Last updated: 27 ก.ค. 2569 | 246 จำนวนผู้เข้าชม |
เบื้องหลังความสำเร็จของ Seiko และการเติบโตของ Grand Seiko บนเวทีโลกในช่วงหลายปีที่ผ่านมา คือ Mr. Akio Naito ประธานบริษัท Seiko Watch Corporation ผู้กำหนดทิศทางสำคัญของทั้งสองแบรนด์ Naito ร่วมงานกับกลุ่ม Seiko ตั้งแต่ปี 1984 และสั่งสมประสบการณ์กว่า 40 ปี ผ่านบทบาท ในตลาดสำคัญทั่วโลก โดยเฉพาะการผลักดัน Grand Seiko ในสหรัฐอเมริกาและยุโรป จนก้าวขึ้นเป็นแบรนด์นาฬิกาชั้นสูงระดับสากล ก่อนเข้ารับตำแหน่งประธานบริษัทในเดือนเมษายน 2021 โดยการเดินทางเยือนประเทศไทยของ Mr. Naito เพื่อร่วมเปิด Seiko Boutique อย่างเป็นทางการ ณ ชั้น 1 เกษรเซ็นเตอร์ ซึ่งจัดขึ้นในช่วงการเฉลิมฉลองครบรอบ 145 ปีของ Seiko เมื่อต้นเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ไม่เพียงตอกย้ำความสำคัญของตลาดไทยในกลยุทธ์การเติบโตของแบรนด์ แต่ยังสะท้อนวิสัยทัศน์ในการขับเคลื่อน Seiko และ Grand Seiko ผ่านการสร้างสมดุลระหว่างนวัตกรรมกับมรดกแห่งการผลิตนาฬิกา พร้อมแบ่งปันมุมมองต่อทิศทางของอุตสาหกรรม รวมถึงบทบาทของประเทศไทยในฐานะหนึ่งในตลาดสำคัญที่จะร่วมขับเคลื่อนการเติบโตของ Seiko ในอนาคต
ในโอกาสครบรอบ 145 ปีของ Seiko แบรนด์สร้างสมดุลระหว่างการรักษาอัตลักษณ์และมรดกทางประวัติศาสตร์ของแบรนด์ พร้อมทั้งเข้าถึงนักสะสมนาฬิการุ่นใหม่ทั่วโลกได้อย่างไร?
หนึ่งในจุดแข็งที่สำคัญที่สุดของ Seiko คือความหลากหลายและความลุ่มลึกของคอลเลกชันนาฬิกา แต่ละคอลเลกชันล้วนสะท้อนมรดกแห่งศาสตร์การผลิตนาฬิกาที่สั่งสมมายาวนานกว่า 145 ปี ผสานเข้ากับเทคโนโลยีอันทันสมัยและงานฝีมือร่วมสมัย จึงทำให้เราสามารถนำเสนอนาฬิกาที่ครอบคลุมตั้งแต่ระดับกลางไปจนถึงระดับพรีเมียม และตอบโจทย์ผู้สวมใส่หลากหลายกลุ่มในทุกช่วงวัย
ในอดีต นักสะสมและสื่อมวลชนบางส่วนเคยมองว่าความหลากหลายนี้ทำให้ Seiko ขาดจุดยืนหรืออัตลักษณ์ของแบรนด์ที่ชัดเจน อย่างไรก็ตาม นับตั้งแต่เราเปิดตัวกลยุทธ์แบรนด์ระดับโลกในปี 2019 เราได้กำหนดบทบาทและตัวตนของแต่ละคอลเลกชันอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็น King Seiko, Astron, Prospex, Presage และ Seiko 5 Sports ทำให้แต่ละคอลเลกชันสามารถสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมายของตัวเองได้อย่างตรงจุด ภายใต้ชื่อ Seiko ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของความไว้วางใจที่สั่งสมมายาวนานในฐานะผู้ผลิตนาฬิกาคุณภาพ
สำหรับผู้บริโภครุ่นใหม่ในปัจจุบัน “ความจริงแท้” (Authenticity) เป็นคุณค่าที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง ในฐานะแบรนด์ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่าหนึ่งศตวรรษ เราจึงยึดมั่นในรากฐานของตัวเอง ขณะเดียวกันก็พัฒนางานออกแบบให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตและสุนทรียภาพร่วมสมัย แนวทางนี้ช่วยให้เราสามารถตอบโจทย์ทั้งผู้ที่ชื่นชอบ Seiko มาอย่างยาวนาน และเปิดประตูต้อนรับนักสะสมนาฬิการุ่นใหม่ได้พร้อมกัน
ตัวอย่างที่ชัดเจนคือ Seiko 5 Sports คอลเลกชันที่นำเสนอนาฬิกาจักรกลคุณภาพสูง เชื่อถือได้ และเข้าถึงได้ในราคาที่สมเหตุสมผล พร้อมดีไซน์ที่หลากหลาย รวมถึงการสร้างสรรค์ผลงานร่วมกับวัฒนธรรมป๊อปของญี่ปุ่น ศิลปิน และธีมยอดนิยมต่างๆ ขณะเดียวกัน Seiko 5 Sports ยังหยิบแรงบันดาลใจจากนาฬิการุ่นคลาสสิกที่เคยได้รับความนิยมทั่วโลก เช่น ซีรีส์ SKX มาตีความใหม่ให้ร่วมสมัยยิ่งขึ้น ผลลัพธ์คือคอลเลกชันที่ได้รับการตอบรับอย่างยอดเยี่ยมจากคนรุ่นมิลเลนเนียลและเจเนอเรชัน Z ทั่วโลก ซึ่งนับเป็นสัญญาณที่น่ายินดีว่า คนรุ่นใหม่กำลังหันมาสนใจนาฬิกาจักรกลมากขึ้น และ Seiko 5 Sports ก็มีบทบาทสำคัญในการสร้างสายสัมพันธ์ระหว่างคนรุ่นใหม่กับโลกแห่งศาสตร์การผลิตนาฬิกา
ในบรรดานวัตกรรมสำคัญของ Seiko ไม่ว่าจะเป็น Quartz, Kinetic และ Solar คุณมองว่านวัตกรรมใดสร้างอิทธิพลต่อวงการผลิตนาฬิกาสมัยใหม่มากที่สุดและเหตุผลคืออะไร?
เป็นเรื่องยากที่จะเลือกนวัตกรรมเพียงอย่างเดียวว่าเป็นสิ่งที่สร้างผลกระทบต่อวงการผลิตนาฬิกามากที่สุด เพราะเทคโนโลยี Quartz, Solar และ Kinetic ล้วนเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการพัฒนาที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่องและเชื่อมโยงกัน ภายใต้ปรัชญาของผู้ก่อตั้ง Seiko ที่ว่า “Always one step ahead of the rest” หรือการก้าวนำผู้อื่นอยู่เสมอ

การเปิดตัว Seiko Quartz Astron ในปี 1969 ได้ปฏิวัติวงการบอกเวลาด้วยความเที่ยงตรงที่ไม่เคยมีมาก่อน นาฬิการุ่นนี้
ได้รับทั้ง Corporate Innovation Recognition Award และ Milestone Award จาก IEEE (Institute of Electrical and Electronics Engineers) ซึ่งเป็นองค์กรวิชาชีพด้านวิศวกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ในสหรัฐอเมริกา พร้อมได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในนวัตกรรมที่สร้างผลกระทบสำคัญต่อประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติ
ขณะเดียวกัน การถือกำเนิดของ Seiko Quartz Astron ยังนำมาซึ่งความท้าทายใหม่จากการพึ่งพาพลังงานแบตเตอรี่ จนนำไปสู่การพัฒนานาฬิกาพลังงานแสงอาทิตย์ในช่วงทศวรรษ 1970 และต่อยอดสู่ Kinetic ในทศวรรษ 1980 ซึ่งเป็นนาฬิกาควอตซ์เรือนแรกของโลกที่ติดตั้งระบบสร้างพลังงานไฟฟ้าจากการเคลื่อนไหวของผู้สวมใส่ หรือ Automatic Generating System
พัฒนาการของนวัตกรรมที่ต่อยอดจากกันมาอย่างต่อเนื่องเหล่านี้ ได้หล่อหลอมจนกลายเป็นเทคโนโลยีอันล้ำสมัยที่ยังคงมีบทบาทสำคัญในปัจจุบัน เช่น Astron GPS Solar เราจึงยังคงสร้างสรรค์นาฬิกาด้วยความเคารพอย่างลึกซึ้งต่อมรดกแห่งนวัตกรรมนี้ ซึ่งยังคงได้รับการสืบทอดและสะท้อนอยู่ในนาฬิกาทุกเรือนที่เราสร้างสรรค์
อย่างไรก็ตาม หากต้องเลือกเพียงหนึ่งนวัตกรรม ผมคงเลือก เทคโนโลยีนาฬิกาควอตซ์ เพราะในฐานะจุดเริ่มต้นของพัฒนาการทั้งหมด เรามองว่านี่คือหนึ่งในนวัตกรรมครั้งประวัติศาสตร์ที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง และยังคงส่งอิทธิพลต่อวงการผลิตนาฬิกามาจนถึงปัจจุบัน
Seiko มีสายสัมพันธ์อันแนบแน่นกับนักสะสมนาฬิกาทั่วโลกผ่านคอลเลกชันอันเป็นเอกลักษณ์อย่าง Prospex, Presage และ King Seiko คุณมองว่าคอลเลกชันใดมีศักยภาพในการเติบโตมากที่สุดในตลาดโลกตลอดช่วง 5 ปีข้างหน้า และเพราะเหตุใด?
ปัจจุบันเรามองว่า King Seiko เป็นคอลเลกชันที่มีศักยภาพในการเติบโตสูงที่สุด โดยเรากำลังเดินหน้ายกระดับให้เป็นหนึ่งในเสาหลักของกลุ่มผลิตภัณฑ์ระดับพรีเมียมของ Seiko ในตลาดโลก ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เราได้ปรับโครงสร้างกลุ่มผลิตภัณฑ์ของ King Seiko ให้มีความชัดเจนและสะท้อนเอกลักษณ์ของแบรนด์มากยิ่งขึ้น ปัจจุบัน King Seiko ประกอบด้วย VANAC Series ที่นำแรงบันดาลใจจากงานออกแบบในยุค 1970 มาผสานกับกลไกประสิทธิภาพสูงคาลิเบอร์ 8L45, KSK Series ที่สืบทอดดีไซน์อันเฉียบคมและเส้นสายแบบเรขาคณิตซึ่งถือกำเนิดขึ้นครั้งแรกในปี 1965 และ KS1969 Series นาฬิกาเดรสที่มีตัวเรือนเพรียวบาง ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจาก King Seiko รุ่นคลาสสิกในช่วงปลายทศวรรษ 1960 คอลเลกชันทั้งหมดนี้ร่วมกันสร้างกลุ่มนาฬิการะดับพรีเมียมที่มีเอกลักษณ์ด้านการออกแบบอย่างชัดเจน พร้อมสะท้อนมรดกแห่งการผลิตนาฬิกาจักรกลของ Seiko จากยุคทศวรรษ 1960
ขณะเดียวกัน เรายังเสริมความแข็งแกร่งด้านการสื่อสารแบรนด์ในระดับโลกอย่างต่อเนื่อง ตัวอย่างเช่น เมื่อปีที่ผ่านมา เราได้แต่งตั้ง
Ryohei Suzuki ให้เป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ระดับโลกคนแรกของ King Seiko และในปีนี้ เรายังได้ต้อนรับ Shohei Ohtani นักเบสบอลระดับเมเจอร์ลีกของสหรัฐอเมริกา ให้เข้าร่วมเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ระดับโลกของ Seiko อีกด้วย ผ่านความร่วมมือเหล่านี้ เรามุ่งหวังที่จะเพิ่มการรับรู้และเสริมสร้างความน่าสนใจของคอลเลกชันในตลาดโลก แม้ว่าผมจะเข้าใจว่ากีฬาเบสบอลอาจไม่ได้รับความนิยมมากนักในประเทศไทย แต่ในสหรัฐอเมริกา Shohei Ohtani ถือเป็นซูเปอร์สตาร์ของวงการกีฬาในเวลานี้

อย่างไรก็ตาม ดังที่ผมกล่าวไปก่อนหน้านี้ จุดแข็งของ Seiko อยู่ที่ความหลากหลายและความลุ่มลึกของกลุ่มผลิตภัณฑ์ แม้เราจะเดินหน้ายกระดับ King Seiko ให้เป็นคอลเลกชันระดับพรีเมียม แต่ในขณะเดียวกัน เรายังคงพัฒนาและเสริมความแข็งแกร่งให้กับพอร์ตโฟลิโอของ Seiko โดยรวมอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ Prospex นาฬิกาสปอร์ตสำหรับการใช้งานระดับมืออาชีพ, Presage ที่สะท้อนความประณีตของศาสตร์การผลิตนาฬิกาจักรกล, Astron ที่โดดเด่นด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัย ไปจนถึง Seiko 5 Sports ที่ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ด้วยเอกลักษณ์ที่สดใหม่และมีชีวิตชีวา
การเปิด Seiko Boutique แห่งใหม่ ณ เกษรเซ็นเตอร์นับเป็นอีกก้าวสำคัญของ Seiko ในประเทศไทย นอกเหนือจากการเป็นพื้นที่จัดจำหน่ายแล้ว คุณคาดหวังว่าบูติกแห่งนี้จะมอบประสบการณ์แบบใดให้กับนักสะสมและผู้หลงใหลในนาฬิกา Seiko ในประเทศไทย?
การเปิดตัว Seiko Boutique แห่งใหม่นับเป็นอีกก้าวสำคัญของทั้ง Seiko Thailand และ Seiko Watch Corporation ประเทศไทยถือเป็นหนึ่งในตลาดที่สำคัญและมีศักยภาพสูงที่สุดแห่งหนึ่งในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทั้งในด้านเศรษฐกิจสังคม และบทบาทเชิงยุทธศาสตร์ ซึ่งสะท้อนให้เห็นได้จากการที่แบรนด์ระดับพรีเมียมและลักชัวรีจากทั่วโลกต่างให้ความสำคัญกับตลาดไทยมากขึ้นในช่วงหลายปีที่ผ่านมา
ก่อนหน้านี้ Seiko Boutique ตั้งอยู่ที่เซ็นทรัล แกรนด์ พระราม 9 ก่อนจะย้ายมายังที่ตั้งแห่งใหม่ ณ เกษรเซ็นเตอร์ ซึ่งปัจจุบันเป็นบูติก Seiko แบบสแตนด์อโลนเพียงแห่งเดียวในประเทศไทย เราตั้งใจให้สถานที่แห่งนี้เป็นจุดหมายปลายทางสำหรับผู้ที่ชื่นชอบ Seiko อย่างแท้จริง
สำหรับบูติกแห่งใหม่นี้ เราต้องการยกระดับประสบการณ์ของลูกค้า ผ่านการนำเสนอคอลเลกชันนาฬิกาที่ครบครันที่สุด พร้อมตัวเลือกที่หลากหลาย ควบคู่ไปกับมาตรฐานการบริการระดับโลก นอกจากนี้ เรายังตั้งใจให้บูติกแห่งนี้เป็นศูนย์กลางของชุมชนผู้หลงใหลใน Seiko ด้วยการจัดกิจกรรมและอีเวนต์สุดพิเศษอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นระหว่างแบรนด์กับนักสะสมและผู้รักนาฬิกาในประเทศไทย
จากประสบการณ์ที่คุณทำงานกับ Seiko มาอย่างยาวนาน คุณมองว่าปรัชญาหรือแนวคิดด้านการออกแบบแบบใดที่สะท้อนจิตวิญญาณของ Seiko ได้ดีที่สุดในปัจจุบัน?
นับตั้งแต่ก่อตั้งแบรนด์ Seiko ได้เดินหน้าสร้างสรรค์นวัตกรรมและพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง จนให้กำเนิดนาฬิการุ่นสำคัญมากมายที่สะท้อนปรัชญาของผู้ก่อตั้ง ซึ่งยึดมั่นในแนวคิด “Always one step ahead of the rest” หรือการก้าวนำผู้อื่นอยู่เสมอ จิตวิญญาณดังกล่าวยังคงเป็นหัวใจของ Seiko ในปัจจุบัน และสะท้อนอยู่ในนาฬิการุ่นต่างๆ ของเรา
หากให้ผมเลือกนาฬิกาเพียงรุ่นเดียวที่เป็นตัวแทนของจิตวิญญาณนี้ ผมคงเลือกนาฬิกาไดเวอร์ปี 1965 ซึ่งเป็นทั้งนาฬิกาไดเวอร์เรือนแรกของ Seiko และเรือนแรกของญี่ปุ่น นาฬิการุ่นนี้พิสูจน์ความเที่ยงตรงและความทนทานในการใช้งานจริง เมื่อถูกเลือกให้เป็นอุปกรณ์ประจำตัวของสมาชิกคณะสำรวจแอนตาร์กติกาของญี่ปุ่นระหว่างปี 1966–1969
เอกลักษณ์ด้านการออกแบบของนาฬิการุ่นนี้ได้รับการสืบทอดมาจนถึงปัจจุบัน และยังคงปรากฏอยู่ในนาฬิกาไดเวอร์หลายรุ่นของ
คอลเลกชัน Prospex นับเป็นนาฬิกาที่ได้รับความไว้วางใจและความนิยมจากผู้ใช้งานทั่วโลกมาอย่างยาวนาน สำหรับผม นี่คือผลงานที่สะท้อนความสมบูรณ์แบบทั้งในด้านการออกแบบและประสิทธิภาพการใช้งานได้อย่างโดดเด่น
ล่าสุด Seiko ยังได้นำรูปทรงตัวเรือนของนาฬิการุ่นนี้มาต่อยอดในนาฬิกาไดเวอร์รุ่นลิมิเต็ดเอดิชัน HBC005J ซึ่งจัดทำขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 145 ปีของ Seiko ผมเชื่อว่ามรดกที่ถ่ายทอดผ่านงานออกแบบของนาฬิกาไดเวอร์รุ่นนี้ คือภาพสะท้อนของการพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้งภายใต้แนวคิดที่มุ่งก้าวไปข้างหน้า ซึ่งเป็นจิตวิญญาณที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลง และยังคงกำหนดทิศทางของ Seiko มาจนถึงทุกวันนี้
27 ก.ค. 2569
27 ก.ค. 2569
27 ก.ค. 2569
27 ก.ค. 2569