VAN CLEEF & ARPELS Poetry of Time

Last updated: 4 พ.ย. 2569  |  31 จำนวนผู้เข้าชม  | 

VAN CLEEF & ARPELS Poetry of Time

เพื่อสืบทอดมุมมองอันงดงามดุจบทกวีที่มีต่อชีวิต Van Cleef & Arpels นำมิติแห่งความงามอันโดดเด่นเป็นหนึ่งของตนมาสอดแทรกลงสู่ศิลปะของการผลิตนาฬิกาข้อมือเพื่อจุดประกายความฝัน และอารมณ์ บทบรรจบระหว่างประดิษฐกรรมอันเป็นเลิศ กับจินตนาการ เมซงอาศัยรกรากประวัติศาสตร์อันยาวนานของตน ร่วมกับแรงบันดาลใจต่างขั้ว ที่ล้วนเป็นแบบฉบับเฉพาะตัวมาเรียงร้อยรขึ้นเป็นงานออกแบบเล่าขานเรื่องราวแห่งความรัก, ศิลปะทางการตัดเย็บ และวัฒนธรรมการแต่งกาย, วัฏจักรธรรมชาติ, ดาราศาสตร์ รวมถึงปรากฏการณ์ต่างๆ บนเอกภพ ตลอดจนเหล่านางฟ้า นางระบำผ่านรายละเอียดตกแต่งบนหน้าปัดนาฬิกา  มอบความงดงามเปี่ยมความหมายเลอค่าอย่างอย่างแท้จริง



ปรัชญาการสร้างสรรค์ “บทกวีบอกเวลา” ดังกล่าว ปรากฏให้ประจักษ์อย่างชัดเจนใน Poetic Complications คอลเลกชันนาฬิการะบบซ้อนกลไกซึ่งมีจุดเริ่มต้นขึ้นระหว่างปีค.ศ. 2006 ในฐานะบทระดมความ ชำนาญชั้นสูงของประดิษฐกรรมกลไกระบบต่างๆ หลอมรวมร่วมกับหัตถศิลป์งานฝีมือหลากแขนงโดยอาศัยไหวพริบพลิกแพลงทักษะในกระบวนการสรรค์สร้างเครื่องประดับชั้นสูงของเมซง ก่อกำเนิดเป็นผลงานสะกดสายตา จุดประกายจินตนาการ นำมาซึ่งความสุข เบิกบานใจกับทุกครั้งยามดูเวลา จากนาฬิกาข้อมือ Lady Arpels Centenaire (เลดี อารเปลส์ ซ็องเตอแนร) ตั้งชื่อเพื่อเป็นที่ระลึกถึงวาระครบรอบหนึ่งร้อยปีของเมซง ติดตั้งระบบควบคุมการขับเคลื่อนปฏิทินสี่ฤดู Quantième de Saison (ก็องติแญ็ม เดอ เซซง) มาจนถึงผลงานรุ่นต่างๆ ของนาฬิกาข้อมือ “สะพานแห่งความรัก” Pont des Amoureux (ปงต์ เดซามูเรอกซ์), นาฬิกาข้อมือ “จากทิวาสู่ราตรี”Jour Nuit (ฌูร นุยต์) และ “พฤกษาบอกเวลา” หรือ Heures Florales (เออรส์ ฟลอราลส์) แต่ละผลงานสร้างสรรค์จาก Poetic Complications ล้วนแสดงให้เห็นถึงมุมมองสุดละเมียดละไมในการก่อภวังค์อารมณ์ผ่านหน้าปัดบอกเวลา ชำนาญชั้นสูงของประดิษฐกรรมกลไกระบบต่างๆ หลอมรวมร่วมกับหัตถศิลป์งานฝีมือหลากแขนงโดยอาศัยไหวพริบพลิกแพลงทักษะในกระบวนการสรรค์สร้างเครื่องประดับชั้นสูงของเมซง ก่อกำเนิดเป็นผลงานสะกดสายตา จุดประกายจินตนาการ นำมาซึ่งความสุข เบิกบานใจกับทุกครั้งยามดูเวลา จากนาฬิกาข้อมือ Lady Arpels Centenaire (เลดี อารเปลส์ ซ็องเตอแนร) ตั้งชื่อเพื่อเป็นที่ระลึกถึงวาระครบรอบหนึ่งร้อยปีของเมซง ติดตั้งระบบควบคุมการขับเคลื่อนปฏิทินสี่ฤดู Quantième de Saison (ก็องติแญ็ม เดอ เซซง) มาจนถึงผลงานรุ่นต่างๆ ของนาฬิกาข้อมือ “สะพานแห่งความรัก” Pont des Amoureux (ปงต์ เดซามูเรอกซ์), นาฬิกาข้อมือ “จากทิวาสู่ราตรี”Jour Nuit (ฌูร นุยต์) และ “พฤกษาบอกเวลา” หรือ Heures Florales (เออรส์ ฟลอราลส์) แต่ละผลงานสร้างสรรค์จาก Poetic Complications ล้วนแสดงให้เห็นถึงมุมมองสุดละเมียดละไมในการก่อภวังค์อารมณ์ผ่านหน้าปัดบอกเวลา

Midnight Jour Nuit Phase de Lune
จากผลงานรุ่นต้นแบบ อันเป็นจุดเริ่มต้นคอลเลกชันนาฬิกาข้อมือระบบซ้อนกลไกขับเคลื่อน 24 ชั่วโมงรุ่น “จากทิวาสู่ราตรี” หรือ Jour Nuit (ฌูร นุยต์) เมื่อปีค.ศ. 2008 และถูกนำมารังสรรค์ขยายผลในปีค.ศ. 2024 Van Cleef & Arpels ขอแนะนำผลงานรุ่นใหม่ “ดิถีจันทร์” หรือ Midnight Jour Nuit Phase de Lune (มิดไนต์ ฌูร นุยต์ ฟาส์ เดอ ลูน) โดยอาศัยแรงบันดาลใจจากปรากฏการณ์ข้างขึ้นถึงข้างแรมของดวงจันทร์ ออกแบบระบบซ้อนสองกลไกติดตั้งไว้ในตัวเรือน ในขณะที่กลไกแรกคือระบบขับเคลื่อนผืนหน้าปัดหมุนวนต่อเนื่อง 24 ชั่วโมงจากกลางวันสู่กลางคืน อันเป็นที่มาของชื่อผลงานสะท้อนรายละเอียดการออกแบบบนหน้าปัดกลไกลำดับสองคือ “ระบบขับเคลื่อนตามวิถีดาราศาสตร์” หรือ astronomical complication แสดงปรากฏการณ์ “ดิถีจันทร์” อันหมายถึงการเปลี่ยน รูปทรงของดวงจันทร์จากข้างขึ้นถึงข้างแรม จากจันทร์เต็มดวงถึงจันทร์เสี้ยวซึ่ง Van Cleef & Arpels ได้พัฒนาขึ้นเป็นประดิษฐกรรมบอกเวลาในอุตสาหกรรมผลิตนาฬิกาข้อมือเมื่อปีค.ศ. 1929

ภายในกรอบตัวเรือนทองคำสีขาวของงานออกแบบ Midnight (นาฬิกาข้อมือสำหรับผู้ชายของเมซง) ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 42 มม. พื้นหน้าปัดจำลองความวิจิตรตระการตาของเวิ้งจักรวาลประดับหมู่ดาวประกายบรอนซ์ลงสู่แผ่นแก้วพรรณรายหัตถกรรมมูราโน (Murano aventurine glass) ดำขลับได้อย่างสมจริง เป็นผลจากความมุ่งมั่นสรรค์สร้างของแผนกพัฒนานวัตกรรม (Innovation Department) ของ Van Cleef & Arpels รองรับแม่มุกมาเธอร์-ออฟ-เพิร์ลสลักลายริ้วรัศมีตะวันหรือ guilloché (กวิโญเช) เคลือบสีไล่เฉดจากดำถึงขาวต่างโค้งขอบดาวเคราะห์โลกเป็นแผ่นประกบด้านหน้าทำหน้าที่เสมือนกลไก “เล่น-ซ่อน-หา” ระหว่างพระอาทิตย์กับพระจันทร์เคลื่อนคล้อยตามวิถีโคจร 24 ชั่วโมงต่อวัน ระหว่างวัน ทองคำสลักลายริ้วรัศมีตะวันจะปรากฏบนพื้นหน้าปัดต่างดวงอาทิตย์เคลื่อนตัวตามตำแหน่งวิถีจริงที่มองเห็นจากผืนโลกจนลับหายภายใต้โค้งเส้นขอบฟ้าเปิดทางให้ดวงจันทร์รังสรรค์จากแผ่นแม่มุก หรือมาเธอร์-ออฟ-เพิร์ลสีขาว คล้อยโคจรขึ้นมาแทนที่ท่ามกลางฝูงดาวอะคริลิก

ในขณะที่ปรากฏการณ์บนผืนฟ้าจากกลางวันถึงกลางคืนอันเป็นผลจากการหมุนรอบตัวเองของดาวเคราะห์โลกจากทิศตะวันตกไปทิศตะวันออกอาศัยแผ่นจานหมุน ฟันเฟืองสำคัญของกลไกขับเคลื่อน 24 ชั่วโมง (24-hour movement) ซึ่งถูกพัฒนาขึ้นสำหรับใช้กับงานออกแบบนาฬิกา ข้อมือ “จากทิวาสู่ราตรี” รุ่นต้นแบบ เพื่อเพิ่มความสมจริงในการเปลี่ยนแปลงรูปร่างของดวงจันทร์จากเต็มดวงในข้างขึ้นสู่จันทร์เสี้ยวในข้างแรมตามวิธีโคจร 29.5 วันรอบโลกของผลงานรุ่น “ดิถีจันทร์” ครั้งนี้ เมซงได้พัฒนาอีกหนึ่งกลไก ที่ถึงแม้ในเวลาจริง ดวงจันทร์จะยังซ่อนตัวอยู่หลังแผ่นแม่มุกสลักลายต่างขอบโลก ผู้สวมใส่ก็สามารถเรียกดูคืนข้างขึ้นหรือข้างแรมได้ด้วยการกดปุ่มฝั่งตรงข้ามเยื้องตำแหน่งเม็ดมะยมสั่งงานหมุนแผ่นหน้าปัด 360° เป็นเวลาประมาณ 10 วินาทีเผยความตระการตาขอบดาวบริวารท่ามกลางงานประดับหมู่ดาวระยับแสง เรื่องราวในระบบสุริยจักรวาลดำเนินต่อเนื่องมาสู่แผ่นฝาหลังตัวเรือนทองคำสีขาวสลักลายถ่ายแบบผิวดวงจันทร์ เจาะช่องกลมเผยให้เห็นกลไกจานเหวี่ยงประกบแผ่นแก้วไพลิน (sapphire crystal) รองรับงานฝีมือจิตรกรรมลงยาดาวเคราะห์จำลองวนรอบโลกตัดเวิ้งฟ้าสลักลายริ้วรัศมีตะวันจุดประกายจินตนาการถึงการเงยหน้ามองระบบจักรวาลจากดวงจันทร์


Midnight Jour Nuit Phase de Lune watch
White gold, yellow gold, white mother-of-pearl, aventurine glass,
self-winding mechanical movement equipped with a combined moonphase and day/night display, on-demand animation

Lady Arpels Ballerine Enchantée watch
เพื่อแสดงถึงจุดยืนในมุมมองอันงดงามที่มีต่อชีวิต Van Cleef & Arpels ได้หลอมรวมมิติหนึ่ง ซึ่งมีความโดดเด่น เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวเข้าไว้ในศิลปะการสร้างสรรค์นาฬิกาข้อมือ นั่นก็คือมิติแห่งความฝัน และอารมณ์ ด้วยบทบรรจบระหว่างประดิษฐกรรมกับจินตนาการ เมซงให้กำเนิดผลงานบอกเวลาอันแม่นยำผ่านรายละเอียดสุดอัศจรรย์ จุดประกายความฝันได้อย่างเสมอมา

ในการถ่ายทอดความวิจิตรบรรจงให้แก่บทกวีบอกเวลา เมซงอาศัยแง่มุมต่างๆ ทางประวัติศาสตร์ความเป็นมาของตน ร่วมกับบรรดาแหล่งกำเนิดแรงบันดาลใจอันถือเป็นสัญลักษณ์เฉพาะตัว ผลงานสร้างสรรค์ต่างๆ ชวนให้นึกถึงมรดกแห่ง Van Cleef & Arpels ที่ดำรงอยู่คู่เคียงกับเรื่องราวบทใหม่ของความรัก และเครื่องหมายนำโชค เหล่านางฟ้า และนางระบำเคลื่อนกายบอกโมงยาม ในขณะที่วงจรของธรรมชาติเปลี่ยนจังหวะสอดคล้องกับครรลองของจักรวาล นาฬิกาข้อมือแต่ละรุ่น จากแต่ละคอลเลกชัน ล้วนทำหน้าที่บอกเวลาอย่างงามสง่าผ่านเรื่องราวอันเปี่ยมเสน่ห์ประทับใจ

Lady Arpels Ballerine Enchantée Or Rose watch
Rose gold, White gold, Diamond, Enamel

Lady Arpels Heures Florales and Lady Arpels Heures Florales Cerisier
ราวกับบทฉันทลักษณ์อันสละสลวยซึ่งถูกร้อยรจนาขึ้นสรรเสริญความงามล้ำเลอค่าอันชวนให้หลงใหลตราตรึงใจของธรรมชาติมานับตั้งแต่ปี 1906 เมซงอาศัยแรงบันดาลใจจากแนวทางการออกแบบนาฬิกาดอกไม้ที่เรียกว่า Horologium Florae (โฮโรโลเจียม ฟลอแร) ซึ่งคาร์ล วอน ลินเน (Carl von Linné/ชื่อเดิมก่อนได้รับบรรดาศักดิ์คือคาร์ล ลินเนียส) ได้พัฒนาขึ้นระหว่างปี 1748 และมีตีพิมพ์เป็นหลักฐานปรากฏในหนังสือ “ปรัชญารุกขชาติ” หรือ Philosophia Botanica เมื่อปี 1751 จากหลายๆ ภาพประกอบของหนังสือเล่มนี้ จะเห็นได้ว่านักพฤกษศาสตร์สัญชาติสวีดิชผู้นี้ อธิบายถึงสวนสมมุติแบบต่างๆ อันอาศัยหลักการเดียวกับกลุ่มดาวนาฬิกา (กลุ่มดาวลูกตุ้มซึ่งมีชื่อเรียกว่า Horologium เช่นเดียวกัน) มาเทียบเคียงร่วมกับทฤษฎีการคัดสรรพรรณไม้ที่จะผลิดอกบาน และหุบกลีบของตนตามเวลาเฉพาะโดยจัดตำแหน่งอยู่ในวงกรอบนาฬิกาเพื่อให้ไม้ดอกแต่ละสายพันธุ์เหล่านั้นทำหน้าที่บอกเวลาตามพฤติกรรมธรรมชาติของตน อย่างเช่นดอกแดนดิไลออนจะบานตอนตีห้า หรือบัววิกตอเรียขาวจะบานตอนเจ็ดโมงเช้า และดาวเรืองฝรั่งที่จะหุบกลีบดอกตอนบ่ายสาม หรือฝิ่นประดับ (Iceland poppy) หุบกลีบตอนหนึ่งทุ่ม ส่วนดอกชมจันทร์ หรือดอกไม้จีนจะหุบกลีบตอนสองทุ่ม เป็นต้น

Van Cleef & Arpels นำหลักการเดียวกันนี้มารังสรรค์ขึ้นเป็นผลงานชิ้นใหม่อย่างที่ไม่เคยมีปรากฏมาก่อนถึงสองรุ่นนั่นก็คือนาฬิกาข้อมือ Lady Arpels Heures Florales กับ Lady Arpels Heures Florales Cerisier เจ้าของหน้าปัดสามมิติซึ่งอาศัยการเคลื่อนไหวของกลีบดอกที่จะหุบปิด และผลิบานอย่างอ่อนช้อยทั้ง 12 ดอกมาเป็นสื่อบอกเวลาอย่างน่าอัศจรรย์ จังหวะสลับเปลี่ยนไปมาเหล่านี้ จะกลายเป็นฉากตระการตาชวนให้พิศวง และติดตามในทุกๆ 60 นาที


Lady Arpels Heures Florales Cerisier watch
38mm case in rose gold, diamonds Dial in rose gold, white gold, yellow gold, pink sapphires, yellow and white diamonds, white mother-of-pearl, miniature painting Automatic mechanical movement, fitted with a module opening the flowers for the hours and a lateral display for the minutes Shiny pink alligator strap

Lady Arpels Heures Florales watch
38mm case in white gold, diamonds Dial in white gold, rose gold, yellow gold, yellow and white diamonds, white mother-of-pearl, miniature painting Automatic mechanical movement, fitted with a module opening the flowers for the hours and a lateral display for the minutes Shiny blue alligator strap

Lady Arpels Bal des Amoureux Automate
เพื่อสานต่อเรื่องราวสุดโรแมนติกบน “สะพานแห่งความรัก” ของนาฬิกาข้อมือ Pont des Amoureux (ปงต์ เดซามูเรอซ์) เมซงจารึกการนัดพบครั้งใหม่ในงานลีลาศผ่าน “นาฏกรรมแห่งความรัก” งานออกแบบหน้าปัดนาฬิกาข้อมือหุ่นกล Lady Arpels Bal des Amoureux Automate (เลดี อารเปลส์ บาล เดซามูเรอโซโตมัต) รังสรรค์บรรยากาศชวนฝันของลานเต้นรำในคาเฟชานเมืองปารีส สถานที่ยอดนิยมของหนุ่มสาวทั้งหลายระหว่างศตวรรษที่ 19 โดยอาศัยกลไกขับเคลื่อนหุ่นกลคู่รักให้มาจูบทักทายแก่กันยามเที่ยงวัน และเที่ยงคืน อีกทั้งยังมีปุ่มกดบนตัวเรือนสั่งงานระบบดำเนินฉากรักแสนหวานนี้ได้อีกทุกเวลาตามต้องการ ในขณะเดียวกับที่กลไกเข็มตีกลับซ้อนระบบ (double retrograde system) อันเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์เฉพาะตัวของคอลเลกชัน ถูกใช้ติดตั้งดาวสองดวงสำหรับทำหน้าที่แยกกันบอกชั่วโมง และนาทีท่ามกลางงานตกแต่งหน้าปัดห้าระนาบมิติความลึกจากการใช้ศิลปะไล่เฉดในงานลงยาผงสีก่อเงาแสงหรือ grisaille นำมาซึ่งผลลัพธ์ประดุจจิตรกรรมค่าต่างแสง (chiaroscuro) ภาพผืนฟ้าประดับดาวยามราตรี เสน่ห์ชวนฝันตามจินตนาการในงานออกแบบนาฬิกาข้อมือหุ่นกล Lady Arpels Bal des Amoureux Automate ปรากฏเป็นจริงให้จับต้องได้ก็ด้วยความพิถีพิถัน และใส่ใจในทุกรายละเอียดตลอดกระบวนการทำงานของบรรดาผู้เชี่ยวชาญแผนกผลิตนาฬิกาข้อมือ Van Cleef & Arpels ที่กรุงเจนีวา หลังสี่ปีกับการดำเนินงานศึกษา วิจัย และพัฒนา ทีมผู้เชี่ยวชาญก็ประสบความสำเร็จกับการสรรค์สร้างประดิษฐกรรมหุ่นกลรุ่นใหม่อย่างไม่เคยมีปรากฏมาก่อนในคอลเลกชันทั้งหลายของเมซง นั่นก็คือ เมื่อเริ่มต้นระบบขับเคลื่อน หุ่นกลแต่ละตัวคล้ายกับมีชีวิตโดยพลันด้วยการเคลื่อนที่เข้าหากัน จากนั้นจึงเอนตัวมาจับมือประสาน อันเป็นผลจากงานประกอบข้อต่อสามชิ้นส่วน ไม่ต่างอันใดจากมนตราเนรมิต ช่างฝีมือผู้ชำนาญต้องใช้ความประณีต พิถีพิถันอย่างสูงสุดกับงานออกแบบซึ่งมีมิติทรงขนาดเล็กอย่างยิ่งสำหรับนำไปใช้ติดตั้งเข้าไว้ในกรอบตัวเรือนอันเพรียวบาง ภายใต้การปิดบังอย่างแยบคายทางรายละเอียดตกแต่งบนพื้นหน้าปัด ในส่วนของรายละเอียดเติมเต็ม ราวไฟประดับเหนือถนนปูหินสายต่างๆ กลางมหานครปารีส ถูกจำลองแบบผ่านงานฝีมือต่างเทคนิค ทั้งลงยาจุดสี ทั้งประติมากรรมทองคำขาวโดยอาศัยความประณีต พิถีพิถันเหนือชั้นของช่างศิลป์ประจำเมซงผู้ร่วมกันดำเนินความต่อเนื่องของเรื่องราวมาสู่ด้านหลังตัวเรือนด้วยเทคนิค “ลงยารูป-ลอก” (enamel decal) บนแก้วไพลินร่วมกับงานแกะสลักร่องลายสองหนุ่มสาวจับคู่เต้นรำ


Lady Arpels Pont des Amoureux watch
White gold, diamonds, enamel
Self-winding mechanical movement featuring a double retrograde
module and on-demand animation



Lady Arpels Bal des Amoureux Automate watch
White gold, diamonds, enamel
Self-winding mechanical movement featuring a double retrograde
mechanism, automaton and on-demand animation

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

TUDOR Royal

4 พ.ย. 2569

ROLEX US Open

3 พ.ย. 2569

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้