Last updated: 27 ก.ค. 2569 | 121 จำนวนผู้เข้าชม |
ระยะเวลา 1 ปีที่ผ่านมาจนถึงวันนี้ Girard-Perregaux ได้เปิดตัวกลไกที่ได้สร้างสรรค์ขึ้นใหม่อย่างต่อเนื่อง และล่าสุดกับการเปิดตัวสุดยอดนวัตกรรมนาฬิกาที่ถือเป็นครั้งแรกของโลกอย่าง Minute Repeater Flying Bridges นาฬิกาที่ผสานความสลับซับซ้อนของระบบบอกเวลาด้วยเสียงหรือ minute repeater และกลไกทูร์บิญอง ซึ่งกักเก็บพลังงานด้วยระบบขึ้นลานอัตโนมัติจากการหมุนของไมโครโรเตอร์ อีกทั้งยังเผยถึงสถาปัตยกรรมกลไกในรูปแบบสเกเลตัน เป็นผลงานที่สมกับวาระครบรอบ 235 ปีอย่างแท้จริง Marc Michel-Amadry, Managing Director แห่ง Girard-Perregaux เล่าให้ฟังถึงรายละเอียดเชิงลึกของนาฬิกาเรือนนี้รวมถึงผลงานใหม่จากตระกูล Laureato รุ่นล่าสุด
อะไรคือแนวคิดสำคัญเบื้องหลังการสร้าง Minute Repeater Flying Bridges ในวาระครบรอบ 235 ปี?
หลายคนถามผมว่าเราใช้เวลากี่ปีในการสร้างนาฬิการุ่นนี้ และมักคาดหวังคำตอบประมาณ 4 หรือ 5 ปี แต่ผมมักตอบว่า “จริงๆ แล้วเราใช้เวลา 235 ปี” เพราะทุกสิ่งที่ Girard-Perregaux ทำต้องเชื่อมโยงกับมรดกของแบรนด์เสมอ เราสร้างนาฬิกา Minute Repeater มาตั้งแต่ปี 1820 และถ้าย้อนกลับไปถึงปี 1791 Jean-François Bautte ผู้ก่อตั้งแบรนด์คือคนแรกๆ ที่รวบรวมช่างฝีมือทุกแขนงไว้ภายใต้หลังคาเดียว ทั้งช่างเคลือบ ช่างทอง ช่างนาฬิกา เพื่อสร้างงานที่สมบูรณ์แบบที่สุด Minute Repeater Flying Bridges จึงไม่ใช่โปรเจกต์ที่เริ่มต้นเมื่อไม่กี่ปีก่อนแต่มันคือวิวัฒนาการตามธรรมชาติของสิ่งที่เราสั่งสมมาตลอดกว่า 2 ศตวรรษ
แล้วอะไรคือความพิเศษที่สุดของนาฬิการุ่นนี้?
นี่คือนาฬิกา Minute Repeater แบบ Skeleton เต็มรูปแบบรุ่นแรกของ Girard-Perregaux ทุกองค์ประกอบถูกเปิดเผยทั้งหมด คุณมองเห็นกลไก เห็นฆ้อง เห็นค้อนตีเสียง เห็นสถาปัตยกรรมของเครื่องอย่างชัดเจน และเมื่อคุณเลือกจะเปิดเผยให้เห็นทุกอย่างทุกชิ้นส่วนก็ต้องสมบูรณ์แบบที่สุดเช่นกัน กลไกนี้มีชิ้นส่วนทั้งหมด 475 ชิ้น พร้อมมุมขัดเงาด้วยมือกว่า 1,340 จุด และในจำนวนนั้นมีเหลี่ยมมุมด้านในถึง 295 จุด ซึ่งต้องใช้เวลาประกอบและตกแต่งรวมกว่า 440 ชั่วโมง สิ่งที่น่าสนใจอีกอย่างก็คือ นี่คือนาฬิกา Minute Repeater รุ่นแรกของแบรนด์ที่ใช้ระบบอัตโนมัติ พร้อมไมโครโรเตอร์ที่สามารถมองเห็นได้จากด้านหลังของตัวเครื่อง

การผลิตนาฬิการะบบ Minute Repeater ในแบบ Skeleton จะส่งผลต่อคุณภาพเสียงหรือไม่?
แน่นอนว่าความท้าทายสำคัญคือการจัดวางทุกอย่างให้ทำงานร่วมกันโดยไม่รบกวนคุณภาพเสียง เราจึงวางฆ้องและค้อนตีเสียงไว้ด้านหน้า ส่วนระบบที่อาจสร้างแรงสั่นสะเทือนหรือเสียงรบกวน เช่น Governor หรือไมโครโรเตอร์จะย้ายไปไว้ด้านหลังทั้งหมด ในส่วนของไมโครโรเตอร์เองก็ไม่ได้ติดตั้งบนระบบ Ball Bearing แต่ติดตั้งบนทับทิม เพื่อหลีกเลี่ยงเสียงรบกวนเพิ่มเติม ทุกอย่างได้รับการออกแบบเพื่อให้เสียงของ Minute Repeater มีความบริสุทธิ์ที่สุด และถ้าคุณพลิกดูด้านหลัง คุณจะเห็นความสมดุลของสถาปัตยกรรมอย่างชัดเจน เราออกแบบให้มีแกนกลางเหมือน “กระดูกสันหลัง” ของมนุษย์ พร้อมตลับลานและไมโครโรเตอร์ที่มีขนาดสมมาตรกัน เพื่อสร้างความรู้สึกมั่นคงและสมดุลทางสายตา
ระบบเลื่อนด้านข้างเพื่อขึ้นลานสำหรับ Minute Repeater ดูน่าสนใจมากมีแนวคิดอย่างไร?
เราเชื่อว่าคุณไม่ควรใช้แหล่งพลังงานเดียวกันสำหรับทั้งการบอกเวลาและระบบ Minute Repeater เพราะถ้าคุณเล่นระบบ
ตีระฆังบ่อยครั้ง พลังงานของนาฬิกาจะไม่เสถียร ดังนั้นเราจึงแยกพลังงานออกจากกันอย่างชัดเจน โดยตลับลานหนึ่งชิ้นจะทำหน้าที่ให้พลังงานของการบอกเวลา ส่วนตลับลานอีกหนึ่งชิ้นทำหน้าที่เฉพาะสำหรับระบบ Minute Repeater เมื่อคุณเลื่อนปุ่มเลื่อนที่ด้านข้าง ก็จะเป็นการชาร์จพลังงานให้ระบบตีระฆังโดยเฉพาะ ซึ่งทำให้มั่นใจได้ว่า ทุกครั้งที่มีการเปิดใช้งานระบบ Minute Repeater จะมีพลังงานเต็มเสมอ

อีกเรื่องที่น่าสนใจคือ นี่เป็น Minute Repeater ที่กันน้ำได้ด้วย?
ใช่ครับ และนี่คือครั้งแรกของแบรนด์เช่นกัน หลายคนอาจคิดว่า Minute Repeater กับ Water Resistance เป็นเรื่องที่ไปด้วยกันไม่ได้ เพราะตัว Slide Lever จำเป็นต้องมีช่องเปิดที่ตัวเรือน ซึ่งเสี่ยงต่อความชื้นและฝุ่น เราเลยพัฒนาชิ้นส่วน Lever ที่ประกอบด้วย 8 ชิ้น เพื่อปิดผนึกทุกอย่างอย่างสมบูรณ์แบบ ไม่มีแม้แต่ช่องว่างระดับไมโครสโคปิกให้ความชื้นเข้าไปได้ โปรเจกต์นี้จึงไม่ใช่แค่ผลงานของช่างนาฬิกา แต่เป็นการทำงานร่วมกันระหว่างทีมวิศวกรกลไกและทีมออกแบบตัวเรือนทั้งหมด
ปีนี้ Girard-Perregaux ยังเปิดตัว Laureato รุ่นใหม่ด้วย อะไรคือจุดเด่นที่นักสะสมควรจับตามอง?
ปีนี้ถือเป็นการฉลองครบรอบ 50 ปีของ Laureato และเราเปิดตัวรุ่นใหม่ทั้งขนาด 39 มม. และ 36 มม. พร้อมกลไกใหม่ Calibre GP01800-0006 สิ่งสำคัญคือเราไม่ได้แค่ลดขนาด แต่เราออกแบบสัดส่วนใหม่ทั้งหมด รวมถึงเพิ่มเทคโนโลยีด้านการป้องกันแรงสั่นสะเทือน การต้านทานแรงดึงดูดจากสนามแม่เหล็กและด้านการสำรองพลังงาน อีกไฮไลต์คือหน้าปัดเคลือบอินาเมลลวดลาย Clous de Paris ซึ่งผลิตภายในโรงงานของเราเอง ถือเป็นครั้งแรกที่เราใช้เท็กซ์เจอร์ Clous de Paris ร่วมกับงานเคลือบอินาเมลแบบนี้
27 ก.ค. 2569
27 ก.ค. 2569
27 ก.ค. 2569
27 ก.ค. 2569