Last updated: 5 มิ.ย. 2569 | 41 จำนวนผู้เข้าชม |
Audemars Piguet ผู้ผลิตเครื่องบอกเวลาชั้นสูงแห่งสวิตเซอร์แลนด์ มีความยินดีในการเปิดตัวกลไกรุ่นล่าสุด คาลิเบอร์ 6401 สู่คอลเลกชัน Royal Oak Offshore ผ่านนาฬิกา Selfwinding Chronograph ขนาด 37 มิลลิเมตร รุ่นใหม่จำนวน 3 รุ่น
กลไกใหม่นี้ได้รับการออกแบบขึ้นเพื่อยกระดับทั้งความสบายในการสวมใส่และความงดงามทางสุนทรียศาสตร์ ด้วยโครงสร้างที่บางลงกว่าเดิม พร้อมเปิดเผยรายละเอียดของกลไกผ่านฝาหลังแซฟไฟร์ใสเป็นครั้งแรก ให้ผู้สวมใส่ได้ชื่นชมงานตกแต่งอันประณีต รวมถึงโรเตอร์ทองคำชมพู 22 กะรัตเคลือบโรเดียมสีเงิน

นับเป็นครั้งแรกของคอลเลกชันที่นาฬิการุ่นใหม่ 2 รุ่นได้รับการรังสรรค์ขึ้นจากไทเทเนียม โดยหนึ่งในนั้นโดดเด่นด้วยขอบตัวเรือนประดับเพชร ซึ่งเป็นรายละเอียดอันประณีตที่ยังได้รับการถ่ายทอดไปยังรุ่นตัวเรือนทองคำชมพู 18 กะรัตอีกด้วย
ถ่ายทอดผ่านชุดสีอันโดดเด่นและการจับคู่ระหว่างวัสดุที่ตัดกันอย่างมีเอกลักษณ์ นาฬิการุ่นใหม่ทั้งสามเรือนสะท้อนจิตวิญญาณแห่งการผจญภัยและพลังอันมีชีวิตชีวาของฤดูร้อนตามแบบฉบับ Royal Oak Offshore ได้อย่างเต็มเปี่ยม พร้อมตอกย้ำความมุ่งมั่นของ Audemars Piguet ในการสร้างสรรค์นาฬิกากลไกซับซ้อนที่ผสานสมรรถนะทางเทคนิค ความสบายในการสวมใส่ และการใช้งานในชีวิตประจำวันได้อย่างเป็นธรรมชาติ
คาลิเบอร์ 6401 ก้าวกระโดดสู่ความร่วมสมัย
คาลิเบอร์ 6401 ได้รับการพัฒนาขึ้นภายในโรงงานผลิตของ Audemars Piguet ทั้งหมด โดยใช้เวลากว่า 5 ปี ก่อนเปิดตัวครั้งแรกในคอลเลกชัน Royal Oak Chronograph เมื่อต้นปีที่ผ่านมา และในวันนี้ได้ก้าวเข้าสู่ตระกูล Royal Oak Offshore Selfwinding Chronograph ขนาด 37 มิลลิเมตร เป็นครั้งแรก เพื่อสร้างความต่อเนื่องและความสอดคล้องให้กับกลุ่มผลิตภัณฑ์ของเมซง

กลไกใหม่นี้เข้ามาแทนที่คาลิเบอร์ 2385 ซึ่งเปิดตัวครั้งแรกในปี 1997 และกลายเป็นหนึ่งในกลไกหลักของเมซงตลอดระยะเวลาเกือบสามทศวรรษ เช่นเดียวกับรุ่นก่อนหน้า คาลิเบอร์ 6401 เป็นกลไกโครโนกราฟอัตโนมัติแบบอินทิเกรต พร้อมระบบคอลัมน์วีล และระบบคลัตช์แนวตั้งของ Audemars Piguet ซึ่งได้รับการคุ้มครองด้วยสิทธิบัตรที่เกี่ยวข้องกับการทำงานประสานกันของคันโยกคลัตช์ นอกจากนี้ยังได้รับการออกแบบสถาปัตยกรรมใหม่ให้เรียบง่ายยิ่งขึ้น เพื่อลดจำนวนชิ้นส่วนและขจัดระยะคลอนที่ไม่จำเป็น ส่งผลให้ได้กลไกโครโนกราฟที่แข็งแกร่ง เชื่อถือได้ และตอบสนองได้อย่างฉับไว โดยใช้แรงกดปุ่มจับเวลาน้อยลงกว่าที่เคย กลไกชุดนี้มอบพลังงานสำรองยาวนาน 55 ชั่วโมง และทำงานด้วยความถี่ 4 เฮิรตซ์
การเปิดตัวคาลิเบอร์ใหม่นี้ยังนำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงด้านสุนทรียศาสตร์ที่ละเอียดอ่อนแต่สำคัญต่อ Royal Oak Offshore Selfwinding Chronograph โดยเฉพาะฝาหลังแซฟไฟร์ใสที่เปิดโอกาสให้ผู้สวมใส่ได้สัมผัสรายละเอียดอันซับซ้อนของกลไกอย่างใกล้ชิด สร้างความเชื่อมโยงโดยตรงระหว่างผู้สวมใส่กับหัวใจของนาฬิกา
เมื่อมองผ่านด้านหลังตัวเรือน สามารถชื่นชมงานตกแต่งอันประณีตของกลไกได้อย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นลาย Côtes de Genève พื้นผิวขัดซาตินสลับขัดเงา รวมถึงโรเตอร์ทองคำชมพู 22 กะรัตเคลือบ NAC สีเทาเข้ม

ด้วยการผสานคาลิเบอร์ 6401 เข้ากับ Royal Oak Offshore Selfwinding Chronograph ขนาด 37 มิลลิเมตร เจเนอเรชันใหม่ Audemars Piguet ได้พาคอลเลกชันนี้ก้าวสู่ขอบฟ้าใหม่แห่งการออกแบบ งานฝีมือ และความประณีตทางวิศวกรรม ที่ซึ่งสุนทรียศาสตร์อันโดดเด่น สีสันสดใสแห่งฤดูร้อน และเทคโนโลยีล้ำสมัยหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว เพื่อสืบทอดจิตวิญญาณอันกล้าหาญและเปี่ยมพลังแห่งวัยเยาว์ของ Offshore ต่อไป
ปลุกพลังสปอร์ตและความกล้าหาญของ Offshore ให้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง
ในฤดูร้อนนี้ คอลเลกชัน Royal Oak Offshore ได้ปลุกจิตวิญญาณอันกล้าท้าทายและแฝงความยียวนเล็กน้อย ซึ่งเป็นหัวใจของการเปิดตัวครั้งแรกในปี 1993 ให้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง
Royal Oak Offshore ซึ่งออกแบบโดย Emmanuel Gueit ถือกำเนิดขึ้นจากกระแสความคิดสร้างสรรค์อันพลุ่งพล่านของทศวรรษ 1980 และโลกแห่งการแข่งขันเรือยอชต์สมรรถนะสูง ซึ่งเป็นแรงบันดาลใจให้กับชื่อของคอลเลกชัน ด้วยสัดส่วนขนาดใหญ่เกินมาตรฐาน ปะเก็นยางที่เผยให้เห็นอย่างเด่นชัด และบุคลิกอันแข็งแกร่งทรงพลัง ทำให้นาฬิการุ่นนี้ได้รับฉายาว่า “The Beast”
กว่าสามทศวรรษผ่านไป Offshore ยังคงมีชีวิตชีวาไม่ต่างจากวันแรก พร้อมออกเดินทางสู่ชายฝั่งเฟรนช์ริเวียร่า สนุกกับกิจกรรมริมชายหาด หรือโลดแล่นบนเรือแข่งสมรรถนะสูง นี่คือวิถีชีวิตที่ไม่หยุดนิ่ง ขับเคลื่อนด้วยพลังของผู้คน ความมั่นใจในตนเอง และการใช้ชีวิตอยู่กับปัจจุบันขณะ
ด้วยขนาดอันโดดเด่นและบุคลิกที่ไม่เคยเกรงกลัวการเป็นจุดสนใจ Royal Oak Offshore ยังคงเป็นสัญลักษณ์แห่งความกล้าหาญทางเทคนิคและการแสดงออกถึงตัวตนอย่างอิสระ ซึ่งยังคงได้รับการโอบรับจากคนรุ่นใหม่ที่แสวงหาความตื่นเต้นอยู่เสมอ

สีสันใหม่ เติมเต็มบรรยากาศแห่งฤดูร้อน
นาฬิการุ่นใหม่ทั้งสามเรือนมาพร้อมการปรับรายละเอียดด้านการออกแบบที่ละเอียดอ่อนแต่สำคัญ ตัวเรือนมีความบางลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า และมาพร้อมขอบตัวเรือนที่โค้งรับตั้งแต่ตำแหน่ง 6 นาฬิกาไปจนถึง 12 นาฬิกาด้านข้างตัวเรือน ปุ่มกดจับเวลาถูกจับคู่กับการ์ดป้องกันปุ่มกดรูปแบบใหม่ ซึ่งได้รับการเจียระไนและขัดเงาอย่างประณีต ก่อนเชื่อมต่อเข้ากับกึ่งกลางตัวเรือนอย่างกลมกลืน
รายละเอียดบนหน้าปัดก็ได้รับการเอาใจใส่ไม่แพ้กัน โดยลวดลาย Tapisserie ได้รับการพัฒนาใหม่ด้วยช่องสี่เหลี่ยมที่มีขนาดใหญ่ขึ้น เข็มทรง Bathtub แบบใหม่ และหลักชั่วโมงเรืองแสงขนาดเล็กบนวงแหวนด้านในของหน้าปัด ซึ่งสร้างความตัดกันอย่างละเอียดอ่อนกับตัวเลขอารบิกขนาดใหญ่ หลักชั่วโมงเรืองแสงของรุ่นสีชมพูและสีเทอร์ควอยซ์จะแสดงเป็นสีขาวในเวลากลางวัน และเปล่งแสงสีเขียวในความมืด ขณะที่รุ่นตัวเรือนทองคำชมพูมาพร้อมหลักชั่วโมงสีน้ำเงินในเวลากลางวัน ก่อนเปล่งแสงสีเขียวในเวลากลางคืน นอกจากนี้ ช่องแสดงวันที่ยังถูกย้ายจากตำแหน่ง 4 นาฬิกา 30 นาที มาอยู่ที่ตำแหน่ง 6 นาฬิกา เพื่อสร้างความสมดุลทางสายตาและเพิ่มความชัดเจนในการอ่านค่า
นาฬิกาทั้งสามรุ่นยังมาพร้อมสายยางที่สามารถถอดเปลี่ยนได้ง่าย โดยด้านในของสายได้รับการขึ้นรูปด้วยลวดลายโมโนแกรม AP อย่างมีสไตล์
รุ่นแรกของคอลเลกชันมาพร้อมตัวเรือนไทเทเนียม ซึ่งนับเป็นครั้งแรกของตระกูล Royal Oak Offshore Selfwinding Chronograph ขนาด 37 มิลลิเมตร หน้าปัดลวดลาย Tapisserie สีเทอร์ควอยซ์ วงแหวนด้านใน และหน้าปัดย่อยสีเดียวกัน ได้รับการจับคู่กับตัวเลขสีโรเดียมและเข็มทองคำขาว 18 กะรัตเคลือบสารเรืองแสงสีขาว สายยางสีเดียวกับหน้าปัดช่วยเติมเต็มงานออกแบบสามเฉดสีของนาฬิการุ่นนี้ได้อย่างสดชื่นและลงตัว
อีกสองรุ่นที่เหลือผสานความแข็งแกร่งเข้ากับความสง่างามด้วยประกายของเพชร รุ่นตัวเรือนไทเทเนียมมาพร้อมขอบตัวเรือนสเตนเลสสตีลประดับเพชรเจียระไนทรงบริลเลียนท์จำนวน 32 เม็ด รวมน้ำหนักประมาณ 1 กะรัต พร้อมเฉดสีชมพูสดใสที่ถ่ายทอดต่อเนื่องจากหน้าปัด วงแหวนด้านใน ไปจนถึงสายยาง รายละเอียดสีขาว ไม่ว่าจะเป็นตัวเลขหรือเข็มเรืองแสง ช่วยรักษาความชัดเจนในการอ่านค่าได้อย่างยอดเยี่ยมในทุกสภาวะแสง
สำหรับรุ่นที่สาม Audemars Piguet เลือกจับคู่เฉดสีพาสเทลเย็นตาเข้ากับตัวเรือนทองคำชมพู 18 กะรัต พร้อมขอบตัวเรือนประดับเพชรราว 1 กะรัต หน้าปัดลวดลาย Tapisserie สีฟ้าอ่อนและวงแหวนด้านในทำหน้าที่เป็นฉากหลังอันสมบูรณ์แบบให้กับเข็มและหลักบอกเวลาทองคำชมพู 18 กะรัตที่เคลือบสารเรืองแสงสีน้ำเงินในเฉดเดียวกัน ขณะที่เส้นลวดทองคำชมพูที่ล้อมรอบหน้าปัดย่อยสีเดียวกับหน้าปัดหลักช่วยยกระดับความสง่างามอย่างแนบเนียน
สร้างสรรค์ขึ้นเพื่อรองรับประสบการณ์อันเข้มข้นและการผจญภัยทั้งบนบกและในท้องทะเล Royal Oak Offshore Selfwinding Chronograph รุ่นใหม่ทั้งสามเรือนถ่ายทอดจิตวิญญาณดั้งเดิมของคอลเลกชันในรูปแบบที่เล็กลงและน้ำหนักเบายิ่งขึ้น พร้อมโอบรับพลังแห่งฤดูร้อนผ่านสีสันอันสดใสและรายละเอียดอันประณีต
“นับตั้งแต่เปิดตัวครั้งแรกในปี 1993 Royal Oak Offshore ถือกำเนิดขึ้นจากกระแสความคิดสร้างสรรค์อันพลุ่งพล่านของยุค 1980 วันนี้ เราได้นำจิตวิญญาณดังกล่าวมาตีความใหม่ผ่านนาฬิกาขนาด 37 มิลลิเมตร ที่ขับเคลื่อนด้วยคาลิเบอร์ 6401 และถ่ายทอดผ่านสีสันอันสดใสของฤดูร้อน เพื่อสะท้อนสไตล์ร่วมสมัยที่เปี่ยมด้วยพลังและความเป็นตัวของตัวเอง” / Ilaria Resta - ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Audemars Piguet
5 มิ.ย. 2569
5 มิ.ย. 2569
5 มิ.ย. 2569
5 มิ.ย. 2569