VAN CLEEF & ARPELS Fascinating Egypt

Last updated: 18 ก.ค. 2569  |  34 จำนวนผู้เข้าชม  | 

VAN CLEEF & ARPELS Fascinating Egypt

เข็มกลัดคือหนึ่งในผลงานเครื่องประดับที่เปิดโอกาสให้ Van Cleef & Arpels ถ่ายทอดเรื่องราวผ่านศิลปะแห่งการออกแบบได้อย่างวิจิตรที่สุด และในคอลเลกชันเครื่องประดับชั้นสูง Fascinating Egypt เมซงได้นำแรงบันดาลใจจากอารยธรรมอียิปต์โบราณมาตีความผ่านเข็มกลัดหลากหลายชิ้นที่เปี่ยมด้วยรายละเอียด ทั้งสัญลักษณ์ รูปทรง และองค์ประกอบทางศิลปะอันทรงความหมาย แต่ละชิ้นสะท้อนความเชี่ยวชาญด้านงานอัญมณีศาสตร์ พร้อมแปรเปลี่ยนแรงบันดาลใจจากอารยธรรมอันเก่าแก่ให้กลายเป็นผลงานร่วมสมัยที่เปี่ยมด้วยชีวิตชีวา

แรงบันดาลใจของคอลเลกชันนี้สืบเนื่องมาจากกระแส “อียิปต์นิยม” (Egyptomania) ซึ่งแพร่หลายไปทั่วโลกในช่วงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 20 โดยมีเหตุการณ์สำคัญ ได้แก่ การแสดงบัลเลต์เรื่อง Cléopâtre ของคณะ Ballets Russes ภายใต้การกำกับของเซียร์เกย์ ดิอากิเลฟ ณ โรงละคร Théâtre du Châtelet กรุงปารีส ในปี ค.ศ. 1909 และการค้นพบสุสานของฟาโรห์ตุตันคามุนในปี ค.ศ. 1922 ทั้งสองเหตุการณ์ได้จุดประกายความหลงใหลในศิลปะและวัฒนธรรมอียิปต์โบราณ จนกลายเป็นแรงบันดาลใจสำคัญให้ Van Cleef & Arpels สร้างสรรค์ผลงานจำนวนมากในช่วงทศวรรษ 1920 ซึ่งปัจจุบันหลายชิ้นได้รับการเก็บรักษาไว้ใน Patrimonial Collection ของเมซง


เข็มกลัดเปรียบเสมือนผืนผ้าใบขนาดย่อมที่เปิดโอกาสให้เมซงถ่ายทอดเรื่องราวและรายละเอียดเชิงประติมากรรมได้อย่างเต็มที่ ผ่านการตีความสัญลักษณ์สำคัญของอารยธรรมอียิปต์ ไม่ว่าจะเป็นฟาโรห์ สัตว์ศักดิ์สิทธิ์ หรือพรรณพฤกษา โดยนำเสนอผ่านเส้นสายเรขาคณิตอันสง่างามในสไตล์อาร์ตเดโค (Art Deco) พร้อมการจัดวางเพชรและอัญมณีหลากสี อาทิ มรกต ไพลิน ทับทิม และนิล ซึ่งไม่เพียงสร้างมิติแห่งความงดงาม หากยังสะท้อนความหมายตามคติความเชื่อของชาวอียิปต์โบราณ ไม่ว่าจะเป็นสีฟ้าที่แทนท้องนภา สีเขียวแห่งความอุดมสมบูรณ์ สีเหลืองของสุริยเทพ สีแดงที่สื่อถึงพลัง และสีดำซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของผืนแผ่นดินอันอุดมสมบูรณ์


Fleur de lotus Mystérieuse
เข็มกลัด “ปทุมมาลย์ซ่อนหนามเตย”

Fleur de lotus Mystérieuse
เข็มกลัดปทุมมาลย์ซ่อนหนามเตย ตัวเรือนทองคำสีกุหลาบประกอบทองคำสีเหลืองฝังทับทิมซ่อนหนามเตยด้วยเทคนิคตามธรรมเนียมดั้งเดิม ตกแต่งรายละเอียดด้วยทับทิมกับเพชร

เข็มกลัด “ปทุมมาลย์ซ่อนหนามเตย” หรือ Fleur de lotus Mystérieuse (เฟลอร เดอ โลตัส มิสเตริเยอซ์) เป็นผลงานการออกแบบยกย่องความสำคัญของดอกบัว ราชินีแห่งพรรณพฤกษาของอียิปต์ สัญลักษณ์สื่อถึงการกำเนิดใหม่ดังปรากฏในอักษรภาพไอยคุปต์ อีกทั้งยังเป็นตัวแทนความผูกพันอันมีต่ออารยธรรมเก่าแก่ตามบันทึกระบุโมทิฟแม่ลายดอกบัวซึ่งเมซงออกแบบ สร้างสรรค์ขึ้นระหว่างทศวรรษ 1910 และเป็นที่นิยมแพร่หลายอย่างยิ่งในทศวรรษต่อมาหลังการขุดค้นพบสุสานตุตันคามุนเมื่อปีค.ศ.1922

เครื่องประดับ และศิลปวัตถุตกแต่งในทศวรรษดังกล่าวนั้น ถือเป็นหลักฐานล้ำค่าทางประวัติศาสตร์ แสดงถึงความสนใจที่ Van Cleef & Arpels มีต่ออารยธรรมโบราณต่างยุคสมัย และต่างดินแดน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง อาณาจักรภายใต้การปกครองของฟาโรห์ เช่นเดียวกับเข็มกลัดซึ่งอาศัยงานออกแบบบัวบานสามดอกประกอบขึ้นจากโมทิฟต่างแม่ลายรองรับงานฝังอัญมณีสองเฉดสีชิ้นนี้ 

ท่ามกลางประกายสุกสว่างกระจ่างใสของพราวเพชรเจียระไนทรงกลมกับสี่เหลี่ยมผืนผ้าบาแก็ตต์คือโมทิฟฝังทับทิมเจียระไนทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัสกับสี่เหลี่ยมผืนผ้าบาแก็ตต์ด้วยเทคนิคซ่อนหนามเตยตามธรรมเนียมดั้งเดิม (Traditional Mystery Set) ซึ่ง Van Cleef & Arpels ได้ทำการจดสิทธิบัตรคุ้มครองเมื่อปีค.ศ.1933 มอบผลลัพธ์ราวแพรกำมะหยี่คลี่คลุมเนื้อทองจนหมดจด กระนั้น ประกายวาววามของโลหะเลอค่าก็เจิดจรัสโดดเด่นอยู่บนองค์ประกอบหลายส่วนบนโครงสร้างตัวเรือนเข็มกลัด ด้วยความเป็นเลิศทางงานฝีมือขัดผิวเนื้อทองคำสีกุหลาบจนขึ้นเงาราวกระจกจากก้านดอกขึ้นมาจนถึงฐานกระเปาะวงกลีบ สะท้อนรสนิยมชมชอบของเมซงอันมีต่อลูกเล่นตกแต่งรายละเอียดทางเนื้อสัมผัส ขณะเดียวกัน ความขัดแย้งระหว่างเส้นโค้งกับเส้นตรง และมุมเหลี่ยมกับมุมมนบนโมทิฟต่างรูปทรงเรขาคณิต ยังบ่งบอกซึ่งอีกหนึ่งแรงบันดาลใจสำคัญในการสรรค์สร้างผลงานชิ้นนี้ นั่นก็คือพรมแขวนผนังทอขึ้นลายในตัวยุคอลังการศิลป์ ฝีมือของเอมิลล์-อัลลัน เซกีย์ จิตรกร และนักออกแบบตกแต่งภายในชื่อดังของฝรั่งเศสช่วงต้นศตวรรษที่ 20

ความหลากหลายทางรูปทรงเจียระไนของรัตนชาติกับความละเมียดละไมในการจัดตำแหน่งโค้งก้านเกี่ยวกระหวัด ถ่ายทอดความอ่อนช้อย งดงามตามธรรมชาติ หนึ่งในแนวทางการออกแบบที่ Van Cleef & Arpels รักยิ่งได้อย่างแยบยล


Muse éternelle
เข็มกลัดราชินีอมตะ

Muse éternelle
เข็มกลัดราชินีอมตะ ตัวเรือนทองคำสีขาวประกอบทองคำสีเหลืองและเพชร ด้วยตัวเรือนทองคำสีขาวฝังเพชรท่ามกลางรายละเอียดทองคำสีเหลืองถ่ายทอดทุกความวิจิตรบรรจงของฉลองพระองค์คลีโอพัตราแห่งอียิปต์ ผู้ยังเป็นที่เล่าขานถึงความงดงามเปี่ยมเสน่ห์พลิกแผ่นดินมาจนจวบปัจจุบัน เข็มกลัด “ราชินีอมตะ” หรือ Muse éternelle (มูเซแตรแน็ลล์) สะท้อนถึงธรรมเนียมนิยมที่เมซงมีต่อการสรรค์สร้างเครื่องประดับรูปลักษณ์มาตั้งแต่ช่วงต้นทศวรรษ 1940 จากการใช้เพชรเดี่ยวเหลี่ยมกุหลาบต่างวงหน้าท่ามกลางกรอบผมประดับปลายด้วยลูกปัดทองคำสีเหลืองสู่ความสะโอดสะองของเรือนกายในท่ายืนสงบนิ่ง กางข้อพับศอกทั้งสองออกอย่างงามสง่า ขณะที่มือขวาคือ “อังคห์” หรือห่วงกุญแจไม้กางเขน สัญลักษณ์แห่งชีวิตอมตะ ในกุมมือซ้ายคือคทากกุธภัณฑ์แนวตั้งขนานกับแถบริบบิ้นทองคำสีเหลืองประดับงานฝังหุ้มเพชรกลมลดหลั่นตามลำดับเป็นชายอาภรณ์ตัดเฉดกับงานฝังเพชรจิกไข่ปลาพรมหิมะตลอดความยาวผ้านุ่งจีบหน้านางสู่รองเท้าทองคำสีเหลืองในท้ายสุด


Pharaon sacré
เข็มกลัดฟาโรห์ศักดิ์สิทธิ์

Pharaon sacré
เข็มกลัดฟาโรห์ศักดิ์สิทธิ์ ตัวเรือนทองคำสีกุหลาบประกอบทองคำสีขาว และทองคำสีเหลือง ฝังเพชรกับทับทิม เพื่อถ่ายทอดรัศมีแห่งอำนาจ งานออกแบบแนวสัจนิยมของเข็มกลัดฟาโรห์ศักดิ์สิทธิ์หรือ Pharaon sacré (ฟาโรห์ ซาเคร) ประกอบไปด้วยรายละเอียดสมจริงทั้งในแง่รูปทรง, เครื่องแต่งกาย และเครื่องประดับ ซึ่งผ่านการหล่อแบบประกอบชิ้นส่วน และจัดตำแหน่งอย่างพิถีพิถันโดยช่างศิลป์ตัวเรือนเครื่องประดับ ไม่ว่าจะเป็นมงกุฎคู่หรือ pschent (“สเกนต์” เป็นชื่อเรียกภาษากรีก มาจากรากศัพท์คือ “เซเคนติ” หมายถึงมงกุฎขาวสื่อถึงอียิปต์ตอนบนซ้อนมงกุฎแดงตัวแทนอียิปต์ล่าง ร่วมกันยกย่องฟาโรห์ไอยคุปต์ผู้ทรงอำนาจรวมอาณาจักรเป็นปึกแผ่น) ฝังทับทิมเม็ดเดี่ยวเจียระไนทรงหยดน้ำต่าง “นาคาอูเรอุส” แผ่แม่เบี้ยประกาศอำนาจอธิปไตย หรือเกราะกรองคอทองคำสีกุหลาบฝังทับทิม และเพชรเจียระไนทรงกลมเรียงแถวเดี่ยวเป็นโค้งจันทร์เสี้ยวคู่ขนานเหนือผ้านุ่งยาวฝังเพชรกลมท่ามกลางงานค้อนดุนลายทองคำสีกุหลาบเดินแถบชายผ้าก่อลูกเล่นขัดแย้งกับงานขัดผิวขึ้นเงาราวกระจกบนวงไหล่

ด้วยความยิ่งยงของท่ายืนตรง คทาหัวโค้งหรือ “ไม้เท้าขอสอด” สลักลายปล้องในมือซ้ายสื่อถึงอำนาจการปกครองสูงสุด เติมเต็มศักดาบารมีด้วยแส้กกุธภัณฑ์ “เนเคต์” ฝังหุ้มเพชรกับทับทิมในกรอบประดับลูกปัดทองแกว่งไกวลงมาจากมือขวา


Bénou Mystérieux
เข็มกลัดนกกระสาเบนูซ่อนหนามเตย

Bénou Mystérieux
เข็มกลัดนกกระสาเบนูซ่อนหนามเตย ตัวเรือนทองคำสีขาวประกอบทองคำสีกุหลาบ และทองคำ สีเหลือง เพชรเดี่ยวทรงหยดน้ำคุณภาพ DIF น้ำหนัก 2.63 กะรัต, โกเมนสีส้มเม็ดเดี่ยวเจียระไนทรงวงรีน้ำหนัก 4.08 กะรัต, งานฝังมรกตซ่อนหนามเตยด้วยเทคนิคตาม ธรรมเนียมดั้งเดิมท่ามกลางงานตกแต่งรายละเอียดไพลิน, นิลตะโกนแดง, พลอยน้ำสมุทร, หินไข่นกการเวก, แม่มุกขาว และเพชร

อีกครั้งที่งานออกแบบเข็มกลัดรูปสัตว์อันสร้างชื่อให้แก่เมซง ได้ต้อนรับสมาชิกใหม่ด้วยผลงานรังสรรค์ประติมากรรมย่อส่วนสามมิติถ่ายทอดความสมจริงของนกกระสา ซึ่งมีบทบาทสำคัญยิ่งตามตำนานเทพอียิปต์ ในฐานะปักษาอารักษ์ “บา” ซึ่งเป็นคำเรียกดวงวิญญาณของสุริยเทพรายามล่องเภตราสุริยะสู่โลกหลังความตาย

เพื่อถ่ายทอดทุกรายละเอียดเชิงสัญลักษณ์ของกระสาเบนูผู้ถือกำเนิดขึ้นจากกองกูณฑ์เฉกเช่นหงส์ไฟ หรือนกฟีนิกซ์ โกเมนสีส้มสเปซซาไทต์เม็ดเดี่ยวเจียระไนทรงวงรีน้ำหนัก 4.08 กะรัตท่ามกลางซี่หนามเตยบนตัวเรือนโมทิฟแม่ลายทรงพัดคลี่ฝังเพชรสอบสลับลายทองทอประกายอบอุ่นดุจรัศมีเปลวอัคคีทิ้งตัวแกว่งไกวลงมาจากนิลตะโกสีเพลิงหรือสปีเนลแดงเจิดจรัสตัดเฉดอย่างรุนแรงกับรายละเอียดสีเขียวถึงสีฟ้า และน้ำเงินบนตัวเรือนปักษาศักดิ์สิทธิ์

ขณะที่พวงขนหางอาศัยลูกเล่นเหลี่ยมมุมเรขาคณิตกับงานฝังแผ่นแม่มุกมาเธอร์-ออฟ-เพิร์ลสีขาวเหลือบรุ้งสลับแผ่นหินไข่นกการเวกหรือเทอร์คอยซ์สีฟ้าต่างเฉดทวีความลึกเชิงมิติของสีน้ำเงินจากพลอยน้ำสมุทรลาพิซ ลาซูลิกลมกลืนกับงานฝังเพชรเหลี่ยมสลับไพลินบนปลายหาง และเรียวขา วงปีกฝังมรกตซ่อนหนามเตยทอประกายเรืองรองดุจกำมะหยี่ล้อมเพชรเดี่ยวทรงหยดน้ำคุณภาพ DIF น้ำหนัก 2.63 กะรัตอิงแอบความอ่อนช้อยของระหงคอฝังเพชรจิกไข่ปลาพรมหิมะสู่แพหงอนฝังมรกตซ่อนหนามเตยสอดแซมเพชรสลับไพลิน


Griffon Mystérieux
เข็มกลัดสิงหอินทรีซ่อนหนามเตย

Griffon Mystérieux
เข็มกลัดสิงหอินทรียซ่อนหนามเตย ตัวเรือนทองคำสีขาวประกอบทองคำสีเหลือง และทองคำสีกุหลาบ เพชรเดี่ยวทรงวงรีคุณภาพ DIF Type 2A น้ำหนัก 3.94 กะรัต, เพชรเดี่ยวทรงหยดน้ำคุณภาพ DIF น้ำหนัก 1.01 กะรัต ร่วมกับ งานฝังมรกตซ่อนหนามเตยด้วยเทคนิคตามธรรมเนียมดั้งเดิม, ทับทิม, พลอยน้ำสมุทร, หินไข่นกการเวก, นิลกาฬ และเพชร

เข็มกลัดลำดับสอง ถ่ายทอดแรงบันดาลใจจาก “สิงหอินทรี” หรือกริฟฟิน สัตว์ในตำนานเทพซึ่งมีส่วนหัวกับปีกเป็นนกอินทรี และร่างเป็นสิงโต สัญลักษณ์แห่งความแข็งแกร่ง ผู้พิทักษ์ขุมทรัพย์อุปมาผ่านเพชรเดี่ยวเจียระไนทรงวงรีคุณภาพ DIF Type 2A น้ำหนัก 3.94 กะรัตท่ามกลางวงล้อมซี่หนามเตยแถบเหลี่ยมหล่อแบบจากทองคำสีเหลืองสุกสกาวราวรัศมีตะวันในอุ้งเท้าคู่หน้า ซึ่งอาศัยงานฝังเพชรด้วยเทคนิคจิกไข่ปลาพรมหิมะต่อเนื่องไปทั่วลำตัวจนถึงขาหลังประดับลายจุดจากงานฝังหุ้มทับทิมทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัส 

ขณะที่โค้งหัว, จงอยปาก และดวงตาดำขลับด้วยนิลกาฬหรือออนิกซ์ คู่ปีกคลี่แพขนลู่ไปด้านหลังสะกดสายตาด้วยลูกเล่นตัดเฉดระหว่างงานฝังแผ่นรงคศิลาทึบแสงอย่างพลอยน้ำสมุทรลาพิซ ลาซูลิและหินไข่นกการเวกหรือเทอร์คอยซ์กับประกายกระจ่างใสระยับแสงของงานฝังมรกตซ่อนหนามเตย ซึ่งต้องใช้ความประณีต และซับซ้อนในการแกะสลักพลอยเนื้ออ่อนอันเปราะบางเป็นอย่างยิ่ง

ท้ายสุดคือบทสรุปแห่งความพิถีพิถัน ใส่ใจในรายละเอียดจากโค้งหางทองคำสีขาวบิดเกลียวโค้งกระหวัดรอบเพชรเดี่ยวเจียระไนทรงหยดน้ำคุณภาพ DIF น้ำหนัก 1.01 กะรัต


Bastet Mystérieuse
เข็มกลัดวิฬารเทวีซ่อนหนามเตย

Bastet Mystérieuse
เข็มกลัดวิฬารเทวีซ่อนหนามเตย ตัวเรือนทองคำสีเหลืองประกอบทองคำสีขาว และทองคำสีกุหลาบ ฝังมรกตเจียระไนยกหน้าตัดซ่อนหนามเตยด้วยเทคนิคตาม ธรรมเนียมดั้งเดิม ตกแต่งรายละเอียดด้วยมรกต, ทับทิม, ไพลิน, แก้วประพาฬ, พลอยน้ำสมุทร, หินไข่นกการเวก และเพชร

เข็มกลัดลำดับสามคืองานออกแบบยกย่องความสำคัญของวิฬารเทวีหรือบาสเท็ต เทพีแห่งความรัก ผู้พิทักษ์ครัวเรือนดังปรากฏเทวรูปแมวตั้งบูชาทั้งภายในบ้าน และวิหารหลายแห่ง

เพื่อยกย่องความศักดิ์สิทธิ์ และสูงส่ง เข็มกลัดวิฬารเทวีซ่อนหนามเตยชิ้นนี้ ได้รับการตกแต่งรายละเอียดเฉกเช่นเครื่องประดับราชินี ไม่ว่าจะเป็นแถบกรองคอฝังมรกตซ่อนหนามเตยเช่นเดียวกับมงกุฎประดับเกล้า ซึ่งทวีความตระการตาด้วยลูกเล่นสีตัดเฉดระหว่างแก้วประพาฬ, ทองคำสีเหลืองลายคิ้วนูน, พลอยน้ำสมุทรลาพิซ ลาซูลิ และหินไข่นกการเวกหรือเทอร์คอยซ์ เติมความวิจิตรบรรจงตรงส่วนปลายด้วยพู่ระย้าแกว่งไกวไปตามอากัปการเคลื่อนไหวของผู้สวมใส่

ลูกเล่นอัญมณีต่างเฉดสียังโดดเด่นท่ามกลางงานฝังเพชร จากไพลินสีน้ำเงิน, ทับทิมสีแดงสด และมรกตยกหน้าตัด ล้อประกายระยับทองเช่นเดียวกับดวงตาเขียวขจีบนงานแกะสลักทองเดินลายอ่อนช้อยจากขอบตาจนถึงห่วงกลัดใบหู


Vénus égyptienne
เข็มกลัดเทพีเสน่หาแห่งไอยคุปต์

Vénus égyptienne
เข็มกลัดเทพีเสน่หาแห่งไอยคุปต์ ตัวเรือนทองคำสีเหลืองประกอบทองคำสีขาว ประดับเพชรเดี่ยวเม็ดกลม คุณภาพ DVVS1 น้ำหนัก 1.51 กะรัตร่วมกับพลอยน้ำสมุทร, หินไข่นกการเวก และเพชร

ธิดาแห่งสุริยเทพรา ชายาแห่งเทพสงครามฮอรัสผู้ปกครองผืนฟ้า “แฮธอร์” ดำรงตำแหน่งเทพีแห่งความรัก พันธะเสน่หา ความงาม และคีตดนตรี เจ้าของมงกุฎเขาวัวกับแผงกรองคอแผ่กว้างดั่งรัศมีดาวทิวา มีเหยี่ยวคู่ประดับบ่าทั้งสองข้าง ซึ่งทุกรายละเอียดถูกถ่ายแบบรังสรรค์ลงสู่เข็มกลัด “เทพีเสน่หาแห่งไอยคุปต์” หรือ Vénus égyptienne (เวนูเซชิปเชียนน์) ได้อย่างครบครัน

ด้วยเพชรเดี่ยวทรงกลมขนาด 1.51 กะรัตต่างดวงหน้าในกรอบผมเรือนทองคำสีเหลืองประดับเพชรใต้มงกุฎเขาวัวบนโครงสร้างตัวเรือนทองเลอค่าเฉดสีเดียวกันจำลองมิติทรงของกรองคอประดับบ่าด้วยเหยี่ยวทองคำสีขาวฝังเพชร  ความเป็นเลิศทางหัตถกรรมศิลป์ปรากฏผ่านงานฝีมือฝังแผ่นรงคศิลาปูลายร่วมกับลูกเล่นไล่เฉด จากแผ่นหินไข่นกการเวกหรือเทอร์คอยซ์สามระดับโทนของแถบโค้งวงนอก สู่สีน้ำเงินเข้มล้ำลึกแฝงประกายระยิบระยับของละอองแร่ไพไรต์ในเนื้อพลอยน้ำสมุทรหรือลาพิซ ลาซูลิ และโมทิฟแถบโค้งชั้นในทำจากทองคำสีเหลืองฝังเพชร 

นอกจากความประณีต พิถีพิถันเหนือชั้นในการตัด, เจียน และขัดผิวแผ่นพลอยน้ำสมุทร และหินไข่นกการเวกต่างขนาดให้ได้ระดับความบาง และมิติสัณฐาน อันเอื้อต่อการประกบชิดเรียงต่อเป็นวงโค้งขนานกันอย่างอ่อนช้อย งานฝังหมุดทองเม็ดเดี่ยวลงบนแต่ละชิ้นส่วนชวนให้นึกถึงดวงตะวัน ตัวแทนเทพบิดรขององค์เทพี ยังสะท้อนถึงความใส่ใจในทุกรายละเอียดของเมซงได้อย่างมิอาจหาใดเปรียบ

Danseuse au tambourin, Danseuse au flabellum and Danseuse aux lotus
เข็มกลัดนางระบำกลองกระพรวน, เข็มกลัดนางระบำพัดโบก และเข็มกลัดนางระบำใบบัว



Danseuse au tambourin
เข็มกลัดนางระบำกลองกระพรวน ตัวเรือนทองคำสีขาวประกอบทองคำสีเหลือง และทองคำสีกุหลาบประดับเพชร




Danseuse aux lotus
เข็มกลัดนางระบำใบบัว ตัวเรือนทองคำสีขาวประกอบทองคำสีกุหลาบกับทองคำสีเหลืองฝังเพชรกับหินแก้วผลึก




Danseuse au flabellum
เข็มกลัดนางระบำพัดโบก ตัวเรือนทองคำสีขาวประกอบทองคำสีกุหลาบกับทองคำสีเหลืองฝังเพชรกับหินแก้วผลึก


นาฏกรรมคืออีกหนึ่งแรงบันดาลใจอันรักยิ่งของ Van Cleef & Arpels และนำมาซึ่งการสรรค์สร้างเข็มกลัดทั้งสามนี้ แต่ละผลงานล้วนถ่ายทอดเรื่องราวจากบรรดาภาพจารึกที่พบได้ตามสุสาน และมหาวิหารหลายต่อหลายแห่ง แสดงถึงบทบาทความสำคัญของศิลปะการเต้นในอารยธรรมไอยคุปต์ โดยปรากฏอยู่ในงานเลี้ยง, พิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์ ตลอดจนพิธีศพ 

จากงานออกแบบงามสง่าจำลองอากัปร่ายระบำสู่งานฝีมือของช่างทอง ที่ต้องคำนึงถึงความลงตัวทางสัดส่วนระหว่างช่องว่างกับมวลน้ำหนัก เพื่อรังสรรค์ทุกรายละเอียดความสมจริงยามนางระบำเคลื่อนกาย รวมกระทั่งจังหวะพลิ้วไหวของชายผ้าไปตามท่วงทำนองของดนตรี 

เข็มกลัดนางระบำแต่ละชิ้นล้วนสะท้อนซึ่งความพิถีพิถัน ใส่ใจในทุกรายละเอียดจากปลายรองเท้าไปจนถึงเรือนผมภายใต้การมัดรวบของแถบผ้า ขณะเดียวกับที่ในมือของแต่ละนางต่างโดดเด่นด้วยสัญลักษณ์ทางยุคสมัย เติมความสมบูรณ์พร้อมให้กับองค์ประกอบการสร้างสรรค์ ไม่ว่าจะเป็นแทมบูรีนหรือกลองมือกลมร้อยแผ่นกระพรวน หรือพัดโบกแพขนนก และใบบัว

ด้วยประกายสุกสว่างเรืองรองของทองคำสีขาว, ทองคำสีเหลือง, ทองคำสีกุหลาบ และงานฝังเพชร ร่วมกับผลึกหินแก้วร็อค คริสตัลสำหรับบางงานออกแบบ การอยู่ร่วมกันของเส้นตรงกับเส้นโค้งทวีความคมชัดให้แก่ความอ่อนช้อยของท่วงท่าอากัป โดยมีเพชรเดี่ยวเหลี่ยมกุหลาบต่างดวงหน้า สะท้อนถึงธรรมเนียมงานออกแบบเครื่องประดับรูปกายสตรีที่เมซงเริ่มสรรค์สร้างขึ้นนับแต่ช่วงต้นทศวรรษ 1940

Fragment de bonheur, Fragment magnifique and Fragment de beauté
เข็มกลัด “รอยหัสสราญ”, “รอยอารยะ” และ “รอยสุนทรีย์”


Fragment de bonheur
เข็มกลัด “รอยหัสสราญ” โมทิฟทองคำสีเหลืองประกอบทองคำสีขาวฝังเพชรทวีความโดดเด่นให้แก่โกเมนสีส้มสเปซซาไทต์เม็ดเดี่ยวเจียระไนทรงเหลี่ยมหมอนน้ำหนัก 7.93 กะรัตลนฐานตัวเรือนหินไข่นกการเวก


Fragment magnifique
ข็มกลัด “รอยอารยะ” โมทิฟทองคำสีเหลืองประกอบทองคำสีขาวฝังเพชรทวีความโดดเด่น ให้แก่ไพลินสีม่วงเม็ดเดี่ยวเจียระไนทรงเหลี่ยมหมอนจากมาดากัสการ์ น้ำหนัก 5.51 กะรัตบนฐานตัวเรือนแก้วประพาฬ


Fragment de beauté
เข็มกลัด “รอยสุนทรีย์” โมทิฟทองคำสีเหลืองประกอบทองคำสีขาวฝังเพขรทวีความโดดเด่นให้แก่ทุรมาลีสีครามเม็ดเดี่ยวเจียระไนทรงเหลี่ยมหมอนน้ำหนัก 5.82 กะรัตบนฐานตัวเรือนพลอยน้ำสมุทร

เพื่อสะท้อนถึงช่วงเวลาล้ำค่าแห่งยุคบรรพกาลที่ผ่านพ้น เข็มกลัดทั้งสามต่างอาศัยงานออกแบบร่วมสมัยร้อยเรียงข้อมูลทางประวัติศาสตร์โบราณคดี ซึ่งมีการขุดพบจากสถานที่ต่างๆ ทั่วดินแดนอันเคยอยู่ใต้การปกครองของฟาโรห์ ด้วยการใช้เส้นรูปทรงอสมมาตรจุดประกายจินตนาการถึงเศษเสี้ยวแตกหักออกมาจากแผ่นหินจำหลัก แผ่นรงคศิลาเลอค่ากลับกลายเป็นฐานโครงสร้างรองรับโมทิฟทองคำสีเหลืองหล่อแบบสลักลายจารึกอักษรภาพท่ามกลางงานฝังเพชร ทวีความโดดเด่นให้แก่รัตนชาติเม็ดเดี่ยวเจียระไนทรงเหลี่ยมหมอนต่างเฉดสี ถ่ายทอดเรื่องราวแห่งความสุขผ่าน “รอยหัสสราญ” หรือ Fragment de bonheur (ฟรักม็องต์ เดอ บอนเนอร), หลักฐานแห่งความรุ่งเรืองบน “รอยอารยะ” หรือ Fragment magnifique (ฟรักม็องต์ มาญิฟีก) และความทรงจำอันงดงามของ “รอยสุนทรีย์” หรือ Fragment de beauté (ฟรักม็องต์ เดอ โบเต)

ขณะที่เข็มกลัด “รอยสุนทรีย์” มอบความกลมกลืนทางเฉดโทนระหว่างฐานพลอยน้ำสมุทรลาพิซ ลาซูลิกับทุรมาลีสีคราม (indicolite tourmaline) จรัสประกายกระจ่างใสในขนาด 5.82 กะรัต ลูกเล่นขัดแย้งจากการตัดสีก็ปรากฏอย่างชัดเจนระหว่างสีส้มของแผ่นแก้วประพาฬกับสีม่วงเข้มอมน้ำเงินของไพลิน 5.51 กะรัตบน “รอยอารยะ” และฐานหินไข่นกการเวก หรือเทอร์คอยซ์สีฟ้ากระจ่างขับความโดดเด่นให้แก่โกเมนสีส้มสเปซซาไทต์ 7.93 กะรัตจรัสประกายเจิดจ้าถ่ายทอดอารมณ์ของ “รอยหัสสราญ”

อีกหนึ่งบทสรุปความพิถีพิถัน ใส่ใจในทุกรายละเอียดอันมิอาจมองข้ามของเข็มกลัดทั้งสามนี้ก็คือ ความแยบคายในการจัดตำแหน่งเขี้ยวหนามเตยที่ใช้ยึดแผ่นรงคศิลาต่างรูปทรง และรัตนชาติอย่างโดดเด่น แน่นหนา และมั่นคงบนโมทิฟทองคำฝังเพชรต่างลวดลาย

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้