Last updated: 2 พ.ค. 2569 | 24 จำนวนผู้เข้าชม |
เนื่องในโอกาสงาน Watches and Wonders 2026 Patek Philippe ได้นำฟังก์ชันการตั้งปลุกกลับมาเป็นจุดเด่นอีกครั้ง ผ่านผลงาน Grand Complication ที่ตีความในรูปแบบร่วมสมัยอย่างโดดเด่น โดยเรือนเวลาใหม่ Ref. 5322G มาพร้อมฟังก์ชันตั้งปลุกแบบ 24 ชั่วโมง ที่ทำงานร่วมกับเสียงกังวาน ช่วยให้ผู้สวมใส่สามารถจดจำนัดหมายหรือช่วงเวลาสำคัญได้อย่างง่ายดาย เรือนเวลานี้ขับเคลื่อนด้วยกลไกคาลิเบอร์ใหม่ AL 30-660 SC ซึ่งพัฒนาขึ้นอย่างพิถีพิถันเพื่อยกระดับความแม่นยำและความสลับซับซ้อนของระบบปลุก ตัวเรือนผลิตจากทองคำขาว ถ่ายทอดความหรูหราแบบร่วมสมัย เสริมรายละเอียดด้วยการตกแต่งขอบตัวเรือนแบบกิโยเช่ Clous de Paris หรือ “hobnail” ที่เป็นเอกลักษณ์ของเมซง หน้าปัดมาในรูปแบบแล็กเกอร์พื้นผิว ที่ให้มิติความลึกและความทันสมัย สะท้อนถึงการผสมผสานระหว่างงานฝีมือแบบดั้งเดิมและดีไซน์ร่วมสมัยได้อย่างลงตัว ทำให้ Ref. 5322G เป็นอีกหนึ่งบทใหม่ของนาฬิกากลไกตั้งปลุกระดับสูงในโลก Haute Horlogerie

เรือนเวลา Reference 5520 Pilot Alarm Travel Time ซึ่งเปิดตัวในปี 2019 ได้รับแรงบันดาลใจจากนาฬิกานักบินเชิงประวัติศาสตร์ที่จัดแสดงอยู่ใน Patek Philippe Museum โดยถือเป็นหนึ่งในตัวอย่างอันโดดเด่นของนาฬิกาสำหรับการเดินทาง (travel watch par excellence) โดดเด่นด้วยตัวเรือนที่ติดตั้งปุ่มกดควบคุมแบบคราวน์และพุชเชอร์รวม 4 ตำแหน่ง และกลไกไขลานอัตโนมัติที่ผสานฟังก์ชันตั้งปลุก การแสดงเวลาสองไทม์โซน และการแสดงวันที่ไว้ในเรือนเดียวอย่างสมบูรณ์แบบ สำหรับเรือนเวลา Reference 5322G เรือนใหม่ ได้เข้ามาแทนที่นาฬิการุ่นที่มีฟังก์ชันตั้งปลุกเดิม โดยนำแนวคิดดังกล่าวมาตีความใหม่ในรูปแบบร่วมสมัยที่สง่างามยิ่งขึ้น พร้อมยกย่องฟังก์ชันการตั้งปลุกให้เป็นองค์ประกอบสำคัญที่สุดของเรือนเวลา กลไกใหม่ถูกบรรจุอยู่ภายในตัวเรือนสไตล์ Calatrava ผลิตจากทองคำขาว (white gold) ซึ่งตกแต่งขอบตัวเรือนด้วยลวดลายกิโยเช่ Clous de Paris อันเป็นเอกลักษณ์ สะท้อนถึงการผสมผสานอย่างลงตัวระหว่างความคลาสสิกของงานฝีมือดั้งเดิมและสุนทรียภาพเชิงโมเดิร์นของเรือนเวลาในยุคปัจจุบัน

หน้าปัดที่ผสานสไตล์ร่วมสมัยเข้ากับการอ่านเวลาได้อย่างชัดเจน
หน้าปัดของเรือนเวลารุ่นใหม่ References 5322G-001 และ 5322G-010 ถ่ายทอดความร่วมสมัยและเอกลักษณ์ด้านการออกแบบที่ต่อยอดจากแนวทางของ Patek Philippe ในปี 2022 ซึ่งปรากฏในรุ่น 5226 และ 5326 อย่างชัดเจน หน้าปัดมาในโทนแล็กเกอร์สีน้ำเงินหรือสีเขียว โดดเด่นด้วยขอบหน้าปัดไล่เฉดสีดำ (black-gradient rim) และพื้นผิวแบบเนื้อหยาบ (granular texture) เพิ่มมิติความลึกและความหรูหราอย่างประณีต หลักชั่วโมงแบบตัวเลขอารบิกดีไซน์ประณีตและเข็มชั่วโมง–นาทีทรง “syringe” ทำจากทองคำขาวเคลือบสารเรืองแสง ขณะที่เข็มวินาทีเป็นเหล็กเคลือบสีขาว ตัดกับหน้าปัดได้อย่างลงตัว พร้อมวิ่งรอบหน้าปัดบนสเกลนาทีแบบรางรถไฟ (railway-track) ที่พิมพ์สีขาวอย่างคมชัด เข็มรูปดาบ (dagger-type) เคลือบสีขาวบนเหล็กทำหน้าที่ชี้วันที่บนช่องย่อยตำแหน่ง 6 นาฬิกา โดยวันที่พิมพ์แบบทรานส์เฟอร์สีขาวทั้งหมด ยกเว้นเลข 1 ที่ถูกเน้นด้วยสีแดง ส่วนการแสดงผลของฟังก์ชันตั้งปลุกถูกจัดวางในครึ่งบนของหน้าปัด โดยช่องรูปกระดิ่งที่ตำแหน่ง 12 นาฬิกาใช้แสดงสถานะของระบบปลุก ซึ่งจะเปลี่ยนสีจากขาวเมื่อเปิดใช้งาน ไปเป็นสีดำเมื่อปิดการทำงาน เวลาปลุกที่ตั้งไว้จะแสดงผ่านช่องหน้าต่างคู่ที่ตำแหน่ง 12 นาฬิกา โดยฝั่งซ้ายแสดงชั่วโมงและฝั่งขวาแสดงนาทีในช่วงละ 15 นาที ด้านล่างลงมาเป็นช่องวงกลมแสดงกลางวัน–กลางคืน (day/night indicator) เพื่อช่วยให้สามารถตั้งเวลาปลุกล่วงหน้าได้ครบ 24 ชั่วโมงอย่างแม่นยำ


ตัวเรือน Calatrava พร้อมขอบตัวเรือน (caseband) ที่ตกแต่งด้วยลวดลายกิโยเช่ Clous de Paris อันประณีต
ตัวเรือนไวท์โกลด์ของ Calatrava Reference 5322G ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 41 มิลลิเมตร สามารถสังเกตได้จากปุ่มกดที่ตำแหน่งสองนาฬิกา ขานาฬิกาได้รับการออกแบบแบบฉลุ (open-worked) ขณะที่ด้านข้างตัวเรือตกแต่งด้วยลวดลายกิโยเช่ Clous de Paris หรือ “ฮอบเนล” อันเป็นเอกลักษณ์ของเมซง เพื่อคงความต่อเนื่องของลวดลายตกแต่งรอบขอบตัวเรือนอย่างสมบูรณ์แบบ Patek Philippe ได้แรงบันดาลใจจากโครงสร้างที่ไม่ธรรมดา โดยออกแบบให้ขานาฬิกาถูกยึดติดกับฝาหลังตัวเรือนแทน นาฬิการุ่นนี้สามารถกันน้ำได้ลึกถึง 30 เมตร ทำให้ Reference 5322 เป็นนาฬิกาที่มีกลไกเสียง (chiming watch) โมเดลเดียวของ Patek Philippe ในคอลเลกชันที่มีคุณสมบัติกันน้ำ

เม็ดมะยมซึ่งถูกจัดวางในตำแหน่งที่ไม่ธรรมดาที่ตำแหน่งสี่นาฬิกา ใช้สำหรับไขลานและตั้งเวลา เมื่อกดเม็ดมะยมกลับแนบกับตัวเรือน จะสามารถไขลานกระปุกลานของกลไกปลุกโดยหมุนตามเข็มนาฬิกา ขณะที่กระปุกลานของกลไกนาฬิกาจะไขลานเมื่อหมุนทวนเข็มนาฬิกา เมื่อดึงเม็ดมะยมออกครึ่งหนึ่ง (หนึ่งจังหวะ) จะใช้สำหรับตั้งเวลาเตือน ซึ่งสามารถปรับได้ทั้งสองทิศทาง และเมื่อดึงออกสุด (สองจังหวะ) เม็ดมะยมจะทำหน้าที่สำหรับตั้งเวลา ปุ่มกดที่ตำแหน่งสองนาฬิกา ซึ่งประดับด้วยลวดลาย Clous de Paris ใช้สำหรับเปิดใช้งาน ปิดการทำงาน หรือหยุดการเตือนชั่วคราว ขณะที่ปุ่มปรับ (corrector) ซึ่งถูกผสานไว้อย่างแนบเนียนบนขอบตัวเรือนระหว่างตำแหน่งหกและเจ็ดนาฬิกา ใช้สำหรับปรับแก้วันที่ ฝาหลังแบบโปร่งใสทำจากคริสตัลแซฟไฟร์ เปิดให้เห็นสถาปัตยกรรมของกลไกภายใน รวมถึงรายละเอียดการตกแต่งอย่างประณีตของคาลิเบอร์รุ่นใหม่นี้ ซึ่งมาพร้อมโรเตอร์กลาง อันสะท้อนถึงมาตรฐานงานฝีมือชั้นสูงของ Patek Philippe
คาลิเบอร์รุ่นใหม่ที่มาพร้อมกลไก สัญญาณเตือนแบบ 24 ชั่วโมง ซึ่งส่งเสียงผ่านฆ้องแบบดั้งเดิม (classic gong) ภายในตัวเรือน อันสะท้อนถึงความเชี่ยวชาญด้านกลไกเสียงของ Patek Philippe
คาลิเบอร์อัตโนมัติรุ่นใหม่ AL 30-660 S C เป็นเวอร์ชันที่พัฒนามาจากคาลิเบอร์ AL 30-660 S C FUS โดยนำเสนอในรูปแบบที่เรียบง่ายขึ้น พร้อมฟังก์ชัน สัญญาณเตือนแบบ 24 ชั่วโมง และการแสดงวันที่ โดยตัดฟังก์ชัน Travel Time ออก เพื่อให้ฟังก์ชันการปลุกเป็นจุดเด่นหลักของกลไก แม้จะมีโครงสร้างที่ซับซ้อนและประกอบด้วยชิ้นส่วนถึง 524 ชิ้น แต่กลไกนี้ยังคงมีความบางอย่างน่าประทับใจ ด้วยความสูงเพียง 6.6 มิลลิเมตร โรเตอร์กลางที่ทำจากทองคำ 21K ช่วยเสริมให้กลไกดูเพรียวบาง พร้อมมอบความสะดวกสบายของระบบกลไกไขลานอัตโนมัติ กลไกทำงานที่ความถี่ 4 เฮิรตซ์ หรือ 28,800 กึ่งจังหวะต่อชั่วโมง โดยบาลานซ์แบบ Gyromax® ทำงานร่วมกับสปริงบาลานซ์ Spiromax® ที่ผลิตจากวัสดุ Silinvar® คุณสมบัติอันโดดเด่นของวัสดุล้ำสมัยนี้ รวมถึงการออกแบบสปริงบาลานซ์ที่ได้รับการจดสิทธิบัตร ช่วยให้กลไกมีความเชื่อถือได้สูงและความเที่ยงตรงอย่างยิ่ง ตามมาตรฐานของ Patek Philippe Seal โดยมีค่าความคลาดเคลื่อนไม่เกิน –1 ถึง +2 วินาทีต่อ 24 ชั่วโมง
กลไกสัญญาณเตือนถูกออกแบบให้ใช้งานได้อย่างเรียบง่ายและเป็นตรรกะ พร้อมระบบป้องกันการใช้งานโดยไม่ตั้งใจ ตัวอย่างเช่น การเปิดใช้งานสัญญาณเตือนในโหมด “ON” จะทำได้ก็ต่อเมื่อกระปุกลานของกลไกตีระฆังถูกไขลานจนเต็มแล้วเท่านั้น ดังนั้นก่อนตั้งเวลาปลุก ผู้ใช้จำเป็นต้องไขลานกลไกตีเสียงล่วงหน้า โดยหมุนเม็ดมะยมตามเข็มนาฬิกาประมาณ 10 รอบ ก็เพียงพอ
ระหว่างการไขลาน เมื่อกระปุกลานถูกไขจนเต็มแล้ว เม็ดมะยมแบบไดนาโมเมตริกจะให้ความรู้สึก unclicking เพื่อแจ้งให้ผู้ใช้ทราบว่าลานถูกไขจนเต็มเรียบร้อย โหมด “OFF” จะทำงานโดยอัตโนมัติเมื่อพลังงานของกระปุกลานสำหรับการตีเสียงหมดลง ทั้งนี้ ผู้ใช้ยังสามารถเลือกโหมด “OFF” ได้ทุกเมื่อ ไม่ว่าจะเพื่อหยุดเสียงเตือนระหว่างทำงาน หรือเมื่อไม่ต้องการใช้ฟังก์ชันปลุก
ในนาฬิกาที่มีฟังก์ชันปลุกทั่วไป ค้อนมักจะกระทบโดยตรงกับด้านในของฝาหลังตัวเรือน ทำให้เกิดเสียงก้องแบบโลหะ แต่ในคาลิเบอร์ AL 30-660 S C เสียงเตือนถูกออกแบบให้กังวานอย่างสง่างาม โดยค้อนจะกระทบกับ ฆ้องเสียงแบบดั้งเดิม ที่ขดล้อมรอบตัวกลไก เช่นเดียวกับกลไก minute repeater ยิ่งไปกว่านั้น กลไกนี้ยังติดตั้ง inertial governor เช่นเดียวกับกลไกรีพีตเตอร์ของเมซง เพื่อควบคุมจังหวะของการตีเสียงให้สม่ำเสมอตลอดช่วงการทำงาน โดยจะตีด้วยความถี่ประมาณ 2.5 ครั้งต่อวินาที รวมทั้งหมด 90 ครั้ง สะท้อนถึงความเชี่ยวชาญด้านกลไกเสียงของ Patek Philippe อย่างแท้จริง
สายนาฬิกา 2 สไตล์แบบถอดเปลี่ยนได้
Reference 5322G มาพร้อม สายนาฬิกาแบบถอดเปลี่ยนได้ 2 เส้น โดยสายนาฬิกาเส้นแรกสำหรับรุ่นหน้าปัดสีน้ำเงินทำจากวัสดุคอมโพสิตสีน้ำเงินกรมท่าที่มีลวดลายคล้ายผ้า ส่วนรุ่นหน้าปัดสีเขียวใช้ สายนาฬิกาหนังอัลลิเกเตอร์แบบพาทินาสีเขียว ซึ่งเข้ากันกับสีของหน้าปัด สายนาฬิกาเส้นที่สองสำหรับทั้งสองรุ่นเป็น สายนาฬิกาหนังลูกวัวสีเบจ ตกแต่งผิวแบบ nubuck พร้อมการเย็บด้วยด้ายสีครีมตัวสายนาฬิกามาพร้อม บานพับแบบพับสามชั้น (triple-blade fold-over clasp) ที่จดสิทธิบัตร ช่วยเพิ่มทั้งความปลอดภัยและความสบายในการสวมใส่ อีกทั้งยังช่วยให้การเปลี่ยนสายนาฬิกาทำได้อย่างรวดเร็วและง่ายดาย โดยไม่ต้องใช้เครื่องมือ ระบบนี้ถูกนำมาใช้ครั้งแรกในปี 2025 กับ Patek Philippe Calatrava 8 Days Reference 5328 จาก Patek Philippe
2 พ.ค. 2569
2 พ.ค. 2569
2 พ.ค. 2569