Last updated: 2 ก.ค. 2569 | 31 จำนวนผู้เข้าชม |
ปี 2026 ถือเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายที่สำคัญอีกปีของ IWC Schaffhausen กับการเฉลิมฉลองวาระครบรอบสำคัญทั้ง 90 ปี ของ Pilot’s Watches, 40 ปี ของระบบปฏิทินร้อยปี รวมถึงเรื่องราวของ Ingenieur และ Little Prince ที่ยังคงเป็นส่วนหนึ่งของจิตวิญญาณแบรนด์ ขณะเดียวกันแบรนด์ยังเดินหน้าสู่อนาคตผ่านนวัตกรรมใหม่ ตั้งแต่นาฬิกาสำหรับภารกิจอวกาศ วัสดุศาสตร์ล้ำสมัย ไปจนถึงกลไกปฏิทินร้อยปี เจเนอเรชันใหม่ ที่ Franziska Gsell-Etterlin - Chief Marketing Officer ผู้มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนภาพลักษณ์และกลยุทธ์ระดับโลกของแบรนด์เข้าสู่ยุคใหม่ ผ่านทั้งงานออกแบบ นวัตกรรม และการสื่อสารร่วมสมัยอย่างทรงพลัง
นาฬิการุ่นใหม่ของ IWC ที่เปิดตัวในงาน Watches & Wonders 2026 มีไฮไลต์อะไรบ้าง?
ปีนี้เราเฉลิมฉลองครบรอบ 90 ปีของ Pilot’s Watches รวมถึงประวัติศาสตร์แห่งการบินและภารกิจสำรวจต่างๆ และวันนี้เรากำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ของการสำรวจอวกาศ ดังนั้นเราจึงถ่ายทอดจิตวิญญาณแห่งการเดินทางสู่อวกาศผ่าน Pilot’s Watches เช่นกัน ไฮไลต์สำคัญที่สุดของคอลเลกชันนักบินคือ Pilot’s Venturer Vertical Drive ที่พัฒนาขึ้นสำหรับภารกิจอวกาศโดยเฉพาะ ซึ่งถือเป็นนาฬิกาสำหรับนักบินอวกาศอย่างแท้จริง เพราะได้รับการออกแบบขึ้นใหม่ทั้งหมด เพื่อตอบโจทย์ทั้งด้านการใช้งานและสภาพแวดล้อมในการปฏิบัติภารกิจอวกาศ ก่อนหน้านี้ IWC เคยเดินทางสู่อวกาศมาแล้วในปี 2021 ร่วมกับ Thomas Pesquet นักบินอวกาศชาวฝรั่งเศสที่สวม Big Pilot’s Watch Perpetual Calendar ระหว่างภารกิจของเขา แต่ครั้งนี้เราได้พัฒนาสิ่งที่อาจเรียกได้ว่าเป็น ‘Space Watch’ อย่างแท้จริง ซึ่งไม่เคยมีมาก่อน
Pilot’s Venturer Vertical Drive ได้รับการรับรองโดย Vast พันธมิตรด้านเทคโนโลยีอวกาศของแบรนด์ ซึ่งกำลังพัฒนาสถานีอวกาศเชิงพาณิชย์แห่งแรกของโลก และเตรียมสร้างสถานีอวกาศยุคใหม่ที่จะเข้ามารับช่วงต่อจาก ISS ภายในปี 2030 เราทำงานร่วมกับพวกเขาอย่างใกล้ชิดตลอดกระบวนการพัฒนา ตัวเรือนของนาฬิการุ่นนี้แตกต่างจาก Pilot’s Watch แบบดั้งเดิมอย่างสิ้นเชิง เพราะไม่มีเม็ดมะยม แต่ใช้ปุ่มควบคุมด้านข้าง เพื่อให้นักบินอวกาศสามารถใช้งานได้แม้ขณะสวมถุงมืออวกาศ แม้แต่หน้าปัดก็ถูกออกแบบให้เป็นแบบด้านเพื่อลดแสงสะท้อนจากสภาพแวดล้อมที่มีแสงจ้าในอวกาศ และยังใช้ระบบแสดงเวลาแบบ 24 ชั่วโมง เพราะในอวกาศคุณจะพบพระอาทิตย์ขึ้นและตกถึง 16 ครั้งภายในหนึ่งวัน จึงเป็นนาฬิกาที่น่าทึ่งมากเรือนหนึ่ง

อีกหนึ่งด้านที่เราให้ความสำคัญอย่างมากคือเรื่องนวัตกรรม โดยเฉพาะ Perpetual Calendar ซึ่งถือเป็นเอกลักษณ์ของ IWC มาโดยตลอด ตลอดกว่า 40 ปีที่ผ่านมา ระบบปฏิทินร้อยปีที่พัฒนาโดย Kurt Klaus ได้รับการยอมรับในฐานะกลไกที่ใช้งานง่ายผ่านเม็ดมะยมเพียงจุดเดียว แต่ครั้งนี้เราใช้เวลาถึง 10 ปีในการพัฒนา Perpetual Calendar เจเนอเรชันใหม่ ที่สามารถปรับตั้งได้ทั้งเดินหน้าและย้อนกลับผ่านเม็ดมะยม จึงถือเป็นกลไกใหม่ทั้งหมด ซึ่งเราเปิดตัวผ่านคอลเลกชัน The Little Prince ในปีนี้ The Little Prince เป็นความร่วมมือระหว่างเรากับวรรณกรรมระดับตำนานที่ดำเนินมายาวนานถึง 20 ปีแล้ว จึงมีนาฬิกาหลากหลายรุ่นในธีมนี้ พร้อมนำความงดงามเชิงบทกวีและความเป็นมนุษย์มาผสานเข้ากับโลกแห่งวิศวกรรมของแบรนด์
เรายังเปิดตัวนาฬิกาสำหรับผู้หญิงโดยเฉพาะเป็นครั้งแรก พร้อมกลไก Day & Night ที่มีภาพ The Little Prince นั่งอยู่บนดาวเคราะห์หรือดวงจันทร์ของเขา ถ่ายทอดอารมณ์และเรื่องราวผ่านกลไกอย่างงดงาม ขณะเดียวกัน ในคอลเลกชัน Pilot’s Watches เรายังมีตัวเลือกหลากหลายตั้งแต่ขนาด 36 ถึง 42 มิลลิเมตร ในวัสดุต่างๆ พร้อมการตกแต่งฝาหลังด้วยลวดลายหรือการสลัก The Little Prince ในแต่ละรุ่น
แล้วคอลเลกชัน Ingenieur ปีนี้มีอะไรพิเศษบ้าง?
อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญที่เราต้องพูดถึงคือ การเฉลิมฉลองครบรอบ 50 ปีของงานออกแบบ Ingenieur ซึ่งเราก็ได้เปิดตัวนาฬิการุ่นใหม่หลายรุ่นเพื่อโอกาสนี้เช่นกัน และเป็นครั้งแรกที่เรานำการประดับเพชรมาใช้กับ Ingenieur ในรูปแบบใหม่ รวมถึงหน้าปัดสีน้ำเงินประดับเพชร และยังมี Ingenieur รุ่นปฏิทินร้อยปีตัวเรือนไทเทเนียม ซึ่งถือเป็นหนึ่งในนาฬิกาปฏิทินร้อยปีที่มีน้ำหนักเบาที่สุดเท่าที่เราเคยสร้างมา เรายังเปิดตัว Ingenieur รุ่น all-ceramic สีเขียวมะกอก ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญของคอลเลกชันในปีนี้
นอกจากนี้ เรายังมีวัสดุใหม่ที่น่าสนใจมากอย่าง Ceralume ที่นำผลิตนาฬิกา Pilot’s Watches เป็นเซรามิกที่สามารถเรืองแสงได้ทั้งตัวเรือน ซึ่งเริ่มต้นมาจากโปรเจกต์ของเหล่าช่างฝึกหัดภายในแบรนด์ เดิมทีพวกเขาเป็นผู้เสนอแนวคิดนี้ขึ้นมา แม้จะยังไม่สามารถพัฒนาไปจนเสร็จสมบูรณ์ในตอนนั้น แต่หลังจากนั้นทีมงานของเรายังใช้เวลาอีกกว่า 3 ปี เพื่อพัฒนากระบวนการผลิตแบบเฉพาะที่ได้รับการจดสิทธิบัตร สำหรับการผสานเซรามิกเข้ากับสารเรืองแสงซูเปอร์ลูมิโนว่า ผลลัพธ์คือวัสดุเซรามิกที่สามารถเรืองแสงต่อเนื่องได้นานกว่า 20 ชั่วโมง หลังได้รับพลังงานจากแสงอาทิตย์หรือแสงไฟ โดยนาฬิการุ่นนี้ผลิตจำนวนจำกัดเพียง 250 เรือน และถือเป็นอีกหนึ่งนวัตกรรมทางเทคนิคที่น่าทึ่งจากแผนก XPL ของแบรนด์

ปีนี้มีการเฉลิมฉลองหลายคอลเลกชัน แบรนด์มีแผนจัดนิทรรศการหรือกิจกรรมพิเศษหรือไม่ ?
เราจะจัดนิทรรศการ Time Traveller Exhibition ในหลายประเทศทั่วโลก เพื่อเฉลิมฉลองทั้ง 90 ปีของ Pilot’s Watches การก้าวเข้าสู่ยุคอวกาศ รวมถึง 20 ปีของ The Little Prince ส่วนในช่วงครึ่งหลังของปี เราจะเน้นไปที่การเฉลิมฉลองครบรอบ 50 ปีของ Ingenieur และมรดกงานออกแบบของ Gérald Genta
ในการพัฒนานาฬิกา IWC สำหรับอนาคต แบรนด์ให้ความสำคัญกับสิ่งใดมากที่สุด ระหว่างนวัตกรรมด้านกลไก วัสดุศาสตร์ หรือการออกแบบ?
ทั้งหมดคือหัวใจของเรา แต่ถ้าจะให้สรุปก็ต้องบอกว่า วิศวกรรมคือแก่นแท้ของ IWC ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนากลไกหรือวัสดุใหม่ ทุกอย่างล้วนเป็นงานวิศวกรรม ขณะเดียวกันเราก็ยังยึดมั่นในภาษาการออกแบบแบบดั้งเดิมของแบรนด์ ซึ่งต้องเรียบง่าย อ่านเวลาได้ชัดเจน ใช้งานง่าย และแข็งแกร่ง ความท้าทายคือการนำ DNA เหล่านี้ไปตีความใหม่ให้เข้ากับขนาดตัวเรือน วัสดุ และสไตล์ที่หลากหลายขึ้น การพัฒนากลไกหนึ่งรุ่นอาจใช้เวลานานถึง 5–10 ปี ดังนั้นเราจึงรู้ทิศทางของแบรนด์ล่วงหน้าไปแล้วหลายปี
ในโลกยุค AI คุณคิดว่าความหมายของนาฬิกากลไกจะเปลี่ยนไปไหม ?
ฉันกลับคิดว่ายิ่งโลกเข้าสู่ยุคดิจิทัลมากขึ้น งานฝีมือและความงดงามที่มนุษย์สร้างขึ้นจะยิ่งมีคุณค่ามากขึ้น ไม่มีเหตุผลเชิงตรรกะสำหรับการซื้อนาฬิกาหรูอยู่แล้ว แต่มันคือเรื่องของอารมณ์ความงาม งานช่างฝีมือ และความเป็นมนุษย์ และฉันเชื่อว่าสิ่งเหล่านี้จะยิ่งสำคัญในอนาคต
2 ก.ค. 2569
2 ก.ค. 2569
2 ก.ค. 2569
11 มิ.ย. 2569