Last updated: 16 เม.ย 2569 | 220 จำนวนผู้เข้าชม |
คอลเลกชันเรือนเวลาที่ได้แรงบันดาลใจจากสุดยอดยนตรกรรมไฮเปอร์คาร์ของ Jacob & Co. ได้รับการยกระดับ ไปอีกขั้น ด้วยผลงานใหม่ในวัสดุที่ถือว่าเป็นที่สุดของวงการนาฬิกา ตัวเรือนที่รังสรรค์ขึ้นจากแซฟไฟร์คริสตัลใส ทั้งชิ้น สองปีหลังจากการเปิดตัว Bugatti Tourbillon และหนึ่งปีหลังจาก Bugatti Tourbillon Baguette Jacob & Co. ได้ยกระดับ Bugatti Tourbillon ดั้งเดิมให้เอ็กซ์คลูซีฟไปอีกขั้น ผลงานใหม่ล่าสุดนี้เผย เอกลักษณ์ด้านการ ออกแบบเฉพาะตัวของแบรนด์ ทุกองค์ประกอบล้วนอ้างอิงจากไฮเปอร์คาร์ของ Bugatti รวมถึงกลไกส่วนหุ่นกล ออโตมาตอน (automaton) เครื่องยนต์ V16 ก็ผ่านการออกแบบให้อวดโฉมให้ชมได้อย่างชัดเจนจากทุกมุมมอง

Bugatti Tourbillon Sapphire Crystal คือวิวัฒนาการขั้นสูงสุดของแนวคิด Bugatti Tourbillon ดั้งเดิม โดยแทนที่จะใช้ ตัวเรือนวัสดุไทเทเนียม ทองคํา หรืออัญมณี ผลงานใหม่นี้กลับถูกสร้างขึ้นให้เป็นชิ้นงานโปร่งใสทั้งเรือน ทุกชิ้นส่วน ภายนอกถูกตัดขึ้นจากคอรันดัมทั้งก้อน ซึ่งเป็นชื่อทางเคมีของแซฟไฟร์
ตัวเรือน Bugatti Tourbillon Sapphire Crystal ขนาด 54 x 44 มม. ถือเป็นงานออกแบบที่ซับซ้อนอย่างยิ่งเมื่อรังสรรค์ ด้วยวัสดุที่ท้าทายเช่นนี้ ความโปร่งใสแบบ 360 องศาเผยให้เห็นรายละเอียดทุกองค์ประกอบภายในโดยไม่ปิดบังสิ่งใดเลย
ตัวเรือนของ Bugatti Tourbillon Sapphire Crystal ยังคงรูปลักษณ์เดียวกับ Bugatti Tourbillon โดยอ้างอิงรหัสการ ออกแบบที่เป็นเอกลักษณ์ของไฮเปอร์คาร์ Bugatti ไม่ว่าจะเป็นหน้าต่างด้านข้าง กระจังหน้าทรงเกือกม้า ช่องไฟท้าย และกลไกออโตมาตอนรูปเครื่องยนต์ V16 ที่บรรจุอยู่ภายใน ล้วนสะท้อนถึงสุดยอดรถหรูมูลค่า 4.5 ล้านดอลลาร์ได้อย่างชัดเจน
โดยผลงานแรกในซีรีส์ Bugatti Tourbillon Sapphire Crystal ประกอบไปด้วยเรือนเวลาที่มีเอกลักษณ์เฉพาะต่างกันสอง เรือน ได้แก่ เรือนในโทนสีเขียวซึ่งเป็นซิกเนเจอร์ของ Jacob & Co. และอีกหนึ่งเรือนในโทนสีฟ้าเบบี้บลูซึ่งเป็นสีที่ Jacob Arabo โปรดปราน แม้แต่รายละเอียดอย่างเม็ดมะยมก็ผ่านการออกแบบให้สะท้อนการรังสรรค์ในระดับสูงนี้ โดยผสมผสานโลหะและแซฟไฟร์ที่ผ่านการตัดและกลึงขึ้นลวดลายภายในอย่างละเอียดเพื่อให้จับถนัดมือยิ่งขึ้น
วัสดุแห่งความเป็นที่สุด
แร่คอรันดัมในสภาพบริสุทธิ์จะมีความโปร่งใสโดยธรรมชาติ โดยหากมีแร่ธาตุเคมีต่าง ๆ ผสมปะปนอยู่ในเนื้อก็จะทําให้ แซฟไฟตามธรรมชาติมีสีสันตามสารที่ปนอยู่ อย่างไรก็ตาม การรังสรรค์ผลงานใหม่นี้ ต้องอาศัยระดับความบริสุทธิ์ของ แซฟไฟร์สังเคราะห์ที่สมบูรณ์แบบที่สุด แซฟไฟร์เป็นวัสดุที่มีค่าความแข็งระดับ 9 บนมาตราวัด Mohs มีเพียงเพชรและ เซรามิกเกรดอุตสาหกรรมบางชนิดเท่านั้นที่มีค่าความแข็งสูงกว่า ความแข็งแกร่งระดับสูงมากของแซฟไฟร์นี้เองที่ทําให้ ทนต่อรอยขีดข่วนได้ดีเยี่ยม แต่ในขณะเดียวกันก็ทําให้การขึ้นรูปและการเจียระไนเป็นไปได้ยากอย่างยิ่ง

ส่วนฝาหลัง ตัวเรือนด้านข้าง และขอบด้านบนของ Bugatti Tourbillon Sapphire Crystal ล้วนมาจากแซฟไฟร์ขนาด ใหญ่เต็มชิ้นเพียงชิ้นเดียว ก่อนจะถูกตัด เจียระไน เจาะ และขัดเงาอย่างพิถีพิถันเพื่อให้ได้มาตรฐานของ Jacob & Co. ทุกขั้นตอนต้องอาศัยเครื่องมือเฉพาะที่ทํางานด้วยความเร็วที่ปรับตั้งไว้อย่างแม่นยํา หากช้าเกินไปวัสดุจะไม่ตอบสนอง แต่หากเร็วเกินไปก็จะทําให้แตกหักได้ การสร้างตัวเรือนหนึ่งเรือนจึงต้องใช้เวลาการขึ้นรูปและการเจียระไนอย่างเข้มข้น กว่า 800 ชั่วโมง
แนวคิดการออกแบบคู่ขนาน
ผลงาน Bugatti Tourbillon ทุกเรือนของ Jacob & Co. ล้วนสะท้อนถึงความทะเยอทะยานมุ่งมั่น ความซับซ้อน และ ภาษาการออกแบบเดียวกันกับสุดยอดไฮเปอร์คาร์ของ Bugatti ซึ่งนี่ไม่ใช่เพียงแรงบันดาลใจด้านดีไซน์ แต่คือการ ผสานการออกแบบอย่างแท้จริง Bugatti Tourbillon Sapphire Crystal ยังได้เปิดมิติใหม่ให้กับความสัมพันธ์นี้ เพราะ ในขณะที่รถยนต์จริงไม่มีทางถูกสร้างขึ้นด้วยโครงสร้างโปร่งใสทั้งคัน แต่นาฬิกากลับสามารถทําได้
การผสานงานออกแบบยังถูกถ่ายทอดสู่กลไกภายใน โดยคาลิเบอร์ JCAM55 ถูกออกแบบให้มีสถาปัตยกรรมเดียวกับ เครื่องยนต์ของรถ Bugatti ตัวเรือนแซฟไฟร์โปร่งใสเผยให้เห็นกลไกหุ่นออโตมาตอนรูปเครื่องยนต์อย่างเต็มตา ทั้ง โครงสร้างแซฟไฟร์ใส | ลูกสูบ 16 ชุด และเพลาข้อเหวี่ยงด้านล่าง ขณะที่ทูร์บิญองแบบ 30 วินาที ซึ่งเป็นกลไกที่เร็วที่สุด ที่ Jacob & Co. เคยพัฒนาขึ้น เป็นเสมือนการสดุดียอดสมรรถนะด้านความเร็วที่สูงสุด 276 ไมล์ต่อชั่วโมง (หรือราว 444 กิโลเมตรต่อชั่วโมง) ของรถยนต์ Bugatti
แรงบันดาลใจจากแผงแดชบอร์ด
หน้าปัดของ Bugatti Tourbillon Sapphire Crystal ได้รับการออกแบบให้สะท้อนภาพแผงหน้าปัดของรถไฮเปอร์คาร์ Bugatti อย่างชัดเจน ด้านซ้ายคือฟลายอิงทูร์บิญองแบบ 30 วินาที ด้านขวาคือหน้าปัดย่อยที่แสดงระดับพลังงานสํารอง ของทั้งกลไกหลักและออโตมาตอน ส่วนตรงกลางที่แสดงหน่วยชั่วโมงและนาทีที่สะท้อนเคาน์เตอร์แสดงความเร็วรอบ เครื่องยนต์และความเร็วของรถ ทั้งสามหน้าปัดย่อยยังผ่านการปรับโทนสีให้สอดคล้องกับสายและช่องไฟท้ายของตัวเรือน
Bugatti Tourbillon Sapphire Crystal ยังมีอีกหนึ่งคุณสมบัติที่หาได้ยากในโลกนาฬิกาสมัยใหม่ นั่นคือการแสดงระดับ พลังงานสํารองของกลไกออโตมาตอนได้ โดยกลไกส่วนเครื่องยนต์จําลองนี้สามารถทํางานต่อเนื่องได้ถึง 20 ครั้งจาก การขึ้นลานเต็มหนึ่งรอบ ส่วนพลังงานสํารองของกลไกหลักซึ่งยาวนานถึง 80 ชั่วโมงนั้นจะแสดงผ่านเข็มสีแดงขนาด
ใหญ่บนหน้าปัดย่อยเดียวกัน ทั้งสองระบบถูกขึ้นลานด้วยเม็ดมะยมเดียวกัน ซึ่งออกแบบให้มีรูปทรงคล้ายปุ่มควบคุม บนแดชบอร์ดของรถยนต์ และสามารถหมุนได้ทั้งสองทิศทาง ขณะที่การตั้งเวลาใช้คันโยกแบบฝาเปิด-ปิดที่ซ่อนอยู่ในฝาหลังของตัวเรือนที่กึ่งกลางของแดชบอร์ด หน้าปัดชั่วโมงและนาทีได้รับแรงบันดาลใจโดยตรงจากเคาน์เตอร์รอบเครื่องยนต์ของรถ
Bugatti เข็มนาฬิกาทั้งสองเข็มถูกออกแบบให้เป็นแบบเรโทรเกรด โดยเมื่อเคลื่อนที่จนสุดแนวโค้ง 270 องศาแล้วจะดีด กลับไปที่ตําแหน่งศูนย์ทันทีและเริ่มต้นใหม่ เข็มชั่วโมงจะกระโดดไปยังตําแหน่งชั่วโมงใหม่อย่างแม่นยําและหยุดนิ่ง
ขณะที่เข็มนาทีจะขยับทีละขั้นจากมาร์กเกอร์ตําแหน่งหนึ่งไปยังอีกมาร์กเกอร์อีกตําแหน่งหนึ่งอย่างต่อเนื่อง สร้าง ประสบการณ์การค่าอ่านเวลาที่สะท้อนความรู้สึกของการควบคุมความเร็วและรอบเครื่องยนต์ในไฮเปอร์คาร์อย่างแท้จริง

กลไกออโตมาตอนรูปเครื่องยนต์ V16
เพื่อเฉลิมฉลองสถาปัตยกรรมเครื่องยนต์ของ Bugatti Tourbillon ทาง Jacob & Co. ได้สร้างออโตมาตอนจําลอง เครื่องยนต์ V16 ขนาดจิ๋วขึ้นจากการสลักบล็อกแซฟไฟร์โปร่งใสทั้งชิ้น โดยเจาะเป็นกระบอกสูบ 16 ช่อง ภายในบรรจุ ลูกสูบไทเทเนียม 16 ชุดที่ขับเคลื่อนด้วยเพลาข้อเหวี่ยงแกนเดียว ถือเป็นหนึ่งในชิ้นส่วนที่ยาวที่สุด ซับซ้อนที่สุด และ บอบบางที่สุดที่เคยถูกสร้างขึ้นในโลกการประดิษฐ์นาฬิกา เมื่อเริ่มการทํางาน เพลาข้อเหวี่ยงจะหมุนและลูกสูบทั้ง 16 จะเคลื่อนขึ้นลงตามลําดับ สร้างภาพเคลื่อนไหวที่สมจริงราวกับเครื่องยนต์ Bugatti กําลังทํางานอยู่ภายในตัวเรือน แซฟไฟร์ใส
เพื่อเน้นย้ำความเชื่อมโยงกับเครื่องยนต์จริงของ Bugatti ได้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น กลไกออโตมาตอนนี้ยังได้รับการออกแบบให้ติดตั้งท่อไอเสียจําลองของตัวเอง ระบบท่อจําลองเคลือบ PVD 16 ชุดถูกเชื่อมต่อเข้ากับเครื่องยนต์จิ๋ว หรือก็คือกลไกออโตมาตอนโดยตรง เมื่อกดปุ่มที่ซ่อนอยู่ภายในเม็ดมะยม เครื่องยนต์ V16 ก็จะถูกปลุกให้ตื่นขึ้นพร้อมอวดสมรรถนะจําลองการเคลื่อนไหวของเครื่องยนต์ได้ต่อเนื่องยาวนาน 20 วินาที สร้างประสบการณ์ที่สมจริงราวกับเครื่องยนต์ Bugatti กําลังสตาร์ทอยู่ภายในตัวเรือนแซฟไฟร์โปร่งใส
พบกับนาฬิกา Jacob & Co. ได้แล้วที่ตัวแทนจําหน่ายดังนี้
SHH Pendulum - สยามพารากอน Unit M 31A ชั้น M 991 ถนนพระราม 1 แขวงปทุมวัน เขตปทุมวันกรุงเทพมหานคร 10330 เบอร์ติดต่อ: +66 2 125 2128
PENDULUM
ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1992 ในฐานะผู้แทนจําหน่ายนาฬิกาหรูแห่งแรกในประเทศไทย และมีบูติกทั้งสิ้น 4 แห่งในปัจจุบัน ซึ่ง ล้วนตั้งอยู่ในศูนย์การค้าสําคัญๆ ทั้งในเขตกรุงเทพมหานครและจังหวัดเชียงใหม่ ปัจจุบันนี้ Pendulum เป็นตัวแทนจําหน่าย นาฬิกาหรูมากกว่า 40 แบรนด์ ทั้งภายในบูติกของตนเองและช่องทางการจัดจําหน่ายอื่นๆ ตอบโจทย์ความชื่นชอบชื่นชมที่ หลากหลายของคนรักนาฬิกา ความหลากหลายของแบรนด์ชั้นนํานี้เอง ช่วยตอกย้ําความเป็นผู้นําของ Pendulum ในตลาดค้า ปลีกนาฬิกาหรูในประเทศไทย
15 เม.ย 2569
16 เม.ย 2569
15 เม.ย 2569
15 เม.ย 2569