BIANCHET Tourbillon Watches and Flavio Cobolli

Last updated: 14 มิ.ย. 2569  |  29 จำนวนผู้เข้าชม  | 

BIANCHET Tourbillon Watches and Flavio Cobolli

นับตั้งแต่การแข่งขัน Australian Open เป็นต้นมา UltraFino Tonneau ไม่เคยห่างจากข้อมือของ Flavio Cobolli เลยแม้แต่น้อย นาฬิกาที่โดดเด่นด้วยฟลายอิงทูร์บิญองซึ่งได้รับการออกแบบให้มีความทนทานต่อแรงกระแทกในระดับยอดเยี่ยม เปรียบเสมือนสัญลักษณ์แห่งสไตล์ ความเป็นเลิศ และความมุ่งมั่นในการก้าวข้ามขีดจำกัด สอดรับกับเส้นทางการเติบโตอันน่าประทับใจของนักเทนนิสชาวอิตาเลียนรายนี้ ที่กำลังสร้างชื่อบนเวทีระดับโลกอย่างต่อเนื่อง

Bianchet แบรนด์เครื่องบอกเวลาชั้นสูงอิสระจากสวิตเซอร์แลนด์ มีความยินดีในการประกาศแต่งตั้ง Flavio Cobolli เป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์คนใหม่ของแบรนด์ เขาคือหนึ่งในนักเทนนิสที่น่าจับตามองที่สุดของวงการในปัจจุบัน Cobolli ได้รับฉายาจากสื่ออิตาเลียนว่า Il Gladiatore หรือ “นักสู้แห่งโรม” ด้วยสไตล์การเล่นที่ผสานพละกำลัง ความแม่นยำ และความสง่างามเข้าไว้ด้วยกันอย่างโดดเด่น คุณสมบัติที่สะท้อนตัวตนและปรัชญาของ Bianchet ได้อย่างเป็นธรรมชาติ การเข้าร่วมครอบครัว Bianchet ของนักหวดชาวโรมรายนี้จึงไม่ใช่เพียงความร่วมมือระหว่างนักกีฬาและแบรนด์เท่านั้น แต่ยังเป็นการพบกันของสองโลกที่ยึดมั่นในความเป็นเลิศ การแสวงหาความสมบูรณ์แบบ และความหลงใหลในการก้าวข้ามขีดจำกัดอยู่เสมอ


FROM MELBOURNE TO PARIS
ความร่วมมือระหว่าง Bianchet และ Flavio Cobolli ไม่ได้เพิ่งเริ่มต้นขึ้นในวันนี้ หากแต่ถูกบ่มเพาะมาตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา นับตั้งแต่เดือนมกราคม นาฬิกาของแบรนด์ได้ร่วมเดินทางเคียงข้างนักเทนนิสชาวอิตาเลียนรายนี้ในทุกช่วงเวลาสำคัญของฤดูกาล ไม่ว่าจะเป็นที่เมลเบิร์น อากาปูลโก ไมอามี มาดริด โรม มิวนิก และล่าสุดบนเวทีรอบชิงชนะเลิศของ Roland-Garros

ในการแข่งขัน Monte-Carlo Masters เขาปรากฏตัวพร้อม UltraFino Monaco ตัวเรือนควอตซ์ไฟเบอร์สีขาวซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากสีสันของราชรัฐโมนาโก เคียงข้างสองแบรนด์แอมบาสเดอร์ของ Bianchet อย่าง Alexander Bublik และ Nicolai Budkov Kjær สามนักกีฬา หนึ่งนาฬิการุ่นเดียวกัน และความเชื่อร่วมกันว่าความสำเร็จและสไตล์ไม่ใช่สิ่งที่ต้องแข่งขันกัน แต่ต่างช่วยส่งเสริมซึ่งกันและกันให้โดดเด่นยิ่งขึ้น

ที่ Roland-Garros เขาลงสนามในแมตช์รอบชิงชนะเลิศอันน่าตื่นเต้นกับ Alexander Zverev พร้อมสวมใส่ UltraFino Tonneau Carbon บนข้อมือ นาฬิกาที่สะท้อนทั้งความแข็งแกร่งทางวิศวกรรมและความสง่างามในแบบฉบับของ Bianchet

นั่นคือแนวคิดที่ Bianchet ยึดมั่นมาตั้งแต่วันแรกของการก่อตั้งแบรนด์ นั่นคือการพิสูจน์ว่าฟลายอิงทูร์บิญองที่ได้รับการออกแบบให้ทนต่อแรงกระแทกได้สูงถึง 5,000 G สามารถเป็นได้ทั้งผลงานวิศวกรรมชั้นสูงและวัตถุแห่งความงดงามที่กลมกลืนที่สุดบนข้อมือของผู้สวมใส่ และบนคอร์ตเทนนิสซึ่งไม่เคยโกหกใคร Flavio Cobolli คือบทพิสูจน์ที่ชัดเจนที่สุดของแนวคิดนั้น

IL GLADIATORE
เกิดที่เมืองฟลอเรนซ์เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2002 และเติบโตในกรุงโรม Flavio Cobolli ได้ก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในนักเทนนิสที่คู่แข่งต่างเกรงขามมากที่สุดในทัวร์อาชีพ สื่ออิตาเลียนขนานนามเขาว่า Il Gladiatore หรือ “นักสู้แห่งโคลอสเซียม” จากความกล้าหาญ ความมุ่งมั่น และการไม่ยอมแพ้ต่อสถานการณ์ใด ๆ

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ทำให้เขาโดดเด่นไม่ได้อยู่เพียงผลการแข่งขัน หากยังรวมถึงวิธีการเล่นอันเป็นเอกลักษณ์ เกมบุกที่เฉียบคม ดุดัน และเปี่ยมประสิทธิภาพ ผสานเข้ากับความสง่างามตามธรรมชาติที่สามารถรับรู้ได้ตั้งแต่แรกเห็น ปัจจุบันเขาขยับขึ้นสู่ตำแหน่งมืออันดับ 10 ของโลก ซึ่งเป็นอันดับสูงสุดในอาชีพของเขาจนถึงปัจจุบัน


ฤดูกาล 2026 เป็นบทบันทึกที่สะท้อนการเติบโตดังกล่าวได้อย่างสมบูรณ์แบบ ไม่ว่าจะเป็นแชมป์ ATP รายการที่สามในอากาปูลโก การผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ BMW Open ที่มิวนิก และการสร้างประวัติศาสตร์ด้วยการเข้าชิงชนะเลิศแกรนด์สแลมครั้งแรกในชีวิตที่ Roland-Garros เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน หลังเอาชนะ Félix Auger-Aliassime บนคอร์ต Philippe-Chatrier ได้ในสี่เซ็ต จากการต่อสู้อันเข้มข้นยาวนาน 3 ชั่วโมง 24 นาที

ความสำเร็จดังกล่าวยังส่งผลให้อิตาลีมีนักเทนนิสชายผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศรายการแกรนด์สแลมติดต่อกันเป็นปีที่สอง ซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในยุค Open Era และ Cobolli คือหนึ่งในผู้เล่นที่ร่วมสร้างหน้าประวัติศาสตร์บทใหม่นี้

แต่ Flavio Cobolli ไม่ได้เป็นเพียงนักสู้ผู้โดดเด่นในประเภทเดี่ยวเท่านั้น เขายังเป็นนักกีฬาที่เปี่ยมด้วยจิตวิญญาณแห่งทีมเวิร์กอีกด้วย เขาเป็นกำลังสำคัญของทีมชาติอิตาลีชุดคว้าแชมป์ Davis Cup 2025 โดยสร้างหนึ่งในช่วงเวลาที่น่าจดจำที่สุดของการแข่งขัน เมื่อสามารถเซฟแมตช์พอยต์ได้ถึงเจ็ดครั้งในรอบรองชนะเลิศกับ Zizou Bergs ก่อนมีบทบาทสำคัญในการพาทีมอิตาลีคว้าชัยเหนือสเปนในรอบชิงชนะเลิศได้สำเร็จ

A RETURN TO ROOTS
ความร่วมมือครั้งนี้มีความหมายลึกซึ้งเป็นพิเศษสำหรับ Bianchet เพราะแม้แบรนด์จะถือกำเนิดขึ้นในเมืองเนอชาแตล ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ แต่รากเหง้าของแบรนด์กลับเชื่อมโยงกับอิตาลีอย่างแนบแน่น เนื่องจากผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Rodolfo Festa Bianchet เป็นชาวอิตาเลียนโดยกำเนิด

ก่อนก่อตั้ง Bianchet ร่วมกับภรรยา Emmanuelle ในปี 2017 เขาเคยสร้างธุรกิจด้านฟินเทคที่ประสบความสำเร็จจากอัลกอริทึมการคาดการณ์ซึ่งพัฒนาขึ้นบนพื้นฐานของลำดับฟีโบนัชชีและอัตราส่วนทองคำ (Golden Ratio) หลักการทางคณิตศาสตร์เดียวกันกับที่ยังคงเป็นหัวใจสำคัญในการกำหนดสัดส่วนของนาฬิกา Bianchet ทุกเรือนมาจนถึงปัจจุบัน

เส้นด้ายแห่งเรื่องราวที่เชื่อมโยงนักเทนนิสชาวโรมผู้กำลังต่อสู้บนคอร์ตดินแห่งปารีส เข้ากับรากฐานของแบรนด์ จึงเป็นสิ่งที่ทำให้ความร่วมมือครั้งนี้มีความหมายมากกว่าการเป็นสัญญาทางธุรกิจทั่วไป

สำหรับบริษัทนาฬิกาที่ก่อตั้งและขับเคลื่อนโดยครอบครัวของ Rodolfo และ Emmanuelle Festa Bianchet ซึ่งปัจจุบันบุตรชายทั้งสามคนได้เข้ามามีส่วนร่วมในธุรกิจแล้ว ความหลงใหลในกีฬา จิตวิญญาณนักสู้ และความสง่างามแบบอิตาเลียนที่ปรากฏอยู่ในทุกอิริยาบถของ Flavio Cobolli จึงสะท้อนตัวตนของแบรนด์ได้อย่างจริงใจและเป็นธรรมชาติ


Rodolfo Festa Bianchet ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Bianchet กล่าวว่า “Flavio สวมใส่ทูร์บิญองของเราในแบบเดียวกับที่เขาเล่นเทนนิส นั่นคือด้วยสไตล์และความหลงใหล นับตั้งแต่เริ่มต้นฤดูกาล เขาได้มอบบทพิสูจน์ที่จริงใจที่สุดต่อสิ่งที่เราพยายามแสดงให้โลกเห็นมาตลอดว่า ความประณีตและความสามารถในการต้านทานแรงกระแทกสูงไม่ใช่สิ่งที่ขัดแย้งกัน หากสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างสมบูรณ์แบบ นั่นคือสิ่งที่เราสร้างขึ้นที่ Bianchet และการที่เขาเป็นชาวโรม รวมถึงความร่วมมือครั้งนี้ยังสะท้อนรากเหง้าแบบอิตาเลียนของเรา ยิ่งทำให้สายสัมพันธ์นี้มีความพิเศษอย่างแท้จริง”

ด้าน Flavio Cobolli กล่าวถึงนาฬิกาที่อยู่บนข้อมือของเขาว่า “ตั้งแต่ผมเริ่มสวมใส่ UltraFino นาฬิกาเรือนนี้ได้ผ่านทุกชัยชนะ ทุกความพ่ายแพ้ และทุกช่วงเวลาที่ยากลำบากในเส้นทางอาชีพของผม มาถึงวันนี้มันกลายเป็นส่วนหนึ่งของตัวผมไปแล้วเมื่ออยู่ในสนามแข่งขัน เพราะในการแข่งขัน ทุกสิ่งล้วนถูกเปิดเผย ทั้งระดับการเล่น บุคลิก และแม้แต่นาฬิกาที่คุณสวมอยู่บนข้อมือ ผมไม่มีทางเลือกสวมใส่นาฬิกาที่ผมไม่เชื่อมั่นว่ามันจะสามารถรับมือกับทุกสิ่งที่เกิดขึ้นได้”

นาฬิกาที่เขาสวมใส่ในการแข่งขัน
ในการแข่งขัน Roland-Garros Flavio Cobolli เลือกสวมใส่ UltraFino Tonneau นาฬิกาทูร์บิญองอัตโนมัติตัวเรือนคาร์บอนความหนาแน่นสูง ซึ่งผ่านการตกแต่งด้วยมือทั้งหมด ตัวเรือนมีความหนาเพียง 8.9 มิลลิเมตร และมีน้ำหนักรวมสายเพียง 46 กรัม จนแทบไม่รู้สึกถึงการมีอยู่บนข้อมือ แม้จะมีน้ำหนักเบาเป็นพิเศษ แต่นาฬิกากลับสามารถรับมือกับทุกการเสิร์ฟ ทุกการวอลเลย์ และทุกลูกแบ็กแฮนด์สองมือได้อย่างไร้ปัญหา วัสดุคาร์บอนคอมโพสิตความหนาแน่นสูงซึ่งพัฒนาขึ้นเป็นพิเศษสามารถรองรับแรงกระแทกได้สูงถึง 5,000 G ช่วยปกป้องทั้งฟลายอิงทูร์บิญอง ตลับลานแบบแขวนลอย และโรเตอร์โกลด์ ผ่านสถาปัตยกรรมป้องกันแรงกระแทกที่ซับซ้อน โดยไม่ลดทอนมาตรฐานการตกแต่งด้วยมืออันเป็นหัวใจของการประดิษฐ์นาฬิกาชั้นสูง

ก่อนหน้านั้นในการแข่งขัน Rolex Monte-Carlo Masters เขาเลือกสวมใส่ UltraFino Monaco รุ่นผลิตจำนวนจำกัดที่ได้รับแรงบันดาลใจจากสีประจำราชรัฐโมนาโก ตัวเรือนผลิตจากวัสดุ White Quartz Fibre Composite ซึ่งพัฒนาต่อยอดจากเทคโนโลยีอุตสาหกรรมอากาศยาน โดยใช้เส้นใยซิลิกาบริสุทธิ์พิเศษผสานกับควอตซ์ธรรมชาติ วัสดุชนิดนี้มอบทั้งความทนทานต่อแรงกระแทก ความต้านทานรอยขีดข่วน และน้ำหนักที่เบาเป็นพิเศษ ภายใต้ตัวเรือนที่มีความหนาเพียง 9.8 มิลลิเมตร ถ่ายทอดเอกลักษณ์สีขาวและแดงของโมนาโกออกมาในมุมมองร่วมสมัยที่ทั้งเบา แข็งแกร่ง และสง่างาม

เบื้องหลังความสามารถในการต้านทานแรงกระแทกระดับพิเศษนี้ คือความท้าทายทางวิศวกรรมครั้งสำคัญของคาลิเบอร์ Bianchet UT01 พร้อมฟลายอิงทูร์บิญอง ซึ่งแตกต่างจากนาฬิกาทูร์บิญองทั่วไป เนื่องจากไม่ได้เป็นกลไกไขลานด้วยมือ แต่เป็นกลไกอัตโนมัติที่มีโรเตอร์เป็นส่วนประกอบหลัก

การมีโรเตอร์เพิ่มเข้ามานั้นหมายถึงการเพิ่มมวลเคลื่อนที่ซึ่งก่อให้เกิดแรงเฉื่อยจำนวนมากเมื่อเกิดแรงกระแทก ทำให้การบริหารจัดการแรงสั่นสะเทือนมีความซับซ้อนกว่าปกติอย่างมหาศาล และเป็นโจทย์ทางเทคนิคที่มีผู้ผลิตนาฬิกาเพียงไม่กี่รายในโลกกล้าท้าทาย

Bianchet คือหนึ่งในผู้ที่เลือกเผชิญกับความท้าทายนั้น และเปลี่ยนมันให้กลายเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์อย่างสมบูรณ์แบบ

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้