PATEK PHILIPPE Reference 5249R-001

Last updated: 2 พ.ค. 2569  |  30 จำนวนผู้เข้าชม  | 

PATEK PHILIPPE Reference 5249R-001

Patek Philippe นำเสนอนาฬิกาข้อมือกลไกออโตมาตอนเรือนแรกในยุคปัจจุบัน ที่สามารถแสดงเวลาชั่วโมงและนาทีแบบออนดีมานด์ ซึ่งเป็นการตีความใหม่จากนาฬิกาพกเรือนพิเศษแห่งปี 1958

เนื่องในโอกาสงาน Watches and Wonders 2026 Patek Philippe ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการอนุรักษ์และสานต่อธรรมเนียมการรังสรรค์งานฝีมือชั้นสูงแห่งเจนีวา (Rare Handcrafts) อันยิ่งใหญ่ ผ่านการรังสรรค์เรือนเวลาสุดพิเศษที่ได้ก้าวเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของคอลเลคชั่นปัจจุบัน ทางแบรนด์ได้นำหนึ่งในผลงานชิ้นเอกอันล้ำค่าจากคอลเลคชั่นในพิพิธภัณฑ์ ซึ่งเป็นนาฬิกาพกบอกเวลาชั่วโมงและนาทีแบบออนดีมานด์ มาตีความใหม่ โดยรับแรงบันดาลใจจากนิทาน “The Crow and the Fox” ของ Jean de la Fontaine นอกเหนือจากการนำเสนอการค้นพบแห่งเวลาอันสุนทรีย์แล้ว เรือนเวลาอันล้ำค่านี้ยังถือเป็นนาฬิกาข้อมือออโตมาตอนเรือนแรกในประวัติศาสตร์ยุคปัจจุบันของ Patek Philippe Reference 5249R-001 ได้เผยให้เห็นถึงความลึกซึ้งและความกว้างขวางแห่งองค์ความรู้ของแบรนด์ เฉกเช่นเรื่องราวในนิทาน โดยแสดงให้เห็นถึงการผสมผสานอันแยบยลระหว่างกลไกนาฬิกาซับซ้อน (Complications) และศิลปะงานฝีมือชั้นสูง


มุมมองใหม่ของสมบัติล้ำค่าจากพิพิธภัณฑ์ Patek Philippe
นับตั้งแต่เผยโฉมในปี 1958 นาฬิกาพก “The Crow and the Fox” ก็ได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในผลงานชิ้นเอกของ Patek Philippe ที่งดงามราวกับบทกวี ปัจจุบัน เรือนเวลาอันเปรียบดั่งอัญมณีล้ำค่าซึ่งมาพร้อมกลไกบอกเวลาชั่วโมงและนาทีออนดีมานด์เรือนนี้ ได้รับการจัดแสดงอยู่ที่พิพิธภัณฑ์ Patek Philippe โดยผลงานชิ้นนี้ได้แรงบันดาลใจจากนิทานสมัยศตวรรษที่ 17 ของ Jean de la Fontaine ยอดนักประพันธ์แห่งวรรณคดีฝรั่งเศส นิทานสั้นที่บอกเล่าเรื่องราวของการหลงตัวเองและคำป้อยอ เริ่มต้นด้วยอีกาคาบชีสชิ้นโตเกาะอยู่บนกิ่งไม้ สุนัขจิ้งจอกแสร้งกล่าวชื่นชมว่าอีกาคงมีน้ำเสียงที่ไพเราะยิ่งนัก ทันทีที่อีกาอ้าปากร้องเพลง ชีสอันโอชะก็ร่วงหล่นลงมา และถูกสุนัขจิ้งจอกแสนกลฉวยเอาไป นิทานเรื่องนี้ให้ข้อคิดที่เรียบง่ายว่า จงระวังคำเยินยอที่มักมีจุดประสงค์บางอย่างแอบแฝงอยู่เสมอ

นาฬิกาพกตัวเรือนเยลโลว์โกลด์ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 52 มิลลิเมตรที่มาพร้อมกลไกออโตมาตอนเรือนนี้ เผยให้เห็นสองตัวละครเอกจากนิทานท่ามกลางฉากแมกไม้อันอุดมสมบูรณ์ เมื่อผู้สวมใส่กดปุ่มสั่งการ งานแกะสลักอันน่าหลงใหลที่รังสรรค์จากแพลตทินัมและทองคำหลากสีสันจะขยับเคลื่อนไหวราวกับมีชีวิต เพื่อแสดงเวลาบนมาตรวัดสองส่วนที่จัดเรียงในลักษณะแนวโค้ง หัวใจที่ขับเคลื่อนอยู่ภายในคือกลไกคาลิเบอร์ 17-170 ซึ่งเป็นกลไกต้นแบบที่ไม่เคยนำมาผลิตเพื่อจำหน่ายจริง กลไกนี้ได้รับการปรับแต่งโดย Louis Cottier ช่างนาฬิกาผู้ยิ่งใหญ่แห่งเจนีวา โดยได้ผสานระบบแสดงเวลาแบบดับเบิลเรโทรเกรด (Double-retrograde) ตามสั่ง ซึ่งกำหนดให้สุนัขจิ้งจอกและอีกาทำหน้าที่ชี้บอกเวลาชั่วโมงและนาทีตามลำดับ

Louis Cottier หนึ่งในช่างนาฬิกาที่ได้รับการยกย่องสูงสุดแห่งศตวรรษที่ 20 โด่งดังจากการคิดค้นระบบกลไกแสดงเวลาหลายไทม์โซน (World time หรือ Dual Time zones) นอกจากนี้ เขายังมีความหลงใหลในกลไกที่มีรูปแบบการแสดงเวลาที่ไม่ธรรมดา ไม่ว่าจะเป็นระบบบอกเวลาชั่วโมงเมื่อกดปุ่มสั่งการ (Hours on demand) กลไกชั่วโมงแบบกระโดด (Jumping hours) หรือกลไกเข็มตีกลับ (Retrograde hands)


นาฏกรรมแห่งกาลเวลา
ปัจจุบัน Patek Philippe ได้นำผลงานชิ้นเอกที่หลอมรวมความคิดสร้างสรรค์ทั้งในด้านเทคนิคและสุนทรียศาสตร์นี้ มาตีความใหม่ในรูปแบบของนาฬิกาข้อมือ ซึ่งถือเป็นกลไกออโตมาตอนเรือนแรกในประวัติศาสตร์ยุคใหม่ของแบรนด์ และนับเป็นครั้งแรกที่มีการบรรจุความเชี่ยวชาญพิเศษด้านการผลิตนาฬิกาแขนงนี้ไว้ในคอลเลคชั่นหลัก สำหรับ Ref. 5249R-001 วัสดุและชิ้นส่วนต่าง ๆ จะถูกปลุกให้มีชีวิตชีวา พร้อมกับการเผยให้เห็นเวลาชั่วโมง เรือนเวลานี้นำเสนอมุมมองแห่งกาลเวลาอันงดงามราวบทกวีและเปี่ยมด้วยศิลปะ ซึ่งเกิดขึ้นได้จากทักษะความเชี่ยวชาญอันเป็นเลิศของเหล่าช่างนาฬิกาและช่างฝีมือแห่งโรงงานผู้ผลิต

ด้วยกลไกที่สามารถแสดงเวลาชั่วโมงและนาทีแบบออนดีมานด์ ทำให้นาฬิกาออโตมาตอนเรือนนี้ไม่ได้เป็นเพียงชิ้นงานศิลปะเพื่อการตกแต่ง แต่ยังเปี่ยมด้วยฟังก์ชันการใช้งานที่สมบูรณ์แบบ รูปแบบการบอกเวลาอันเป็นเอกลักษณ์จะพาเราก้าวเข้าสู่เรื่องราวในนิทานอันโด่งดัง ผ่านการติดตามการเคลื่อนไหวของกลไกบอกเวลาชั่วโมงและนาทีแบบเรโทรเกรด (Retrograde) ที่จะทำงานเมื่อกดปุ่มสั่งการ การแสดงขนาดย่อมนี้ถูกรังสรรค์ให้ดำเนินไปอย่างแยบยลตามลำดับขั้นตอน โดยเริ่มจากการแสดงชั่วโมงและตามด้วยนาที ดังนั้น เมื่อสุนัขจิ้งจอกเจ้าเล่ห์กล่าวเยินยออีกา และอีกาขยับตัวเพื่อชี้บอกเวลานาที ชีสที่คาบไว้จึงร่วงหล่นลงมา

เพียงกดปุ่มสั่งการที่ตำแหน่ง 2 นาฬิกา สุนัขจิ้งจอกจะชี้บอกเวลาชั่วโมงด้วยอุ้งเท้าหรือปลายจมูก โดยอุ้งเท้าจะทำหน้าที่ระบุเวลาตั้งแต่ 0 ถึง 6 นาฬิกา จากนั้นปลายจมูกจะรับหน้าที่ชี้บอกเวลาตั้งแต่ 7 นาฬิกาไปจนถึง 11 นาฬิกา 59 นาที เมื่อผู้สวมใส่กดปุ่มค้างไว้ เข็มนาทีซึ่งมีปลายประดับด้วยรูปชิ้นชีส จะร่วงหล่นลงมาจากปากของอีกาเพื่อชี้บอกนาทีบนสเกลมาตรวัด และเมื่ออ่านค่าเวลาเสร็จสิ้นพร้อมกับปล่อยปุ่มกด เข็มแสดงผลแบบเรโทรเกรด (Retrograde) จะตีกลับคืนสู่ตำแหน่งเริ่มต้นในทันที

เบื้องหลังการเนรมิตนาฏกรรมนี้ให้มีชีวิตชีวา คือการทำงานของกลไกสุดซับซ้อน คานส่งกำลังขนาดใหญ่ซึ่งถูกขับเคลื่อนด้วยปุ่มกดบริเวณ 2 นาฬิกา ได้รับการออกแบบมาโดยเฉพาะเพื่อรับรู้ตำแหน่งของชั่วโมง ก่อนจะกระตุ้นการทำงานของกลไกอ่านค่านาที ด้วยสถาปัตยกรรมที่แปลกใหม่ไม่เหมือนใครนี้เอง จึงก่อให้เกิดความราบรื่นและเที่ยงตรงเหนือระดับ มอบประสบการณ์อันน่าประทับใจและเพลิดเพลินแก่ผู้สวมใส่ทุกครั้งที่กดใช้งาน

ปิดท้ายด้วยหน้าปัดย่อยแสดงวินาทีที่ผสานศิลปะการตกแต่งเข้าไป โดยใช้ดาวซึ่งทำจากไวท์โกลด์ประดับเพชรแทนเข็มวินาที ถือเป็นเพียงองค์ประกอบเดียวที่มีการเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา ซึ่งนับเป็นวิธีการอันงดงามราวบทกวีในการบอกให้ผู้สวมใส่ทราบว่า กลไกนาฬิกายังคงทำงานได้อย่างสมบูรณ์แบบ


กาลเวลาประดุจงานศิลป์ชิ้นเอก
Patek Philippe รังสรรค์เรือนเวลาทุกเรือนให้เป็นดั่งผลงานศิลปะเสมอมา โดยเชื่อว่าความงดงามที่ขัดเกลามาอย่างพิถีพิถันนั้นคือภาพสะท้อนของความสมบูรณ์แบบทางวิศวกรรมกลไก ฉากจำลองที่มีชีวิตนี้ถ่ายทอดการเล่นกับมิติและมุมมองอันน่าทึ่ง ซึ่งเป็นผลลัพธ์จากงานหัตถศิลป์ที่อาศัยทักษะฝีมือชั้นสูงและความประณีตในทุกรายละเอียด

หน้าปัดนาฬิการังสรรค์ขึ้นจากแผ่นทองคำ 18K เคลือบสีน้ำตาล “Matara” พร้อมขัดแต่งผิวหน้าแบบโอพาลีน (Opaline) ทำหน้าที่เป็นฉากหลังให้กับ Appliques ที่แกะสลักด้วยมือไม่น้อยกว่า 10 ชิ้น ทั้งในวัสดุโรสโกลด์ เยลโลว์โกลด์ และไวท์โกลด์ ด้วยความวิจิตรบรรจงและขนาดที่เล็ก ชิ้นส่วนเหล่านี้จึงต้องใช้ความแม่นยำขั้นสูงและองค์ความรู้เฉพาะทางที่หาได้ยากยิ่ง แม้ชิ้นส่วนบางชิ้นจะทำหน้าที่เพื่อความสวยงามเพียงอย่างเดียว ทว่าส่วนหัวและอุ้งเท้าของสุนัขจิ้งจอกนั้นเป็นชิ้นส่วนที่เชื่อมโยงกับระบบกลไก (Functional parts) ซึ่งถือเป็นความท้าทายที่เพิ่มขึ้น การบิดเบี้ยวหรือเสียรูปแม้เพียงเล็กน้อยอาจเสี่ยงทำให้กลไกขัดข้อง ช่างแกะสลักจึงต้องระมัดระวังอย่างยิ่งในการกะน้ำหนักมือลงบน Appliques เพื่อไม่ให้รูปทรงเปลี่ยนไป ในจุดที่บางที่สุด Appliques เหล่านี้มีความหนาเพียง 0.2 มิลลิเมตร ขณะที่ความหนารวมของหน้าปัดอยู่ที่ 2.5 มิลลิเมตร สำหรับนาฬิกาแต่ละเรือน ช่างศิลป์ต้องใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 150 ชั่วโมงในการทำงานด้วยมืออย่างพิถีพิถัน เพื่อสร้างสรรค์งานแกะสลักลงบน Appliques ทั้งหมด

เข็มนาทีซึ่งมีปลายจำลองรูปทรงของชิ้นชีส ผ่านการแกะสลักด้วยมือพร้อมเคลือบด้วยเยลโลว์โกลด์นั้น รังสรรค์ขึ้นจากไทเทเนียม วัสดุนี้ถูกเลือกมาใช้ด้วยคุณสมบัติที่โดดเด่นทั้งเรื่องน้ำหนักเบาและความแข็งแกร่ง ซึ่งช่วยป้องกันไม่ให้ตัวเข็มเสียรูปทรงในจังหวะที่เข็มตีกลับหลังจากการชี้บอกเวลานาที เพื่อซ่อนกลับเข้าไปในจะงอยปากของอีกา

Appliques บนหน้าปัดที่ใช้แสดงชั่วโมงและนาทีแบบตีกลับ หรือ เรโทรเกรด (Retrograde) ตลอดจนกรอบป้ายชื่อทรงโค้งของ Patek Philippe ล้วนประดิษฐ์ขึ้นจากเยลโลว์โกลด์ 18K นำมาเคลือบโรเดียมและขัดลายซาตินแบบวงกลม เสน่ห์ของการขัดเงาบริเวณขอบ  ลบมุมด้วยโทนสีเยลโลว์โกลด์ ช่วยขับเน้นความคอนทราสต์ให้ตัดกับพื้นหน้าปัดได้อย่างสมบูรณ์แบบ มาตรวัดชั่วโมงฝั่งสุนัขจิ้งจอกตกแต่งด้วยตัวเลข 1 ถึง 12 ที่สลักลึกและลงยาสีดำ ส่วนมาตรวัดนาทีฝั่งอีกาจะแบ่งสเกลทีละ 5 นาทีจาก 0 ถึง 60 นอกจากนี้ พื้นที่ระหว่างป้ายสลัก “PATEK PHILIPPE GENEVE” และดาววินาทีประดับเพชร ยังได้รับการเพิ่มความงดงามด้วยชิ้นงานประดับทองคำลวดลายดอกไม้ ที่อาศัยทั้งทักษะการสลักและการตอกลาย (Chasing) ด้วยมือ

ขั้นตอนการประกอบชิ้นส่วนอันหลากหลาย คืออีกหนึ่งบททดสอบความสามารถของช่างนาฬิกาและช่างฝีมือแห่งแบรนด์ ทางผู้ผลิตได้คิดค้นระบบคลิปล็อกที่จดสิทธิบัตรเฉพาะ ซึ่งเป็นกลไกอันแยบยลที่เอื้อให้สามารถประดับชิ้นงานตกแต่งได้ หลังจากขันสกรูประกอบหน้าปัดเข้ากับกลไกเป็นที่เรียบร้อย โดย Appliques ทั้ง 4 ชิ้น (รูปจิ้งจอก พุ่มไม้ และอีกา) จะถูกนำมาประกอบเป็นขั้นตอนสุดท้ายหลังจากติดตั้งเข็มนาทีแล้ว แกนยึดชิ้นส่วนประดับแต่ละตัวจะถูกสอดเข้าไปจากทางด้านข้างของตัวเรือน ด้วยการหมุนล็อกเข้ากับร่องบากของชิ้นงาน วิธีการอันชาญฉลาดนี้ทำให้ชิ้นส่วนทั้งหมดถูกยึดเข้าที่ได้อย่างสมบูรณ์แบบ โดยไม่สร้างความหนาส่วนเกินให้กับตัวนาฬิกา

ความสง่างามแห่งกาลเวลา
นาฏกรรมอันน่าหลงใหลนี้เผยโฉมบนตัวเรือนโรสโกลด์ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 43 มิลลิเมตร ซึ่งความเรียบหรูนี้ได้ช่วยขับเน้นความสะอาดตาของเส้นสายให้โดดเด่นยิ่งขึ้น และตามเอกลักษณ์ของนาฬิกา Patek Philippe ทรง “Officer-style” ฝาหลังคริสตัลแซฟไฟร์จะได้รับการปกป้องด้วยฝาปิดกันฝุ่นแบบบานพับ ขาตัวเรือนแบบตรงที่ยึดด้วยสกรูมีความเพรียวบางและโค้งมนรับกับสรีระข้อมืออย่างนุ่มนวล นอกเหนือจากเม็ดมะยมทรงเทอร์บัน (Turban-style) แล้ว ยังมีปุ่มกดทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าขัดขอบมนที่ด้านข้างตัวเรือน ณ ตำแหน่ง 2 นาฬิกา สำหรับใช้สั่งการระบบแสดงเวลา


กลไกแห่งกาลเวลา
เพื่อขับเคลื่อนเรื่องราวแห่งเรือนเวลาที่งดงามราวบทกวีนี้ให้มีชีวิต Patek Philippe ได้พัฒนากลไกคาลิเบอร์ 31-260 PS HMD AU ขึ้น ด้วยเหตุนี้ กาลเวลาจึงเผยตัวขึ้นเมื่อได้รับคำสั่ง ผ่านรูปแบบการแสดงที่กะจังหวะมาอย่างสมบูรณ์แบบ ซึ่งเนรมิตให้ทุกช่วงเวลาเปรียบดั่งภาพศิลป์ที่มีชีวิต (Tableau vivant) ความสำเร็จอันยอดเยี่ยมนี้เกิดขึ้นได้จากชุดกลไกเสริมที่ทำหน้าที่แสดงชั่วโมงและนาทีแบบเรโทรเกรดตามสั่ง โดยนำมาประกอบเข้ากับระบบกลไกไขลานอัตโนมัติแบบบางพิเศษ คาลิเบอร์ 31-260 PS ที่ขับเคลื่อนด้วยมินิโรเตอร์แพลตทินัมแบบแกว่งทิศทางเดียว

กลไกแสดงเวลาแบบเรโทรเกรดนี้ ขับเคลื่อนด้วยชิ้นส่วนลูกเบี้ยวทรงก้นหอย ดังนั้น ขั้นตอนการตั้งเวลาจึงต้องหมุนเม็ดมะยมไปในทิศทางตามเข็มนาฬิกา ซึ่งจะทำให้เข็มชี้บอกเวลาเดินถอยหลัง เพื่อเป็นการปกป้องกลไกภายในจากความชำรุดเสียหาย ทางแบรนด์ได้ผสานระบบคลัตช์เชื่อมต่อกลไกแบบพิเศษที่ได้รับการจดสิทธิบัตร ระบบป้องกันนี้จะช่วยขจัดความเสี่ยงที่กลไกจะพังเสียหาย หากผู้ใช้งานเผลอตั้งเวลาด้วยการหมุนเม็ดมะยมทวนเข็มนาฬิกา

เมื่อเปิดฝาหลังบานพับสไตล์ “Officer” เผยให้เห็นคริสตัลแซฟไฟร์ที่เชื้อเชิญให้ผู้ครอบครองได้ดื่มด่ำกับโครงสร้างกลไกอันวิจิตรบรรจง และศิลปะการขัดแต่งผิวที่ใส่ใจในทุกรายละเอียด ชุดกลไกออโตมาตอนใหม่ล่าสุดนี้ทำหน้าที่แสดงเวลาชั่วโมงและนาทีแบบเรโทรเกรดเมื่อกดปุ่มสั่งการ โดยประกอบขึ้นจากชิ้นส่วนถึง 267 ชิ้น ขับเคลื่อนด้วยมินิโรเตอร์แบบเยื้องศูนย์อันเป็นสัญลักษณ์ของกลไกตระกูล 31-260 พร้อมด้วยหัวใจสำคัญอย่างจักรกรอก Gyromax® ที่ใช้สายใย Spiromax® จากนวัตกรรมวัสดุ Silinvar® และแกว่งด้วยความถี่ 4 เฮิรตซ์

เมื่อถูกนำมาถ่ายทอดลงบนนาฬิกาข้อมือ สุดยอดผลงานแห่งศิลปะเชิงกลไกเรือนนี้จึงถูกประกอบเข้ากับสายหนังอัลลิเกเตอร์สีช็อกโกแลตเงางาม ยึดเข้ากับข้อมืออย่างกระชับด้วยบัคเคิลโรสโกลด์แบบบานพับสามทบ (Fold-over clasp) ซึ่งเป็นกลไกสิทธิบัตรของแบรนด์ ที่ออกแบบมาเพื่อมอบความรู้สึกสบายเมื่อสวมใส่และปกป้องนาฬิกาให้ปลอดภัยในทุกการใช้งาน

แม้ว่ากำลังการผลิตในแต่ละปีจะมีอยู่อย่างจำกัดอันเนื่องมาจากความซับซ้อนและระยะเวลายาวนานที่ใช้ในการรังสรรค์ ทว่าผลงานอันเกิดจากการหลอมรวมสุดพิเศษระหว่างกลไกซับซ้อน (Complications) และศิลปะงานฝีมือชั้นสูง (Rare Handcrafts) เรือนนี้ ก็จะได้ก้าวเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของคอลเลคชั่นปัจจุบันอย่างเต็มภาคภูมิ

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้