คือจุดเริ่มต้นของ Hublot Vibes ผ่านช่วงเวลาที่แบ่งปันกันในกลุ่ม Hublotistas (อูโบลท์ทิสต้า) คอมมูนิตี้ที่ภาคภูมิใจในการเป็นเจ้าของนาฬิกา Hublot ซึ่งศิลปะแห่งการผสมผสานนี้ได้ก้าวข้ามขอบเขตไปอีกขั้น ความเป็นมาที่กลายเป็นวิถีชีวิต และนั่นคือ วิถีของ Hublot
UNICO กลไกอินเฮาส์อันเป็นเอกลักษณ์ของ HUBLOT
Unico คือกลไกแรกที่ Hublot ผลิตขึ้นในปี 2010 โดยออกแบบ พัฒนา และผลิตภายในโรงงานอย่างครบวงจร นับเป็นจุดเริ่มต้นของยุคใหม่ที่สะท้อนถึงความเป็นอิสระ นวัตกรรม และตัวตนของแบรนด์ได้อย่างชัดเจน ตลอดหลายปีที่ผ่านมา กลไกนี้ได้พัฒนาจนกลายเป็นหนึ่งในเอกลักษณ์สำคัญของการทำนาฬิกา Hublot ด้วยดีไซน์โครโนกราฟที่ทันสมัยและเป็นที่จดจำได้
ด้วยคุณสมบัติเด่นอย่างคอลัมน์วีลที่มองเห็นได้จากด้านหน้า และชุดเอสเคปเมนต์ซิลิคอน กลไก Unico จึงเป็นพลังกลไกระดับสูงที่โดดเด่นทั้งในด้านความงามและเทคนิคอันล้ำสมัย ไม่ได้เป็นเพียงหัวใจที่ขับเคลื่อนนาฬิกาเท่านั้น แต่ยังเป็นองค์ประกอบที่นิยามตัวตน
คุณสมบัติสำคัญประกอบด้วยกลไกโครโนกราฟแบบฟลายแบ็คที่ที่ผสานโครงสร้างแบบอินทิเกรต ให้ความแม่นยำระดับ 1/8 วินาที สามารถรีเซ็ตและเริ่มจับเวลาใหม่ได้ทันที พร้อมความเที่ยงตรงอยู่ที่ -2 / +4 วินาทีต่อวัน และพลังงานสำรอง 72 ชั่วโมง กลไกนี้ยังมาพร้อมนวัตกรรมที่จดสิทธิบัตรถึง 5 รายการ ได้แก่ ระบบคลัตช์แบบแกว่งที่ช่วยชดเชยระยะฟันเฟือง ระบบป้องกันการสั่นของเข็มโครโนกราฟ กลไกตัวบล็อคเฟืองจักรแบบ “ไร้แรงเสียดทาน” ระบบปรับอัตราเดินของนาฬิกาอย่างละเอียด และระบบตั้งเวลาที่สามารถทนทานต่อแรงกระแทกสูง โดยทั้งหมดผ่านการทดสอบอย่างเข้มงวดตามมาตรฐาน Chronofiable® ของ Hublot เพื่อรับประกันประสิทธิภาพ ความน่าเชื่อถือ และความเที่ยงตรงสูงสุด
15 เม.ย 2569
15 เม.ย 2569
15 เม.ย 2569
15 เม.ย 2569