URWERK UR-150 Golden Scorpion

Last updated: 5 ก.ย. 2569  |  27 จำนวนผู้เข้าชม  | 

URWERK UR-150 Golden Scorpion

URWERK เปิดตัวผลงานที่ผ่านการตีความใหม่ของ UR-150 ในเวอร์ชันที่เลือกใช้เยลโลว์โกลด์เป็นองค์ประกอบหลัก มาในรูปลักษณ์ที่ห่อหุ้มด้วยเยลโลว์โกลด์ โลหะอันล้ำค่าที่ให้ความรู้สึกคลาสสิกเหนือกาลเวลา แต่กลับดูแตกต่างอย่างคาดไม่ถึงเมื่อปรากฏอยู่บนผลงานที่มาพร้อมเทคนิคอันซับซ้อนอย่าง UR-150 นาฬิกาเรือนนี้จึงเผยอีกด้านของตัวเองออกมา จากความดุดันราวกับเกราะ กลายเป็นงานที่ชวนให้นึกถึงประติมากรรม และแทนที่จะให้ภาพลักษณ์ของเครื่องจักร กลับดูคล้ายวัตถุล้ำค่ามากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ UR-150 Golden Scorpion ยังคงนำเสนอกลไกอันเป็นเอกลักษณ์ของ URWERK อย่างเต็มที่ พร้อมขับเน้นเส้นสายและมิติของกลไกให้โดดเด่นยิ่งขึ้น

เยลโลว์โกลด์ กับการตีความใหม่
นับตั้งแต่ปี 1997 ทาง URWERK ได้ค้นหาแนวทางใหม่ในการอ่านและสัมผัสเวลา โดยไม่ได้ยึดติดกับการแสดงเวลาแบบวงกลมที่สืบทอดจากศาสตร์แห่งการผลิตนาฬิกาแบบดั้งเดิม แต่เลือกนำเสนอเวลาในรูปแบบที่เคลื่อนที่เป็นวงโคจรอย่างต่อเนื่อง และอ่านเวลาได้อย่างเป็นธรรมชาติ สำหรับ UR-150 แนวคิดดังกล่าวได้รับการพัฒนาไปอีกขั้น ด้วยแซตเทลไลต์บอกชั่วโมงทั้งสามที่หมุนรอบฟลายอิ้งคารูเซลตรงกลาง ขณะที่เข็มรีโทรเกรดทำหน้าที่แสดงนาทีไปตามส่วนโค้ง 240 องศา ก่อนตีกลับสู่ตำแหน่งเริ่มต้นภายในเวลาเพียงหนึ่งในร้อยวินาที

ในรูปลักษณ์แบบ Golden Scorpion กลไกนี้เผยลักษณะเฉพาะที่แตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง เยลโลว์โกลด์เข้ามาเพิ่มความโดดเด่นให้กับโครงสร้างของนาฬิกา โดยนำโลหะมีค่าที่มีความคลาสสิกที่สุดมาผสานเข้ากับโครงสร้างที่ล้ำสมัย ซึ่งออกแบบให้มีเส้นสายที่กระชับ รองรับการสวมใส่ และถ่ายทอดผ่านเส้นโค้งต่อเนื่องที่ตัดด้วยเหลี่ยมมุมคมชัด

ตัวเรือนยังคงเอกลักษณ์อันโดดเด่นของ UR-150 ไว้อย่างชัดเจน แต่แสงที่ส่องกระทบกลับทำให้ภาพลักษณ์ของตัวเรือนเปลี่ยนไป พื้นผิวช่วยสะท้อน ดูดซับ และขับเน้นประกายของเยลโลว์โกลด์ให้โดดเด่นยิ่งขึ้น พร้อมเผยให้เห็นทั้งมิติของตัวเรือนและความพลิ้วไหวของเส้นสายโครงสร้าง


ในศาสตร์การผลิตนาฬิกาแบบดั้งเดิม เยลโลว์โกลด์มักสื่อถึงมรดกที่สืบทอดต่อกันมา ความต่อเนื่อง และความคงอยู่เหนือกาลเวลา แต่สำหรับ UR-150 เยลโลว์โกลด์กลับมีบทบาทที่แตกต่างออกไป แทนที่จะทำให้นาฬิกาดูเชื่อมโยงกับอดีต กลับช่วยสะท้อนความร่วมสมัยของนาฬิกาได้อย่างชัดเจนยิ่งขึ้น

“ผมไม่เคยออกแบบนาฬิกาให้เป็นเพียงวัตถุที่หยุดนิ่ง” Martin Frei หัวหน้าฝ่ายออกแบบและผู้ร่วมก่อตั้ง URWERK กล่าว “ผมต้องการสร้างรูปทรงที่เปลี่ยนแปลงไปตามมุมมอง แสง และการเคลื่อนไหวของข้อมือ สำหรับ Golden Scorpion เยลโลว์โกลด์ทำหน้าที่เสมือนวัสดุที่มีปฏิกิริยากับแสง ช่วยเผยให้เห็นเส้นสายบางส่วน และทำให้อีกบางส่วนเลือนหายไป ทำให้นาฬิกาดูแตกต่างกันไปในแต่ละมุมมอง เมื่อมองจากมุมที่ต่างกัน นาฬิกาอาจดูมีขนาดกะทัดรัด ดูพลิ้วไหว หรือมีรูปทรงที่ดูเป็นอิสระมากขึ้น นั่นคือความเปลี่ยนแปลงทางสายตาที่ผมสนใจ เพราะแม้ว่านาฬิกาจะยังคงเป็นเรือนเดิม แต่กลับไม่เคยปรากฏออกมาในลักษณะเดิม”

ประกายของเยลโลว์โกลด์ผสานเข้ากับมิติของหน้าปัด การเคลื่อนที่ของเข็ม และการหมุนของแซตเทลไลต์ เติมความงดงามที่มีชีวิตชีวาให้กับตัวเรือน ราวกับว่าเยลโลว์โกลด์กำลังเผยให้เห็นพลังงานที่ซ่อนอยู่ภายในกลไก

UR-150 Golden Scorpion สะท้อนให้เห็นถึงความจริงง่าย ๆ ประการหนึ่งว่า เยลโลว์โกลด์ช่วยเสริมให้ทุกองค์ประกอบดูโดดเด่นขึ้นเมื่ออยู่ร่วมกัน

เวลาในจังหวะแห่งการเคลื่อนไหว
หัวใจของผลงานชิ้นนี้คือกลไกอัตโนมัติคาลิเบอร์ UR-50.01 ซึ่งได้รับการออกแบบให้ระบบแสดงชั่วโมงแบบแซตเทลไลต์และการแสดงนาทีแบบรีโทรเกรดทำงานประสานกันอย่างแม่นยำ กลไกนี้ประกอบด้วยทับทิมกันสึก 38 เม็ด ทำงานด้วยความถี่ 4 เฮิร์ต และมอบพลังงานสำรองได้นาน 43 ชั่วโมง

นี่คือหนึ่งในกลไกที่ท้าทายที่สุดเท่าที่ URWERK เคยสร้างขึ้น โดยอาศัยแนวคิดทางเทคนิคที่ซ่อนอยู่ภายในตัวเรือนนาฬิกาแต่มีความสำคัญอย่างยิ่ง นั่นคือระบบแคมและแร็กที่ทำงานร่วมกับตัวควบคุมความเร็ว ซึ่งโดยทั่วไปมักใช้ในกลไกมินิทรีพีตเตอร์ เพื่อเข้ามาแทนที่กลไก Maltese cross แบบดั้งเดิม



โครงสร้างนี้ช่วยให้การเคลื่อนที่ของแซตเทลไลต์ทำงานประสานกับการตีกลับอย่างรวดเร็วของเข็มรีโทรเกรด ทั้งสองระบบทำงานร่วมกันเพื่อสร้างการแสดงเวลาที่อยู่ในภาวะพร้อมเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง กลไกนี้สะท้อนแนวทางการผลิตนาฬิกาของ URWERK ได้อย่างชัดเจน ทั้งในแง่ของแนวคิดที่สามารถเข้าใจได้ทันที การทำงานที่พิถีพิถันในทุกรายละเอียด ผลลัพธ์ที่น่าตื่นตา และความซับซ้อนที่ซ่อนอยู่ภายใน

“สิ่งที่ผมสนใจในนาฬิกาไม่ได้มีเพียงสิ่งที่นาฬิกาแสดงออกมา แต่ยังรวมถึงความรู้สึกที่นาฬิกาสร้างขึ้นด้วย” Felix Baumgartner ช่างนาฬิการะดับมาสเตอร์และผู้ร่วมก่อตั้ง URWERK กล่าว “ผลงานที่สร้างสรรค์ขึ้นควรมีทั้งเอกลักษณ์ พลัง และตัวตนที่ชัดเจน และนั่นคือสิ่งที่ Golden Scorpion ถ่ายทอดออกมา ชื่อของรุ่นเพียงอย่างเดียวก็สื่อถึงความแข็งแกร่งและความดุดัน พลังนั้นสะท้อนผ่านการเคลื่อนไหวของกลไกที่เราพัฒนาขึ้น โดยเฉพาะความสัมพันธ์ระหว่างการเคลื่อนที่ของแซตเทลไลต์และการตีกลับอย่างรวดเร็วของเข็มรีโทรเกรด ทำให้ UR-150 ดูราวกับอยู่ในท่าพร้อมและตื่นตัวอยู่เสมอ ราวกับพร้อมจะเคลื่อนไหวได้ทุกเมื่อ”

เกี่ยวกับ URWERK
Felix Baumgartner ผู้ร่วมก่อตั้งและช่างนาฬิกาผู้ชำนาญการระดับมาสเตอร์ของ URWERK กล่าวว่า “เป้าหมายของเราไม่ใช่การนำกลไกซับซ้อนที่คุ้นเคยมาตีความใหม่อีกครั้ง แต่นาฬิกาแต่ละรุ่นของเรามีเอกลักษณ์ เพราะผ่านกระบวนการออกแบบที่คิดค้นขึ้นเป็นการเฉพาะ ความตั้งใจของเราคือการก้าวข้ามขอบเขตแบบดั้งเดิมของศาสตร์การผลิตนาฬิกาชั้นสูง และสร้างเส้นทางในแบบของเราเอง” เขากล่าวทิ้งท้าย

แนวคิดนี้สะท้อนผ่านคำกล่าวของ Martin Frei ผู้อำนวยการฝ่ายศิลป์และผู้ร่วมก่อตั้ง URWERK ที่กล่าวว่า “รากฐานทางศิลปะของผมมาจากความคิดสร้างสรรค์ที่ไร้ขีดจำกัด เมื่อก้าวออกจากกรอบของศาสตร์การผลิตนาฬิกาแบบดั้งเดิม ผมจึงนำมรดกทางวัฒนธรรมของตัวเองมาใช้ในการสร้างสรรค์แนวทางด้านงานออกแบบในรูปแบบใหม่”

แม้ URWERK จะเป็นแบรนด์ใหม่ในอุตสาหกรรมที่ก่อตั้งขึ้นในปี 1997 แต่กลับได้รับการยอมรับในฐานะผู้บุกเบิกวงการนาฬิกาอิสระ ด้วยกำลังการผลิตราว 200 เรือนต่อปี URWERK ยังคงเป็นเวิร์กช็อปงานฝีมือที่ผสานความเชี่ยวชาญด้านการผลิตนาฬิกาแบบดั้งเดิมเข้ากับแนวคิดการออกแบบที่ก้าวล้ำ สร้างสรรค์นาฬิกาที่มีความซับซ้อนและร่วมสมัย พร้อมเอกลักษณ์เฉพาะตัวตามมาตรฐานอันเข้มงวดของนาฬิกาชั้นสูง ทั้งการวิจัยและพัฒนาด้วยตนเอง การเลือกใช้วัสดุ และการตกแต่งด้วยมือ

ชื่อ URWERK มีรากศัพท์ย้อนกลับไปถึงเมืองอูร์ (Ur) ในเมโสโปเตเมีย เมื่อราว 6,000 ปีก่อนคริสตกาล ชาวสุเมเรียนสังเกตเงาที่ดวงอาทิตย์ทอดลงบนอนุสรณ์สถาน และเป็นผู้กำหนดหน่วยของเวลาที่เรายังคงใช้มาจนถึงทุกวันนี้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องบังเอิญหรือความสอดคล้องที่น่าสนใจ คำว่า “Ur” ในภาษาเยอรมันยังหมายถึง “จุดเริ่มต้น” หรือ “ต้นกำเนิด” ขณะที่พยางค์สุดท้ายของชื่อ URWERK มาจากคำภาษาเยอรมันว่า “werk” ซึ่งหมายถึง การสร้างสรรค์ การทำงาน และการคิดค้นนวัตกรรม ชื่อนี้จึงสะท้อนถึงความทุ่มเทของเหล่าช่างนาฬิกาผู้ชำนาญการที่ทำงานอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย และสืบสานศาสตร์การผลิตนาฬิกามาจนถึงปัจจุบัน จนกลายเป็นสิ่งที่เรียกว่านาฬิกาชั้นสูง (Haute Horlogerie)

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้