PATEK PHILIPPE Burano pocket watch and Sicilian Oranges Dome table clock

Last updated: 6 ก.ค. 2569  |  40 จำนวนผู้เข้าชม  | 

PATEK PHILIPPE Burano pocket watch and Sicilian Oranges Dome table clock

สำหรับการจัดงาน Grand Exhibition ครั้งที่ 7 ซึ่งจัดขึ้นในเมืองต่าง ๆ ทั่วโลก Patek Philippe ได้เลือกประเทศอิตาลีเป็นสถานที่จัดงาน เนื่องจากเป็นหนึ่งในตลาดประวัติศาสตร์ที่สำคัญที่สุดของแบรนด์ ระหว่างวันที่ 2–18 ตุลาคม 2026 ซึ่งเหลือเวลาอีกเพียง 3 เดือน ประชาชนทั่วไปและผู้หลงใหลในนาฬิกาจะมีโอกาสดื่มด่ำไปกับโลกของผู้ผลิตนาฬิกาจากนครเจนีวาที่ดำเนินกิจการโดยครอบครัวอย่างอิสระรายสุดท้าย ผู้เข้าชมจะได้สัมผัสพื้นที่จัดแสดงขนาดเกือบ 2,900 ตารางเมตร ซึ่งได้รับการออกแบบให้พาพวกเขาเข้าไปเบื้องหลังของ Patek Philippe อย่างใกล้ชิด นับเป็นนิทรรศการที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่ Patek Philippe เคยจัดขึ้น โดยภายในงานจะมีการเปิดตัวนาฬิการุ่นลิมิเต็ดเอดิชันหลายรุ่น พร้อมจัดแสดงนาฬิกาพิเศษหาชมได้ยากที่เปี่ยมด้วยความโดดเด่นเป็นเลิศ

ในฐานะผู้สืบทอดธรรมเนียมอันทรงเกียรติแห่งการประดิษฐ์นาฬิกาของนครเจนีวา Patek Philippe ให้ความสำคัญกับการถ่ายทอดความหลงใหลในศาสตร์แห่งการประดิษฐ์นาฬิกาชั้นสูงมาโดยตลอด โดยเฉพาะผ่านการจัดนิทรรศการ โดยเมื่อ 14 ปีก่อน Patek Philippe ได้ริเริ่มแนวคิด Grand Exhibition ซึ่งเปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้าชมโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้เข้าชมได้ทำความรู้จักกับผลงานการสร้างสรรค์ มรดกทางประวัติศาสตร์ ปรัชญาของแบรนด์ และองค์ความรู้ด้านการประดิษฐ์นาฬิกาที่ครอบคลุมในทุกมิติได้อย่างใกล้ชิด

ตลอดการจัดงานทั้ง 6 ครั้งที่ผ่านมา Grand Exhibition ได้เติบโตขึ้นทั้งในด้านขนาดและขอบเขตของการจัดแสดง พร้อมต้อนรับผู้เข้าชมรวมกว่า 165,000 คน โดยหลังจากจัดขึ้นที่นครดูไบในปี 2012 เมืองมิวนิกในปี 2013 กรุงลอนดอนในปี 2015 นครนิวยอร์กในปี 2017 ประเทศสิงคโปร์ในปี 2019 และกรุงโตเกียวในปี 2023 Patek Philippe ได้เลือกเมืองมิลานเป็นสถานที่จัดงาน Grand Exhibition ครั้งที่ 7 ในเชิงประวัติศาสตร์ อิตาลีนับเป็นหนึ่งในตลาดสำคัญของ Patek Philippe และเป็นตลาดของนักสะสมผู้เปี่ยมด้วยความรู้ความเข้าใจ ซึ่งให้คุณค่ากับงานหัตถศิลป์อันหาชมได้ยาก พร้อมทั้งสามารถชื่นชมความเป็นเลิศด้านเทคนิคและความประณีตพิถีพิถันที่หลอมรวมอยู่ในนาฬิกาแต่ละเรือนได้อย่างลึกซึ้ง

ฉากการจัดแสดงอันน่าตื่นตา
งาน Patek Philippe WATCH ART Grand Exhibition Milan 2026 จะเปิดให้เข้าชมระหว่างวันศุกร์ที่ 2 ตุลาคม ถึงวันอาทิตย์ที่ 18 ตุลาคม 2026 โดยยังคงธรรมเนียมเช่นเดียวกับการจัดงานครั้งก่อนๆ ด้วยการเลือกใช้สถานที่อันเป็นสัญลักษณ์ของเมืองเจ้าภาพ

สำหรับการจัดงานในอิตาลีครั้งนี้ จะมีขึ้นที่ CityOval ซึ่งเป็นชื่อใหม่ของ Palazzo delle Scintille CityOval ตั้งอยู่ใจกลางย่าน CityLife CityLife เขตธุรกิจและที่พักอาศัยระดับพรีเมียมแห่งใหม่ของนครมิลาน อาคารประวัติศาสตร์แห่งนี้ถือเป็นสัญลักษณ์สำคัญที่ยังคงหลงเหลืออยู่ของพื้นที่ดังกล่าว และเพิ่งได้รับการบูรณะครั้งใหญ่ภายใต้โครงการฟื้นฟูและพัฒนาเมือง ภายใต้โดมสูงถึง 30 เมตร พื้นที่จัดแสดงของ Patek Philippe จะครอบคลุมพื้นที่เกือบ 2,900 ตารางเมตร จากพื้นที่ทั้งหมด 4,000 ตารางเมตร โดยตั้งอยู่ ณ ใจกลางอาคาร พร้อมนำเสนอฉากการจัดแสดงที่ยิ่งใหญ่และอลังการที่สุดเท่าที่เคยสร้างสรรค์มาสำหรับงาน Grand Exhibition

นิทรรศการแบ่งออกเป็น 15 โซน ตามธีมที่แตกต่างกัน แต่ละโซนได้รับการออกแบบให้พาผู้เข้าชมดำดิ่งสู่โลกของ Patek Philippe อย่างเต็มอิ่ม พร้อมมอบประสบการณ์ใหม่ ๆ ตลอดเส้นทางการเยี่ยมชม รวมถึงโอกาสพิเศษในการสัมผัสบรรยากาศของสถานที่สำคัญในนครเจนีวาที่เป็นหัวใจของแบรนด์ ไม่ว่าจะเป็นสำนักงานใหญ่ประวัติศาสตร์บน Rue du Rhône Rue du Rhône โรงงานผลิตที่ Plan-les-Ouates Plan-les-Ouates และ Patek Philippe Museum ซึ่งล้วนได้รับการถ่ายทอดมาไว้ภายในงานแห่งนี้

คอลเลกชันปัจจุบันครบทุกไลน์
ภายในงาน Patek Philippe WATCH ART Grand Exhibition Milan 2026 Patek Philippe จะรวบรวมนาฬิกาและผลงานกว่า 500 ชิ้น ที่สะท้อนความเชี่ยวชาญอันหลากหลายของแบรนด์ ผู้เข้าชมจะได้สัมผัสคอลเลกชันปัจจุบันของ Patek Philippe อย่างครบถ้วน ครอบคลุมทุกตระกูลนาฬิกาสำหรับสุภาพบุรุษและสุภาพสตรี ตั้งแต่รุ่นไอคอนด้านดีไซน์ไปจนถึงนาฬิกาที่เปี่ยมด้วยความซับซ้อนทางกลไกระดับสูงสุด

คัดสรรจาก Rare Handcrafts Collection
อีกหนึ่งไฮไลต์ของงานคือการจัดแสดงผลงานจาก Rare Handcrafts Collection ซึ่งประกอบด้วยนาฬิกาพิเศษจำนวน 27 ชิ้น ทั้งนาฬิกาตั้งโต๊ะทรงโดม นาฬิกาพก และนาฬิกาข้อมือ ที่รังสรรค์ด้วยเทคนิคงานศิลป์ชั้นสูง ไม่ว่าจะเป็นการวาดภาพเคลือบอีนาเมลแบบภาพย่อส่วน (Miniature Painting on Enamel) อีนาเมลแบบโคลซอเน่ (Cloisonné Enamel) การแกะสลักด้วยมือ งานไมโครมาร์เกตรีไม้ การแกะลายกิโยเชด้วยมือ และการประดับอัญมณี พร้อมการสาธิตจากช่างฝีมือให้ผู้เข้าชมได้สัมผัสกระบวนการสร้างสรรค์อย่างใกล้ชิด ในบรรดาผลงานทั้งหมด มีนาฬิกายูนีค 2 ชิ้นที่โดดเด่นเป็นพิเศษ ได้แก่

“Burano” Ref. 992/193J-001
นาฬิกาพก Ref. 992/193J-001 "Burano" ผลิตขึ้นเพียงเรือนเดียว ตัวเรือนเยลโลว์โกลด์ ถ่ายทอดความงดงามของเกาะ Burano Burano ในเมืองเวนิส ซึ่งมีชื่อเสียงจากคลองที่เรียงรายด้วยบ้านหลากสีสัน ตัวเรือนประดับด้วยเทคนิคอีนาเมลหลายแขนง ได้แก่ Cloisonné Enamel, Flinqué Enamel และ Paillonné Enamel ผสานกับการแกะสลักด้วยมือ ฝาหลังตกแต่งด้วยลวดลายคลื่นที่สร้างขึ้นด้วยการแกะลายกิโยเช ก่อนเคลือบด้วยอีนาเมลโคลซอเน่กว่า 70 เฉดสี ขณะที่ประกายสะท้อนของผืนน้ำถ่ายทอดผ่านเทคนิค Paillonné ซึ่งฝังแผ่นทองและแผ่นเงินไว้ใต้ชั้นอีนาเมล เพื่อสร้างมิติของแสงที่เปล่งประกาย ขอบฝาหลัง ขอบตัวเรือน และห่วงคล้องได้รับการแกะสลักลวดลายที่ได้รับแรงบันดาลใจจากลายลูกไม้โบราณ ซึ่งเป็นศิลปะพื้นเมืองอันเลื่องชื่อของเกาะ Burano ส่วนหน้าปัดตกแต่งด้วยลายคลื่นจากงานกิโยเชที่เผยประกายผ่านชั้นอีนาเมลโปร่งแสงสีน้ำเงินแบบ Flinqué


นาฬิกาพกเรือนนี้มาพร้อมแท่นตั้งเยลโลว์โกลด์ ประกอบด้วยซุ้มโค้งตกแต่งด้วยปมเชือกแบบ Capstan Knot และห่วง 8 วง ประดับ สปิเนล 108 เม็ด (รวม 1.15 กะรัต) และ แซปไฟร์ 102 เม็ด (รวม 1.18 กะรัต) ซุ้มดังกล่าวตั้งอยู่บนฐานรูปวงรีที่ทำจาก บลูควอตซ์ หุ้มด้วยงานแกะสลักบนผลึกหิน (Glyptic Work in Rock Crystal) พร้อมประดับแซปไฟร์สีน้ำเงินทรงคาโบชองหนัก 0.40 กะรัต นอกจากนี้ยังมาพร้อมสายโซ่เยลโลว์โกลด์ที่ห้อยเหรียญประดับ แซปไฟร์ 18 เม็ด (0.31 กะรัต) และ สปิเนล 18 เม็ด (0.30 กะรัต)

“Sicilian Oranges” Ref. 20179M-001
นาฬิกาตั้งโต๊ะทรงโดม Ref. 20179M-001 "Sicilian Oranges" เป็นผลงานยูนีคที่สร้างสรรค์ด้วยเทคนิค Grand Feu Cloisonné Enamel ถ่ายทอดทัศนียภาพที่มีมิติราวภาพสามมิติ ผ่านการจัดองค์ประกอบเป็นสองระนาบ ได้แก่ แนวต้นส้มในฉากหน้า และภาพเมือง Palermo Palermo ในฉากหลัง ซึ่งวาดด้วยเทคนิคภาพย่อส่วนบนอีนาเมล

เพื่อสร้างเส้นขอบของต้นส้มและผลส้ม ช่างอีนาเมลใช้ลวดทองคำยาวรวมกว่า 15 เมตร (น้ำหนักประมาณ 26.8 กรัม) ส่วนการถ่ายทอดเฉดสีอันหลากหลายของต้นส้มอาศัยอีนาเมลทั้งแบบโปร่งแสง กึ่งโปร่งแสง และทึบแสง รวม 49 สี ขณะที่ภาพเมือง Palermo ใช้การวาดภาพย่อส่วนด้วยสีพาสเทล 4–5 เฉด เพื่อสร้างความนุ่มนวลให้กับฉากหลัง ความแตกต่างของสองเทคนิคนี้ช่วยสร้างความรู้สึกของระยะใกล้–ไกล โดยช่างอีนาเมลใช้เทคนิคการไล่เฉดและการเบลอภาพอย่างประณีต ซึ่งถือเป็นตัวอย่างของทักษะระดับสูง แต่ละแผ่นอีนาเมลต้องผ่านการเผาไฟ 9–11 ครั้ง ที่อุณหภูมิระหว่าง 900–910 องศาเซลเซียส วงแหวนบอกเวลาบริเวณหน้าปัดได้รับแรงบันดาลใจจากนาฬิกาบนโบสถ์แห่งหนึ่งในแคว้นซิซิลี ตกแต่งด้วยตัวเลขโรมันแบบติดตั้งบนหน้าปัดที่พิมพ์สีน้ำเงิน พร้อมเข็มทรงใบไม้เคลือบแลกเกอร์สีน้ำเงินแบบโปร่ง และมีลวดลายโลหะตรงกลางที่ฉลุเป็นรูปดวงอาทิตย์ ภายในขับเคลื่อนด้วยกลไกจักรกล Caliber 17''' PEND TABLE ซึ่งได้รับพลังงานจากการขึ้นลานด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า


สมบัติล้ำค่าจาก Patek Philippe Museum
เช่นเดียวกับการจัดงาน Grand Exhibition ในทุกครั้งที่ผ่านมา ภายในงานครั้งนี้ยังนำเสนอผลงานคัดสรรจาก Patek Philippe Museum มากกว่า 90 ชิ้น ซึ่งได้รับอนุญาตเป็นกรณีพิเศษให้นำออกจากพิพิธภัณฑ์ในนครเจนีวาเพื่อจัดแสดง ณ เมืองมิลาน ผลงานจาก Antique Collection ซึ่งครอบคลุมช่วงศตวรรษที่ 16 จนถึงต้นศตวรรษที่ 19 ประกอบด้วยนาฬิกายุคแรกเริ่มของโลกและผลงานชิ้นเอกทั้งด้านเทคนิคและความงามที่สะท้อนวิวัฒนาการของศาสตร์แห่งการประดิษฐ์นาฬิกาตลอดหลายศตวรรษ ขณะที่ Patek Philippe Collection จะถ่ายทอดมรดกอันทรงคุณค่าของแบรนด์ผ่านนาฬิกาประวัติศาสตร์ที่มีความสำคัญต่อการเดินทางของผู้ผลิตจากนครเจนีวาแห่งนี้ สำหรับงานที่มิลานโดยเฉพาะ Patek Philippe ได้คัดเลือกนาฬิกาพิเศษหลายเรือนมาจัดแสดง ซึ่งมีไฮไลต์ดังต่อไปนี้

นาฬิกาพกของกษัตริย์อุมแบร์โตที่ 1 แห่งราชวงศ์ซาวอย (King Umberto I of Savoy)
นาฬิกาพกหมายเลข P-1235 สร้างขึ้นในปี 1897 สำหรับ Umberto I of Italy เป็นนาฬิกาพกแบบหน้าปัดเปิด (Open-faced) ตัวเรือนเยลโลว์โกลด์ ใช้ระบบขึ้นลานและตั้งเวลาด้วยเม็ดมะยมร่วมกับปุ่มกด หน้าปัดอีนาเมลสีขาวแสดงเวลาแบบสองระบบ โดยใช้เลขโรมันสีดำสำหรับชั่วโมงในเวลากลางวัน และเลขอารบิกสีแดงสำหรับชั่วโมงในเวลากลางคืน พร้อมหน้าปัดวินาทีขนาดเล็กที่ตำแหน่ง 6 นาฬิกา ฝาหลังตกแต่งด้วยตราอาร์มของกษัตริย์อุมแบร์โตที่ 1 ด้วยงานอีนาเมล และประดับเพชรเจียระไนทรงโรสคัต (Rose-cut Diamonds)

นาฬิกาพกสำหรับตลาดอิตาลี ราวปี 1830
นาฬิกาพกหมายเลข S-563 ผลิตขึ้นราวปี 1830 สำหรับตลาดอิตาลี ใช้ระบบขึ้นลานด้วยกุญแจ (Key-winding) ติดตั้งชุดจักรกลแบบ Cylinder Escapement พร้อมกระบอกทับทิม (Ruby Cylinder) หน้าปัดทำจากเงินแกะลายกิโยเช (Engine-turned Silver) แสดงชั่วโมงด้วยเลขโรมัน 12 ตำแหน่ง และมาตรานาทีครบ 60 นาที ตัวเรือนผลิตจากทองคำ แกะสลักลวดลายและตกแต่งด้วยอีนาเมลแบบ Champlevé ขณะที่ฝาหลังประดับอีนาเมลเทคนิคเดียวกัน ถ่ายทอดภาพแผนที่ของอิตาลีตอนเหนืออย่างวิจิตร

World Time Ref. 1415 HU
นาฬิกาข้อมือ World Time Ref. 1415 HU หมายเลข P-1026 ผลิตขึ้นในปี 1948 ตัวเรือนพิงก์โกลด์สำหรับสุภาพบุรุษ ถือเป็นหนึ่งในนาฬิกาแสดงเวลาหลายเขตเวลาที่ทรงคุณค่าที่สุดของ Patek Philippe ขอบตัวเรือนแบบหมุนได้แสดงชื่อเมือง 41 แห่ง ซึ่งครอบคลุม 24 เขตเวลาของโลก หน้าปัดอีนาเมลแบบ Cloisonné ประดับตัวเลขโรมันทองคำ และถ่ายทอดภาพแผนที่ของซีกโลกตะวันออก ส่วนจานแสดงเวลา 24 ชั่วโมงแบบหมุนรอบหน้าปัด ใช้เลขอารบิกเพื่อบอกช่วงเวลากลางวันและกลางคืน ช่วยให้ผู้สวมใส่อ่านเวลาทั่วโลกได้อย่างสะดวกและสง่างาม

การรวมตัวของสุดยอดผลงานชิ้นเอก
นอกเหนือจากคอลเลกชันที่จัดแสดงแล้ว งาน Patek Philippe WATCH ART Grand Exhibition Milan 2026 Patek Philippe ยังรวบรวมผลงานระดับตำนานที่ทรงคุณค่าที่สุดในประวัติศาสตร์ของแบรนด์มาไว้ในที่เดียว มอบประสบการณ์อันน่าประทับใจให้แก่ผู้เข้าชม ไฮไลต์สำคัญประกอบด้วย Patek Philippe Calibre 89 นาฬิกาพกที่ซับซ้อนที่สุดในโลก ณ เวลาที่เปิดตัว ซึ่งอัดแน่นด้วยกลไกซับซ้อนถึง 33 รายการ สร้างขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 150 ปีของ Patek Philippe, Patek Philippe Grandmaster Chime Ref. 5175 นาฬิกาข้อมือที่มีความซับซ้อนที่สุดของแบรนด์ ประกอบด้วยกลไกซับซ้อน 20 รายการ ผลิตขึ้นในโอกาสครบรอบ 175 ปี และ Patek Philippe Star Caliber 2000 ซึ่งทั้งหมดจะได้รับการจัดแสดงภายในพื้นที่พิเศษ "Super Complications" ที่จัดขึ้นโดยเฉพาะ

อีกหนึ่งพื้นที่สำคัญคือห้อง "Master of Sound" ซึ่งอุทิศให้กับนาฬิกาบอกเวลาด้วยเสียง (Chiming Watches) อันเป็นหนึ่งในความเชี่ยวชาญโดดเด่นของ Patek Philippe ผู้เข้าชมยังจะได้พบกับช่างนาฬิการะดับมาสเตอร์ของแบรนด์ ซึ่งจะสาธิตการทำงานและการประกอบกลไกหลากหลายประเภทให้ชมอย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ ยังมีห้องจัดแสดงที่รวบรวมกลไกทั้งหมดซึ่งได้รับการออกแบบและพัฒนาขึ้นภายใน Patek Philippe โดยเฉพาะ พร้อมพื้นที่ขยายที่อธิบายขั้นตอนการผลิตชิ้นส่วนต่าง ๆ อย่างละเอียด รวมถึงโซนที่นำเสนอผลงานด้านการวิจัยและพัฒนา ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของแบรนด์ในการผลักดันขีดจำกัดของศาสตร์แห่งการประดิษฐ์นาฬิกาอย่างต่อเนื่อง

นาฬิการุ่นผลิตจำกัดสำหรับงานโดยเฉพาะ
เช่นเดียวกับการจัด Grand Exhibition ในครั้งก่อน ๆ งาน WATCH ART Grand Exhibition Milan 2026 จะมาพร้อมการเปิดตัวนาฬิการุ่น ลิมิเต็ดเอดิชัน หลายรุ่น ครอบคลุมทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์ในคอลเลกชันของ Patek Philippe เพื่อเฉลิมฉลองการจัดงานครั้งสำคัญนี้โดยเฉพาะ

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้