LOUIS ERARD 2340 Color Takes Shape

Last updated: 29 พ.ค. 2569  |  144 จำนวนผู้เข้าชม  | 

LOUIS ERARD 2340 Color Takes Shape

Louis Erard เปิดตัวสองสีใหม่สำหรับนาฬิการุ่นแรกของแบรนด์ที่มาพร้อมสายแบบ Integrated ได้แก่ “Mauve” สีม่วงอ่อนที่ดูนุ่มนวลและมีมิติ พร้อมหน้าปัดลวดลายทรงรีคล้ายแคปซูล และ “Forest” สีเขียวเข้มที่ให้ลุคสุขุม โดดเด่นด้วยลายเส้นแนวนอน ทั้งสองรุ่นยังคงใช้ตัวเรือนที่ผสานไทเทเนียมและสเตนเลสสตีล มาพร้อมกลไกอัตโนมัติแบบบางและสัดส่วนที่กระชับลงตัว โดยคงโครงสร้างเดิมไว้ แต่เติมคาแรกเตอร์ใหม่ให้แตกต่างและสะท้อนภาพลักษณ์ให้ดูชัดเจนยิ่งขึ้น

“คอลเลกชั่น 2340 เริ่มต้นจากพื้นฐานสำคัญ อย่างตัวเรือนและสาย ที่นำเสนอในสัดส่วนที่ถูกออกแบบไว้อย่างลงตัว และสำหรับสีใหม่อย่าง Mauve และ Forest ทาง Louis Erard ไม่ได้เปลี่ยนโครงสร้างหลักเหล่านั้น แต่เลือกปรับรายละเอียดบนหน้าปัด ซึ่งเป็นจุดเล็ก ๆ ที่สามารถเปลี่ยนบุคลิกของนาฬิกาได้อย่างชัดเจน โดย Mauve ให้ความรู้สึกนุ่มนวลและมีจังหวะที่ดูพลิ้วไหว ส่วน Forest มอบลุคที่ลุ่มลึกและโดดเด่นในแบบกราฟิก แม้จะอยู่บนพื้นฐานเดียวกันของตัวเรือน 2340 แต่ทั้งสองสีต่างถ่ายทอดคาแรกเตอร์ที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน และนี่คือแนวทางของ Louis Erard ที่เชื่อว่ารายละเอียดเล็กน้อย สามารถเปลี่ยนภาพลักษณ์ได้”  Manuel Emch

รายละเอียดนาฬิกา
- 2340 รหัสไปรษณีย์ที่กลายมาเป็นชื่อของคอลเลกชั่น โดยตั้งชื่อตาม 2340 Le Noirmont เมืองบ้านเกิดของ Louis Erard บนเทือกเขา Jura ของสวิตเซอร์แลนด์ เปิดตัวครั้งแรกในเดือนตุลาคม ปี 2025 พร้อมนิยาม
ทิศทางการออกแบบใหม่ของแบรนด์ ผ่านนาฬิกาที่มาพร้อมสายแบบ Integrated ดีไซน์สปอร์ต และการให้ความสำคัญกับวัสดุ

- สีสันถูกถ่ายทอดออกมาอย่างมีมิติ ผ่านหน้าปัดสองเฉดสีใหม่ ได้แก่ “Mauve” โทนม่วงอ่อนที่ดูนุ่มนวลและเปล่งประกาย พร้อมลวดลายปั๊มทรงรียาวคล้ายแคปซูล และ “Forest” โทนสีเขียวเข้มที่ให้มิติและลุคกราฟิกชัดเจน ด้วยพื้นผิวลายเส้นแนวนอนแบบพิมพ์ลาย

- ออกแบบให้ทุกองค์ประกอบเป็นหนึ่งเดียวกัน นั่นคือสายแบบ Integrated รุ่นแรกจาก Louis Erard ด้วยโครงสร้างสายแบบ 5 ข้อ ที่ผสานไทเทเนียมและสเตนเลสสตีลเข้าด้วยกัน ถูกออกแบบให้เชื่อมต่อกับตัวเรือน และไล่ระดับรับกับสัดส่วนของนาฬิกาอย่างลงตัว โดยประกอบขึ้นจากชิ้นส่วนทั้งหมด 92 ชิ้น

- เบาขึ้น บางลง และชัดเจนยิ่งกว่าเดิม ไทเทเนียมช่วยลดน้ำหนักของตัวเรือน ขณะที่กลไก Sellita SW300-1 ความหนาเพียง 3.60 มิลลิเมตร ช่วยให้ตัวเรือนมีความบางเพียง 8.95 มิลลิเมตร ส่วนสเตนเลสสตีลขัดเงาถูกนำมาใช้กำหนดเส้นสายของนาฬิกา ตั้งแต่ขอบตัวเรือน ตัวเชื่อมสายนาฬิกา เม็ดมะยม ฝาหลัง ไปจนถึงข้อสายตรงกลาง ให้ความรู้สึกเบาสบายบนข้อมือ พร้อมเส้นสายที่ดูเฉียบคม

ยึดมั่นในงานดีไซน์ ใส่ใจในทุกรายละเอียด
2340 ถูกออกแบบขึ้นเพื่อสะท้อนแนวคิดด้านดีไซน์ของ Louis Erard ผ่านสายแบบ Integrated ที่พัฒนาขึ้นเฉพาะรุ่น ตัวเรือนแบบไฮบริด และรูปทรงที่บางเฉียบ ทุกองค์ประกอบถูกออกแบบอย่างพิถีพิถัน ตั้งแต่ขอบตัวเรือนขัดเงาที่ช่วยให้เส้นสายด้านข้างดูต่อเนื่อง ไปจนถึงการซ่อนจุดเชื่อมต่อของโครงสร้างไว้อย่างแนบเนียน วัสดุ รูปทรง และพื้นผิวต่าง ๆ ถูกออกแบบให้ทำงานร่วมกันเป็นภาษาดีไซน์เดียวกัน โดยตัวเรือนไทเทเนียมช่วยลดน้ำหนักและเพิ่มความสบายในการสวมใส่ ขณะที่สเตนเลสสตีลขัดเงาช่วยเพิ่มความคมชัดให้กับเส้นสายของนาฬิกา ส่วนสายยังช่วยสร้างความต่อเนื่องให้ภาพรวมทั้งหมดดูกลมกลืนเป็นหนึ่งเดียว สะท้อนถึงความใส่ใจในรายละเอียดที่เป็นหัวใจสำคัญของงานออกแบบ

สำหรับ Mauve และ Forest รายละเอียดทั้งหมดถูกถ่ายทอดผ่านหน้าปัดเป็นหลัก แม้โครงสร้างพื้นฐานของนาฬิกาจะยังคงเดิม แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปคือบุคลิกและอารมณ์ของดีไซน์ โดย Mauve เพิ่มความนุ่มนวลและมีมิติผ่านหน้าปัดสีม่วงโทนสว่าง พร้อมลวดลายพิมพ์ทรงแคปซูลแนวยาว ที่ให้ความรู้สึกอ่อนโยนแต่ยังมีความลึกของพื้นผิว ขณะที่ Forest ถ่ายทอดลุคที่ชัดเจนและดูมีโครงสร้างมากขึ้น ผ่านหน้าปัดสีเขียวเข้มกับลายเส้นแนวนอนที่ช่วยเพิ่มความเป็นกราฟิกและมิติให้เด่นชัด หนึ่งรุ่นให้ความรู้สึกละมุนและโค้งมน ส่วนอีกหนึ่งรุ่นดูเฉียบคมและทันสมัย แต่ทั้งคู่ยังคงสะท้อนแนวทางการออกแบบที่ใส่ใจและควบคุมทุกรายละเอียด

ไม่มีอะไรที่ดูฉูดฉาด และไม่มีรายละเอียดใดเกิดขึ้นโดยบังเอิญ เพราะเพียงรายละเอียดเล็ก ๆ ที่ถูกวางไว้ในตำแหน่งที่เหมาะสม ก็สามารถเปลี่ยนบุคลิกของนาฬิกาทั้งเรือนได้อย่างชัดเจน ขับเคลื่อนด้วยรายละเอียด และปล่อยให้สีสันถ่ายทอดตัวตนออกมาอย่างมีมิติ

LOUIS ERARD
SWISS WATCHMAKER
EST.1929
Louis Erard นำเสนอแนวทางใหม่ให้กับอุตสาหกรรมการทำนาฬิกา ด้วยการทำให้ผลงานของช่างนาฬิกาชั้นสูงเข้าถึงได้สำหรับผู้คนในวงกว้าง นาฬิกาของแบรนด์ซึ่งมีรากฐานจากงานหัตถศิลป์ ผสานความงามของประเพณีดั้งเดิมเข้ากับความร่วมสมัยได้อย่างลงตัว ภายใต้การสร้างสรรค์ของช่างฝีมือผู้เปี่ยมวิสัยทัศน์ที่ผลักดันขอบเขตของศาสตร์แห่งเครื่องบอกเวลา

นับตั้งแต่ก่อตั้งในปี 1929 ความเป็นอิสระคือหัวใจสำคัญของแบรนด์ โดยได้รับแรงบันดาลใจจากจิตวิญญาณอันเป็นอิสระของเทือกเขา Swiss Jura ซึ่งสะท้อนผ่านนาฬิการะบบเรกูเลเตอร์อันเป็นเอกลักษณ์และนาฬิกาจักรกลหลากหลายรุ่น ภายใต้การนำของ Manuel Emch แบรนด์ให้ความสำคัญกับนวัตกรรมมากกว่าการเดินตามกรอบเดิม มุ่งสร้างความเป็นเลิศอย่างยั่งยืนแทนการเติบโตอย่างรวดเร็ว พร้อมสร้างเส้นทางของตนเองในโลกการทำนาฬิกา

ผ่านความร่วมมือกับนักสร้างสรรค์อย่าง Alain Silberstein, Vianney Halter และ Konstantin Chaykin ซึ่งช่วยเปิดมุมมองใหม่ ๆ ทางการออกแบบ และสร้างผลงานที่ท้าทายกรอบความคิดเกี่ยวกับเวลาในมุมมองที่แตกต่าง

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้