Last updated: 22 ต.ค. 2569 | 29 จำนวนผู้เข้าชม |
ตลอดเวลากว่า 20 ปีบนเส้นทางของ CVSTOS, Sassoun Sirmakes, CEO และ Co-Founder ของแบรนด์ยึดมั่นในแนวคิดที่ว่าการสร้างสรรค์นาฬิกาต้องก้าวข้ามขีดจำกัดเดิม โดยผสานสุนทรียศาสตร์อันโดดเด่นเข้ากับวิศวกรรมที่เปี่ยมด้วยสมรรถนะ ตั้งแต่การเลือกใช้วัสดุร่วมสมัยไปจนถึงการพัฒนากลไกและกระบวนการผลิตด้วยความประณีต สำหรับเขา นวัตกรรมไม่ใช่เพียงการสร้างความแปลกใหม่ แต่คือวิวัฒนาการที่ไม่หยุดนิ่ง โดยมีคุณภาพเป็นหัวใจสำคัญของทุกผลงานที่สะท้อนตัวตนและจิตวิญญาณของเมซงนาฬิกาอิสระจากสวิตเซอร์แลนด์แห่งนี้
การที่คุณเข้าสู่อุตสาหกรรมการผลิตนาฬิกาตั้งแต่อายุยังน้อยและได้สัมผัสกับทุกแง่มุมของธุรกิจ ส่งผลอย่างไรต่อแนวทางการสร้างสรรค์นวัตกรรมให้กับแบรนด์?
การเริ่มต้นทำงานตั้งแต่ยังเด็กทำให้เราเรียนรู้ได้เร็ว ปรับตัวและยืดหยุ่นได้ดีครับ ทุกๆ วงจรหรือช่วงอายุที่เปลี่ยนไปทำให้เราได้เรียนรู้สิ่งใหม่ทุกวัน เปรียบเสมือนการฝึกซ้อม ยิ่งเราเริ่มต้นเร็วและลงมือทำมากเท่าไร เราก็จะยิ่งเรียนรู้จากความผิดพลาดและปรับตัวได้ง่ายขึ้น ข้อดีของการเป็นคนหนุ่มสาวในตอนนั้นคือเรามีเวลามาก ไม่มีภาระครอบครัว และบางครั้งก็ทุ่มเทให้กับงานเพียงอย่างเดียว นอกจากนี้ยังทำให้เราได้สั่งสมประสบการณ์ว่าเครื่องจักรแบบไหนทำหน้าที่อะไร ช่างทำนาฬิกาคนไหนเหมาะกับงานประเภทใด อีกทั้งยังทำให้เราเข้าใจกลไกของทั้งอุตสาหกรรม รู้วิธีการตั้งโรงงาน และไม่ถูกคนอื่นหลอกเอาได้ง่ายๆ แต่นี่คือกระบวนการเรียนรู้และวิวัฒนาการที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องครับ
เมื่อต้องพัฒนาการนาฬิกาเรือนใหม่ขึ้นมา คุณเข้ามามีส่วนร่วมในขั้นตอนทางเทคนิคและวิศวกรรมมากน้อยแค่ไหน?
ช่วงเริ่มต้นแบรนด์เรามีดีไซเนอร์เพียงคนเดียวที่รับหน้าที่ออกแบบและคิดคอนเซปต์ทั้งหมด แต่พอแบรนด์เติบโตขึ้น เรามี DNA เป็นของตัวเอง ซึ่งต้องรักษาและเดินตามแนวทางนั้น ปัจจุบันมีผู้คนมากมายเข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการสร้างสรรค์ ตั้งแต่ตัวผมเอง ซีอีโอ ดีไซเนอร์ ไปจนถึงลูกค้าและผู้จัดจำหน่ายที่ชื่นชอบสไตล์ของแบรนด์ รวมถึงเหล่าแอมบาสเดอร์ที่เข้ามามีส่วนร่วมในการออกความเห็นและปรับแต่งคอลเลกชัน เราเปิดใจรับฟังไอเดียจากทุกคน เมื่อเราตกลงใจที่จะเดินหน้าโปรเจกต์นั้น มันจะมีหนทางค่อนข้างยาวไกลกว่าจะแปลงจากภาพดีไซน์ออกมาเป็นผลิตภัณฑ์จริง และระหว่างทางนั้นย่อมมีปัญหาเกิดขึ้นเสมอครับ ไม่ว่าจะเป็นการเลือกใช้วัสดุ การเลือกกลไก หรือการแก้ปัญหาเวลาที่กลไกบางตัวใช้งานไม่ได้ รวมถึงการมองหาซัพพลายเออร์ที่จะมาผลิตชิ้นส่วนที่ซับซ้อน ปัญหาเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้เกิดขึ้นทุกวัน และผมกับทีมผู้จัดการฝ่ายผลิตก็ต้องช่วยกันเผชิญหน้าและหาทางแก้ไขมันร่วมกันครับ
ทางแบรนด์สร้างความสมดุลระหว่าง "สุนทรียศาสตร์" และ "งานวิศวกรรม" เวลาที่ต้องสร้างสรรค์นาฬิกาเรือนใหม่อย่างไร?
นาฬิกาของเราค่อนข้างมีความสปอร์ต โดดเด่น และมีสีสัน ดังนั้น เวลาที่เราเริ่มออกแบบ ดีไซน์แรกที่ปรากฏบนหน้าจอคอมพิวเตอร์อาจจะมีมากถึง 10 รูปแบบที่แตกต่างกัน บางครั้งโลโก้อาจจะใหญ่หรือเล็กเกินไป ตัวเรือนอาจจะใหญ่หรือเล็กไป หรือส่วนสะพานจักรอาจจะยังดูไม่สวยงาม เราต้องปรับแต่งรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้เพื่อให้เกิดความว้าวในสายตาของลูกค้า อย่างเช่นเรือนที่เราเลือกทำเป็นสีขาวล้วนตัดกับสีทอง เราก็ต้องผ่านการปรับเปลี่ยนรายละเอียดการออกแบบให้เหมาะสมและลงตัวครับ
CVSTOS มีความเชื่อมโยงกับโลกแห่งวิศวกรรมยานยนต์และมอเตอร์สปอร์ต แนวคิดเชิงวิศวกรรมที่เน้นสมรรถนะจากแวดวงเหล่านั้นส่งผลอย่างไรต่อการพัฒนาทางเทคนิคของนาฬิกา?
เรื่องนี้มีสองมุมมองครับ เวลาที่เราคิดจะทำนาฬิกาที่ได้แรงบันดาลใจจากยานยนต์ ดีไซเนอร์หลายคนมักจะชอบเปิดกูเกิล ดูรูปรถยนต์ แล้วพยายามลอกแบบดีไซน์นั้นมาใส่ลงในนาฬิกา ซึ่งเป็นวิธีที่ค่อนข้างแย่ เพราะมันจะทำให้นาฬิกากลายเป็นแค่ "ของเล่น" ที่ดูไม่ค่อยดีนัก สิ่งที่ถูกต้องคือเราควรดึงเอา "แรงบันดาลใจ" มาใช้ เช่น รูปทรงหรือไอเดียย่อยๆ มันไม่ใช่การถ่ายเอกสารหรือก๊อปปี้โลกยานยนต์มาไว้ในนาฬิกาทั้งดุ้น แต่อีกมุมหนึ่งคือการนำเอาแนวคิดจากโลกแห่งกีฬามาปรับใช้ เพื่อทำให้นาฬิกาสวมใส่สบาย มีน้ำหนักเบา และตัวกลไกมีความแข็งแกร่ง จนกลายเป็นนาฬิกาสปอร์ตที่ใช้งานเล่นกีฬาได้จริงๆ นั่นคือแนวคิดที่เรายึดถือในปัจจุบัน มากกว่าการหยิบเอาไอเดียจากสนามแข่งมาแปะลงไปเฉยๆ แม้บางครั้งเราจะมีการนำแรงบันดาลใจจากวงการมอเตอร์สปอร์ต มอเตอร์ไบค์ หรือกีฬาต่อสู้มาปรับใช้บ้าง แต่เราก็จะเลือกหยิบมาแค่รายละเอียดเล็กๆ เพื่อมาเล่าเรื่อง เวลาที่คนมองผ่านๆ อาจจะยังไม่เห็นทันที แต่พอเราอธิบายเรื่องราวเบื้องหลัง พวกเขาจะเข้าใจและเห็นคุณค่า ไม่เช่นนั้นนาฬิกาก็จะกลายเป็นแค่ของเล่นครับ
การ "ท้าทายขนบธรรมเนียมดั้งเดิม" ในมุมมองของคุณหมายถึงอะไร?
เราท้าทายขนบธรรมเนียมผ่านการใช้วัสดุและการผสมผสานวัสดุที่หลากหลาย ซึ่งในนาฬิกาเรือนหนึ่งเราอาจจะใช้วัสดุที่แตกต่างกันถึง 20 ชนิด อย่างเช่นที่เราเลือกที่จะใช้อะลูมิเนียมซึ่งมีน้ำหนักเบามาก นั่นถือเป็นการท้าทายขนบเดิมๆ จากปกติที่นาฬิกาแบบดั้งเดิมจะไม่ใช้วัสดุประเภทนี้ แต่มักจะใช้วัสดุอื่น แต่ทุกวันนี้ไม่ใช่แค่ CVSTOS เท่านั้น แต่มีหลายแบรนด์ที่กล้าท้าทายขนบเดิมด้วยการใช้ตัวเรือนคาร์บอน ตัวเรือนแซฟไฟร์คริสตัล หรือเซรามิก ซึ่งสิ่งเหล่านี้ไม่ใช่แนวทางแบบดั้งเดิม แต่เป็นความทันสมัย นอกจากนี้ ในฐานะแบรนด์อิสระ เรายังเป็นแบรนด์ที่มีความอิสระทางด้านการผลิตกลไกด้วย ซึ่งแบรนด์อิสระหลายแห่งไม่มีโรงงานเป็นของตัวเอง แต่เรามีโรงงานผลิตที่ยอดเยี่ยมครับ
มีขนบธรรมเนียมการทำนาฬิกาแบบดั้งเดิมข้อไหนที่คุณเชื่อว่ายังคงควรค่าแก่การอนุรักษ์ไว้อยู่บ้าง?
มีแน่นอนครับ เช่น ขนบการผลิตแบบสวิส งานตกแต่งแบบดั้งเดิม และเรื่องของคุณภาพ สิ่งเหล่านี้คือขนบธรรมเนียมที่คุณอาจจะไม่ค่อยได้เห็นในแบรนด์จากฝั่งจีน แม้ว่าพวกเขาจะพัฒนาขึ้นมากแล้วก็ตาม แต่เรายังคงมีความเหนือกว่าในเรื่องของการเก็บงานและการผลิตกลไกที่มีความสร้างสรรค์สูง ถ้าคุณต้องการสร้างบริษัทนาฬิกาที่ไม่ได้ตั้งอยู่ในสวิตเซอร์แลนด์ มันยากมากที่จะหาซัพพลายเออร์หรือช่างทำนาฬิกาฝีมือดีมาทำงานร่วมด้วย ดังนั้นสิ่งเหล่านี้จึงถือเป็นขนบธรรมเนียมดั้งเดิมที่ควรค่าแก่การรักษาไว้ และท้ายที่สุด งานของเราค่อนข้างเป็นงานแฮนด์เมด ถ้าเป็นแบรนด์ใหญ่ที่ผลิตนาฬิกาสัปดาห์ละเป็นแสนเรือนแบบแบรนด์ยอดนิยมในตลาดอาจจะใช้เครื่องจักรทำเกือบทั้งหมด แต่เราเป็นผู้ผลิตอิสระ ทุกขั้นตอนทำด้วยมือ ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้คนจากทั่วโลกที่มาเยี่ยมชมโรงงานและเวิร์กช็อปของเราชื่นชอบมากๆ ครับ
หลังจากเดินทางร่วมกับ CVSTOS มากว่า 20 ปี อะไรคือหลักการสำคัญที่สุดที่คุณยึดถือเวลาตัดสินใจว่าไอเดียหนึ่งๆ นั้นคู่ควรกับแบรนด์จริงๆ?
สำหรับผมแล้ว สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ "คุณภาพ" ครับ ผมพยายามอย่างที่สุดที่จะรักษาคุณภาพระดับสูงสุดไว้เสมอ มีการควบคุมการผลิตอย่างเข้มงวด และพยายามพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้นเรื่อยๆ ไม่หยุดอยู่กับที่แม้ว่าในปีนั้นๆ ยอดขายจะออกมาดีก็ตาม การสร้างกลไกนาฬิกาขึ้นมาสักตัวเป็นเรื่องที่ยากมากๆ ครับ ถ้าเป็นการซื้อกลไกสำเร็จรูปมาแล้วแค่เปลี่ยนสีสันภายนอกอันนั้นมันง่าย แต่ถ้าเป็นการเริ่มต้นสร้างชิ้นส่วนเล็กๆ กว่า 100 ถึง 150 ชิ้นขึ้นมาจากศูนย์ด้วยตัวเอง มันเป็นความท้าทายที่ใหญ่หลวงมาก ถ้าเราต้องผลิตนาฬิกาแค่ 5 หรือ 10 เรือนมันอาจจะพอไหว แต่พอมันต้องผลิตทุกเดือนและมักจะมีชิ้นส่วนบางอย่างตกหล่นหรือขาดหายไปอยู่เสมอ นั่นจึงเป็นเหตุผลที่หลักการของผมคือการพยายามสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ เพื่อให้เกิดวิวัฒนาการอยู่เสมอ อย่างเมื่อ 4 ปีที่แล้วผมซื้อเครื่องจักรชุดใหม่เข้ามาเพื่อผลิตนาฬิกาสไตล์นี้โดยเฉพาะ การยึดมั่นในหลักการที่จะลองทำสิ่งใหม่ๆ อยู่เสมอ ไม่เพียงแต่นำพาความก้าวหน้ามาสู่งานนาฬิกาเท่านั้น แต่มันยังส่งผลดีต่อชีวิตส่วนตัวและทุกๆ ด้านของเราด้วยครับ
7 ต.ค. 2569
19 ต.ค. 2569
7 ต.ค. 2569