Last updated: 15 มิ.ย. 2569 | 153 จำนวนผู้เข้าชม |
เปิดตัวครั้งแรกในปี 1969 วันนี้ DOXA SUB 200 T.GRAPH หวนคืนสู่วงการอีกครั้งหลังผ่านไปเกือบ 60 ปี พร้อมคอลเลกชันใหม่ที่ประกอบด้วยนาฬิกา 8 รหัสอ้างอิง รวมถึงหน้าปัดสีใหม่อันโดดเด่นอย่าง Caribbean Blue
ย้อนกลับไปในปี 1969 DOXA ได้เปิดตัว SUB 200 T.GRAPH ในฐานะนาฬิกาดำน้ำระดับมืออาชีพที่มาพร้อมฟังก์ชันโครโนกราฟ ซึ่งถือเป็นแนวคิดที่หาได้ยากอย่างยิ่งในยุคนั้น เกือบหกทศวรรษต่อมา SUB 200 T.GRAPH II ได้สืบทอดแนวคิดดังกล่าว พร้อมปรับสัดส่วนตัวเรือนใหม่เพื่อมอบประสบการณ์การสวมใส่ที่สมดุลและลงตัวมากยิ่งขึ้น


ตัวเรือนมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 42 มิลลิเมตร และหนา 14.6 มิลลิเมตร โดยได้รับการปรับปรุงให้แนบรับกับข้อมือได้อย่างเป็นธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นข้อมือขนาดใดก็ตาม ขณะเดียวกันยังคงรักษาคาแรกเตอร์และความรู้สึกดั้งเดิมของนาฬิกาเอาไว้อย่างครบถ้วน
เมื่ออยู่ใต้น้ำ นาฬิการุ่นนี้ยังคงยึดมั่นในองค์ประกอบพื้นฐานที่เป็นหัวใจของตระกูล SUB ไม่ว่าจะเป็นความสามารถในการกันน้ำลึก 200 เมตร ขอบตัวเรือนหมุนได้ทิศทางเดียว และการอ่านเวลาการดำน้ำที่ชัดเจนในทันที แต่เหนือผิวน้ำ ฟังก์ชันโครโนกราฟเข้ามาเติมเต็มศักยภาพของนาฬิกาเครื่องมือให้ครอบคลุมยิ่งขึ้น บนหน้าปัดแสดงชั่วโมง นาที วินาที ช่องวันที่ตำแหน่ง 6 นาฬิกา และตัวนับเวลา 30 นาทีที่ตำแหน่ง 3 นาฬิกา โดยยังคงรักษาความชัดเจนในการอ่านค่าซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของ DOXA มาโดยตลอด
นอกเหนือจากสีหน้าปัดดั้งเดิมอย่าง Professional Orange, Sharkhunter Black และ Searambler Sunburst Silver ที่เคยปรากฏบน T.GRAPH รุ่นแรก SUB 200 T.GRAPH II ยังเพิ่มอีกหนึ่งเฉดสีระดับไอคอนของแบรนด์อย่าง Caribbean Blue เข้าสู่คอลเลกชันอย่างเป็นทางการ สามารถเลือกคู่สายได้ระหว่างสายสเตนเลสสตีลแบบ Beads of Rice อันเป็นเอกลักษณ์ หรือสายยางที่เหมาะกับการใช้งานจริง
SUB 200 T.Graph II จึงกลมกลืนอยู่ภายในตระกูล SUB ได้อย่างสมบูรณ์แบบ และยังคงรักษาจิตวิญญาณของ T.Graph เอาไว้อย่างครบถ้วน ในฐานะนาฬิกาที่ได้รับการออกแบบขึ้นด้วยเป้าหมายที่ชัดเจน ซึ่งสัดส่วน ฟังก์ชัน และรูปลักษณ์ถูกผสานเข้าด้วยกันอย่างลงตัวและทรงพลังโดยไม่จำเป็นต้องโอ้อวด
ปัจจุบัน SUB 200 T.Graph II ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของคอลเลกชันถาวร และสานต่อสายธารแห่งการพัฒนาที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่องเกือบ 60 ปี
โครโนกราฟในแบบฉบับ SUB
เมื่อเปิดตัวในปี 1969 SUB 200 T.Graphไม่ได้เป็นเพียงการเพิ่มฟังก์ชันโครโนกราฟให้กับตระกูล SUB เท่านั้น แต่ยังเป็นการขยายขอบเขตของนาฬิกาเครื่องมือให้กว้างไกลยิ่งขึ้น
ในยุคที่โครโนกราฟสำหรับการดำน้ำยังมีอยู่อย่างจำกัด T.Graph มอบความสามารถในการจับเวลาที่หลากหลายมากขึ้น โดยไม่ลดทอนความชัดเจนในการอ่านค่าซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของนาฬิกาดำน้ำ สิ่งสำคัญคือ T.Graph ไม่ได้ถูกออกแบบให้เป็น “โครโนกราฟดำน้ำ” ในความหมายแบบดั้งเดิม หากแต่เป็น “นาฬิกาดำน้ำที่ติดตั้งโครโนกราฟ” ระหว่างการดำน้ำ ขอบตัวเรือนหมุนได้ทิศทางเดียวยังคงเป็นเครื่องมือหลักสำหรับจับเวลาใต้น้ำ ขณะที่บนผิวน้ำ ฟังก์ชันโครโนกราฟจะเข้ามารับหน้าที่ในการจับเวลาระยะสั้นตามหลักการใช้งานเดียวกัน
SUB 200 T.Graph II ยังคงรักษาแนวคิดนี้เอาไว้อย่างครบถ้วน ผ่านตัวนับเวลา 30 นาทีและการจัดวางองค์ประกอบบนหน้าปัดที่สมดุล สะท้อนแนวทางการออกแบบเชิงฟังก์ชันอันเป็นเอกลักษณ์ของ DOXA

ปรับสัดส่วนใหม่เพื่อการสวมใส่ที่ดียิ่งขึ้น
ตัวเรือนทรงคุชชั่นได้รับการปรับขนาดจาก 43 มิลลิเมตร เหลือ 42 มิลลิเมตร และลดความหนาจาก 15.15 มิลลิเมตร เหลือ 14.6 มิลลิเมตร การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ไม่ได้ทำให้บุคลิกของนาฬิกาเปลี่ยนไป แต่ช่วยยกระดับความสมดุลในการสวมใส่ให้ดียิ่งขึ้น ทั้งการแนบรับกับข้อมือ ความมั่นคงขณะสวมใส่ และการกระจายน้ำหนัก ล้วนได้รับการปรับแต่งอย่างพิถีพิถัน ผลลัพธ์คือ SUB 200 T.Graph II ที่ยังคงมีตัวตนชัดเจน แข็งแกร่ง และเปี่ยมด้วยเอกลักษณ์เช่นเดิม แต่พร้อมสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวันมากยิ่งขึ้น
Caribbean Blue ร่วมเติมเต็มคอลเลกชัน
ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา SUB 200 T.Graph เป็นที่จดจำจากสามสีหน้าปัดระดับไอคอนของ DOXA ได้แก่ Professional Orange, Searambler Sunburst Silver และ Sharkhunter Black ในเจเนอเรชันใหม่นี้ DOXA ได้ขยายทางเลือกด้วยอีกหนึ่งเฉดสีสำคัญของตระกูล SUB อย่าง Caribbean Blue เฉดสีน้ำเงินเข้มนี้เปิดตัวครั้งแรกในช่วงปลายทศวรรษ 1960 และมีความผูกพันอย่างใกล้ชิดกับประวัติศาสตร์ของตระกูล SUB มาโดยตลอด การกลับมาของ Caribbean Blue ในครั้งนี้ไม่เพียงเพิ่มทางเลือกด้านสีสัน หากยังนำเสนอบุคลิกใหม่ที่โดดเด่นและแตกต่างให้แก่ SUB 200 T.GRAPH II อีกด้วย
ออกแบบเพื่อความชัดเจน ทั้งใต้น้ำและบนบก
SUB 200 T.Graph II ยังคงยึดมั่นในปรัชญาเดียวกับรุ่นต้นกำเนิด นั่นคือการมอบความชัดเจนในการใช้งานและความน่าเชื่อถือในทุกสถานการณ์
ใต้น้ำ ความชัดเจนดังกล่าวหมายถึงการอ่านเวลาการดำน้ำได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ โดยได้รับการสนับสนุนจากขอบตัวเรือนหมุนได้ทิศทางเดียว สเกลที่อ่านค่าได้ง่าย และความสามารถในการกันน้ำลึก 200 เมตร ซึ่งล้วนเป็นองค์ประกอบสำคัญในสภาวะที่ความเที่ยงตรงเป็นสิ่งจำเป็น

เหนือผิวน้ำ แนวคิดเดียวกันนี้ยังคงได้รับการสืบทอดผ่านกลไกอัตโนมัติโครโนกราฟสัญชาติสวิส SW510 ซึ่งทำงานที่ความถี่ 28,800 ครั้งต่อชั่วโมง (4 เฮิรตซ์) พร้อมพลังงานสำรองประมาณ 56 ชั่วโมง
กลไกดังกล่าวมอบอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับการจับเวลาช่วงสั้นๆ โดยยังคงยึดหลักความแม่นยำ ความชัดเจน และความน่าเชื่อถือเช่นเดียวกับการใช้งานใต้น้ำ
สองทางเลือกของสาย สะท้อนแนวคิดเดียวกัน
ไม่ว่าจะเลือกสวมใส่กับสายสเตนเลสสตีลแบบ Beads of Rice อันเป็นเอกลักษณ์ หรือสายยาง SUB 200 T.Graph II ก็ยังคงสะท้อนแนวทางการออกแบบที่เน้นการใช้งานจริงของ DOXA อย่างชัดเจน
สายสเตนเลสสตีลยังคงรักษาเอกลักษณ์ทางประวัติศาสตร์ของคอลเลกชันเอาไว้ได้อย่างครบถ้วน ขณะที่สายยางมอบบุคลิกที่ตรงไปตรงมาและพร้อมสำหรับการใช้งานในสภาพแวดล้อมที่หลากหลายยิ่งขึ้น
สำหรับรุ่นหน้าปัด Professional Orange และ Caribbean Blue ยังสามารถเลือกจับคู่กับสายยางสีเดียวกับหน้าปัดได้อีกด้วย ช่วยสร้างความกลมกลืนของภาพรวมและเสริมเอกลักษณ์ของแต่ละเวอร์ชันให้โดดเด่นยิ่งขึ้น
เกี่ยวกับ DOXA
สัญลักษณ์แห่งจิตวิญญาณนักผจญภัยของคุณคืออะไร? สำหรับหลายคน คำตอบคือ DOXA นาฬิกาที่พร้อมทำหน้าที่เป็นเพื่อนร่วมทางในการออกสำรวจขอบฟ้าใหม่ ๆ และผลักดันขีดจำกัดของความเป็นไปได้ให้ไกลยิ่งกว่าเดิม
DOXA ถือกำเนิดขึ้นที่เมือง Le Locle หนึ่งในศูนย์กลางสำคัญของการประดิษฐ์นาฬิกาสวิส และนับตั้งแต่ปี 1889 เป็นต้นมา แบรนด์ได้สั่งสมชื่อเสียงจากการผสานระหว่างมรดกแห่งงานช่างดั้งเดิมเข้ากับนวัตกรรมที่ไม่เคยหยุดนิ่ง หนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์ที่สำคัญที่สุดของแบรนด์เกิดขึ้นในปี 1967 เมื่อ DOXA กลายเป็นผู้บุกเบิกการเปิดตัวนาฬิกาดำน้ำสำหรับบุคคลทั่วไปที่ติดตั้งขอบตัวเรือนหมุนได้ทิศทางเดียว เพื่อใช้คำนวณและติดตามเวลาในการดำน้ำแบบไม่ต้องหยุดพักลดแรงดัน (No-Decompression Dive Time)
นวัตกรรมดังกล่าวถือเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับความปลอดภัยของนักดำน้ำ และกลายเป็นหนึ่งในมาตรฐานสำคัญของนาฬิกาดำน้ำสมัยใหม่ในเวลาต่อมา ควบคู่ไปกับความก้าวหน้าทางเทคนิค DOXA SUB ยังสร้างเอกลักษณ์ที่โดดเด่นจนเป็นที่จดจำได้ในทันที ด้วยหน้าปัดสีส้มอันเป็นสัญลักษณ์ของแบรนด์
ปัจจุบัน Montres DOXA SA ยังคงยึดมั่นในปรัชญาที่วางรากฐานมาตั้งแต่กว่า 130 ปีก่อน นั่นคือการสร้างสรรค์นาฬิกาคุณภาพสูงในราคาที่เข้าถึงได้ ชื่อ DOXA SUB จึงไม่ได้เป็นเพียงชื่อคอลเลกชัน หากยังเป็นหนึ่งในตำนานสำคัญของประวัติศาสตร์นาฬิกาดำน้ำ และเรื่องราวแห่งการผจญภัยบทต่อไปยังคงดำเนินต่อไปไม่สิ้นสุด
#YourCallToAdventure – เสียงเรียกสู่การผจญภัยของคุณ
15 มิ.ย. 2569
15 มิ.ย. 2569
15 มิ.ย. 2569