MIDO Ocean Star GMT

Last updated: 29 เม.ย 2569  |  216 จำนวนผู้เข้าชม  | 

MIDO Ocean Star GMT

ก้าวสู่ทุกการเดินทางอย่างมีสไตล์ไม่ว่าจะอยู่ที่ใดในโลก เมื่อแบรนด์นาฬิกา Swiss made ชื่อดังอย่าง มิโด (MIDO) ประกาศเปิดตัวเรือนเวลารุ่นใหม่ล่าสุด โอเชี่ยน สตาร์ จีเอ็มที (Ocean Star GMT) โฉมใหม่ประจำปี 2026 ที่มาในดีไซน์หน้าปัดสีดำเนื้อกำมะหยี่ จับคู่กับสายผ้าสีดำ พร้อมเพิ่มมิติบนหน้าปัดด้วยการตกแต่งสีเข็มด้วยสีส้ม ซึ่งเป็นสีประจำแบรนด์ อีกทั้งยังโดดเด่นด้วยการผสานประสิทธิภาพการกันน้ำระดับสูงเข้ากับฟังก์ชันการแสดงเวลา 2 ไทม์โซนได้อย่างสมบูรณ์แบบ สะท้อนภาพลักษณ์ของเรือนเวลาสำหรับนักเดินทางยุคใหม่ ที่หลอมรวมความแข็งแกร่งเข้ากับฟังก์ชันที่สามารถใช้งานได้ในทุกสถานการณ์ โดยมี อีจงซอก (Lee Jong Suk) แบรนด์แอมบาสเดอร์หนุ่มมากความสามารถ ร่วมถ่ายทอดเสน่ห์อันเป็นเอกลักษณ์ของเรือนเวลาได้อย่างลงตัว 


มิโด (MIDO) แบรนด์นาฬิกาที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 100 ปี นับตั้งแต่ จอร์จ แชแรน (GEORGES SCHAEREN) เริ่มก่อตั้งบริษัท MIDO G.SCHAEREN & CO. AG ขึ้นที่เมืองโซโลธูร์น ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ตั้งแต่ ค.ศ. 1918 ภายใต้ปรัชญาของการสร้างสรรค์แบรนด์ให้อยู่เหนือกาลเวลาด้วยแนวคิดการออกแบบที่ร่วมสมัย ผ่านการคัดเลือกวัสดุคุณภาพเยี่ยมที่มีความหรูหรา ทนทาน และยังคงไว้ซึ่งฟังก์ชันการใช้งานที่ครบถ้วน  

สำหรับ โอเชี่ยน สตาร์ จีเอ็มที (Ocean Star GMT) รุ่นใหม่ล่าสุด มาในตัวเรือนสแตนเลสสตีลขนาด 44 มม. ตกแต่งแบบขัดซาตินสลับขัดเงา เสริมความแข็งแกร่งด้วยขอบตัวเรือนเซรามิกสีดำแบบหมุนได้ทิศทางเดียว พร้อมจุดเรืองแสงที่ตำแหน่ง 12 นาฬิกา และร่องจับที่ออกแบบมาให้ใช้งานสะดวก แม้อยู่ใต้น้ำหรือขณะเปียกชื้น ด้านหน้าปัดสีดำมาในพื้นผิวเนื้อกำมะหยี่ที่โดดเด่นด้วยหลักชั่วโมงแบบติดตั้งแยกชิ้น พร้อมเข็มชั่วโมงและนาทีเจียระไนอย่างประณีต เคลือบสารเรืองแสง ซูเปอร์ลูมิโนวา (Super-LumiNova®) สีขาว เพื่อการอ่านเวลาที่ชัดเจนในสภาวะแสงน้อย ขณะที่เข็มวินาทีขนาดใหญ่และเข็ม จีเอ็มที (GMT) ตกแต่งสีส้มอันเป็นเอกลักษณ์ โดยเข็มจีเอ็มที (GMT) ทำงานร่วมกับสเกลเวลา 24 ชั่วโมง ซึ่งแบ่งพื้นสีดำสำหรับช่วงเวลากลางคืน และสีขาวสำหรับช่วงเวลากลางวัน ช่วยให้อ่านเวลาเขตที่สองได้อย่างชัดเจน


สำหรับตัวเรือนครอบด้วยกระจกคริสตัลแซฟไฟร์เคลือบสารกันแสงสะท้อนทั้งสองด้าน พร้อมช่องแสดงวันที่ตำแหน่ง 3 นาฬิกา เม็ดมะยมและฝาหลังแบบขันเกลียว ช่วยเสริมประสิทธิภาพการกันน้ำได้สูงสุด 200 เมตร จับคู่กับสายนาฬิกาผ้าสีดำเดินตะเข็บสีขาว พร้อมหัวเข็มขัดสแตนเลสสตีลสลักโลโก้ MIDO และระบบเปลี่ยนสายแบบรวดเร็ว เพื่อความคล่องตัวในทุกโอกาส โดยขับเคลื่อนด้วยกลไกอัตโนมัติ คาลิเบอร์ 80 (Caliber 80) มอบพลังสำรองสูงสุด 80 ชั่วโมง พร้อมบาลานซ์สปริง นิวาครอง (Nivachron™) ที่ทนทานต่อสนามแม่เหล็กและแรงกระแทก ช่วยเสริมความแม่นยำและความน่าเชื่อถือในการใช้งาน บริเวณฝาหลังสลักรายละเอียดเขตเวลา 24 โซนทั่วโลก พร้อมหมายเลขประจำตัวเรือน สอดรับกับฟังก์ชัน จีเอ็มที (GMT) อันโดดเด่น แม้โรเตอร์ขึ้นลานภายในจะถูกซ่อนอยู่ภายใต้ฝาหลัง แต่ยังคงได้รับการตกแต่งด้วยลวดลาย Côtes de Genève และสลักโลโก้ MIDO อย่างงดงาม สะท้อนถึงความใส่ใจในทุกรายละเอียด และจิตวิญญาณแห่งการเดินทางอย่างแท้จริง


ด้านแบรนด์ มิโด (MIDO) ยังได้แนะนำเทคนิคการเลือกนาฬิกาสำหรับนักเดินทางและผู้ที่ชื่นชอบการผจญภัย โดยการเลือกนาฬิกาสำหรับนักเดินทางควรเริ่มจากฟังก์ชันที่ตอบโจทย์การใช้งานจริง โดยผู้ที่เดินทางข้ามประเทศบ่อยครั้ง อาจเลือกเรือนเวลาที่มาพร้อมฟังก์ชันแสดงเวลา 2 ไทม์โซน เพื่อช่วยติดตามเวลาทั้งเมืองต้นทางและปลายทางได้สะดวกยิ่งขึ้น ขณะที่ผู้ชื่นชอบกิจกรรมกลางแจ้งหรือทางน้ำ ควรพิจารณานาฬิกาที่มีประสิทธิภาพการกันน้ำในระดับสูง พร้อมขอบตัวเรือนแบบหมุนได้ทิศทางเดียวสำหรับจับเวลา นอกจากนี้ วัสดุที่แข็งแรงทนทานอย่างสแตนเลสสตีล ยังช่วยรองรับการใช้งานในทุกวันได้อย่างมั่นใจ 

พบกับเรือนเวลาจากแบรนด์ มิโด (MIDO) นาฬิกาคุณภาพมาตรฐานตามแบบฉบับ Swiss made ได้ที่เคาน์เตอร์ มิโด (MIDO) เซ็นทรัล, โรบินสัน, เดอะมอลล์ และตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ หรือผ่านช่องทางออนไลน์ MIDO Official Store ใน Shopee และ Lazada และติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ www.midowatches.com Facebook: Mido Watches และ LINE Official Account: @midothailand หรือติดต่อได้ที่เบอร์ 02-146-8406 

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้