HUBLOT Big Bang Unico SR_A

Last updated: 27 ม.ค. 2569  |  90 จำนวนผู้เข้าชม  | 

HUBLOT Big Bang Unico SR_A

Hublot (อูโบลท์) จับมือกับดีไซเนอร์ชาวอังกฤษ Samuel Ross MBE (ซามูเอล รอสส์ เอ็มบีอี) สานต่อความร่วมมือด้านการออกแบบ ด้วยการเปิดตัว Big Bang Unico SR_A (บิ๊ก แบง ยูนิโค่ เอสอาร์_เอ) ผ่านการขับเคลื่อนด้วยกลไก Unico (ยูนิโค่) โครโนกราฟ

Big Bang Unico SR_A คือก้าวใหม่ของความร่วมมือระหว่าง Hublot และ Samuel Ross โดยเป็นครั้งแรกที่งานออกแบบสไตล์ SR_A ถูกนำมาผสานกับกลไก Unico ซึ่งเป็นกลไกอินเฮาส์ของ Hublot ถ่ายทอดแนวคิดการออกแบบเชิงอุตสาหกรรมอันเป็นเอกลักษณ์ของ Ross มาบรรจบกับกลไกโครโนกราฟระดับไอคอนของ Hublot อย่างกลมกลืน


ผลิตในจำนวนจำกัดเพียง 200 เรือน โดดเด่นด้วยตัวเรือนเซรามิกสีเดียวทั้งเรือน และสายยางลวดลายรังผึ้งที่ออกแบบขึ้นใหม่ เพื่อต่อยอดแนวคิดการออกแบบจากนาฬิกา SR_A Tourbillon (เอสอาร์_เอ ทูร์บิญอง) ทั้ง 3 รุ่นก่อนหน้า ด้วยการผสานงานวิศวกรรมเซรามิก รูปทรงเรขาคณิตทางด้านอุตสาหกรรม และประสิทธิภาพของกลไก Unico ทำให้ Big Bang Unico SR_A มีความหลากหลายมาก

ยิ่งขึ้น ในขณะเดียวกันก็ยังคงสะท้อนแนวคิดศิลปะแห่งการผสมผสาน (Art of Fusion) และเอกลักษณ์เฉพาะตัวของ Samuel Ross ได้อย่างชัดเจน

Big Bang Unico SR_A คือผลลัพธ์ของความร่วมมือที่พัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยยึดพื้นฐานจากโครงสร้าง นวัตกรรมด้านวัสดุ และการออกแบบในแบบร่วมสมัย นับตั้งแต่ปี 2020 เป็นต้นมา Hublot และ Samuel Ross ได้ร่วมกันสร้างสรรค์เอกลักษณ์ด้านงานออกแบบที่ชัดเจน ผ่านนาฬิกา SR_A Tourbillon 3 รุ่นด้วยกัน

นาฬิการุ่นใหม่นี้มาพร้อมตัวเรือนขนาด 42 มิลลิเมตร ผลิตจากเซรามิกสีดำตกแต่งด้วยการขัดซาตินและขัดเงา สะท้อนรูปทรงเรขาคณิตที่แข็งแกร่งและโครงสร้างแบบโมดูลาร์อันเป็นเอกลักษณ์ของผลงานในตระกูล Big Bang ขณะที่การใช้โทนสีดำทั้งเรือนช่วยให้งานออกแบบสไตล์ SR_A ดูเรียบ เท่ และลดทอนรายละเอียดลงได้อย่างลงตัว


จุดเด่นของงานออกแบบอยู่ที่ลวดลายรังผึ้งซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของ Samuel Ross ที่เคยปรากฏในผลงานประติมากรรมของ SR_A และนาฬิการุ่นลิมิเต็ดก่อนหน้า โดยในรุ่นนี้ลวดลายดังกล่าวได้ถูกนำมาใช้กับสายยางลวดลายพิเศษที่ออกแบบและพัฒนาขึ้นใหม่โดยเฉพาะสำหรับรุ่นนี้ มีน้ำหนักเบา สวมใส่สบาย และให้ภาพลักษณ์แบบสถาปัตยกรรม จึงช่วยเสริมคาแรกเตอร์ให้กับผลงานในรุ่น SR_A ได้อย่างชัดเจน โดย Samuel Ross อธิบายว่า “ลวดลายรังผึ้งคือการลดทอนรายละเอียดของนาฬิกา เพื่อทำให้ดีไซน์ดูโปร่งและเบาขึ้น”

หน้าปัดสเกเลตันสีดำแมตต์เปิดให้เห็นรายละเอียดสำคัญของกลไก Unico อาทิ คอลัมน์วีลที่ตำแหน่ง 6 นาฬิกา และระบบโครโนกราฟ แบบโปร่ง ช่วยขับเน้นให้เห็นถึงโครงสร้างทางเทคนิคของกลไก MHUB1280 ซึ่งมาพร้อมฟังก์ชันโครโนกราฟระบบฟลาย แบ็ก ซิลิคอนเอสเคปเมนต์ และประสิทธิภาพการสำรองพลังงานได้นานถึง 72 ชั่วโมง

การผลิตในจำนวนจำกัด 200 เรือน สะท้อนทิศทางใหม่ของความร่วมมือครั้งนี้อย่างชัดเจน จากเดิมที่นาฬิกาในตระกูล SR_A
รุ่นก่อนหน้าผลิตในจำนวนจำกัดมากและมุ่งเน้นงานกลไกทูร์บิญองเชิงศิลป์ นาฬิการุ่น Big Bang Unico SR_A ได้นำเอกลักษณ์งานออกแบบของศิลปินมาถ่ายทอดในรูปแบบที่เข้าถึงได้ง่ายยิ่งขึ้น เหมาะกับการใช้งานในชีวิตประจำวันมากขึ้น และสามารถเชื่อมโยงเข้ากับคอลเลกชั่น Big Bang ได้อย่างลงตัว


Julien Tornare (จูเลี่ยน ทอร์นาเร่) CEO ของ Hublot กล่าวว่า “Big Bang Unico SR_A คือการผสานกลไกอินเฮาส์เข้ากับแนวคิดการออกแบบของ Samuel Ross ได้อย่างกลมกลืน และยังมีความหมายพิเศษสำหรับเรา เนื่องจากตรงกับวาระครบรอบ 20 ปีของนาฬิกา All Black เรือนแรกของ Hublot จึงยิ่งทำให้ความร่วมมือกับ Samuel Ross ในครั้งนี้มีคุณค่ามากขึ้นเป็นพิเศษ นี่คือพัฒนาการตามธรรมชาติของความร่วมมือที่เปิดกว้างและเข้าถึงได้มากขึ้น ขณะเดียวกันก็ยังคงยึดมั่นในนวัตกรรม ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของ SR_A มาตั้งแต่เริ่มต้น”

Samuel Ross กล่าวว่า “ความดุดัน พลัง และความเร็ว นาฬิกาโครโนกราฟรุ่นซิกเนเจอร์ SR_A เรือนแรกกับ Hublot ที่ต่อยอดด้านการออกแบบจากลอนดอนถึงเจนีวา นาฬิการุ่นนี้ถูกออกแบบให้เน้นการใช้งานจริง แข็งแกร่ง ทนทาน และรองรับไลฟ์สไตล์ที่

ต้องการความคล่องตัว นาฬิกาซึ่งถูกนิยามให้เป็นเครื่องจักรที่สวมใส่บนข้อมือสำหรับการใช้งานแบบสมบุกสมบัน โดยมาพร้อมตัวเรือนเซรามิกสีดำที่ออกแบบขึ้นใหม่ทั้งหมด ปรับโฉมและตีความกลไก Unico อันเป็นเอกลักษณ์ของ Hublot ในมุมมองใหม่ สะท้อนความมุ่งมั่นในการผลักดันขอบเขตของการประดิษฐ์นาฬิกายุคใหม่ ผ่านงานออกแบบที่ท้าทายกรอบเดิมและการเลือกใช้วัสดุที่โดดเด่น”

การผสานตัวเรือนเซรามิกสีดำล้วน งานออกแบบตามสไตล์ SR_A และกลไก Unico ทำให้ Big Bang Unico SR_A กลายเป็นก้าวใหม่ของความร่วมมือครั้งนี้ พร้อมย้ำภาพลักษณ์ของ Hublot ในฐานะแบรนด์ที่เชื่อมโยงโลกของการประดิษฐ์นาฬิกา งานออกแบบ และวัฒนธรรมร่วมสมัยเข้าไว้ด้วยกันอย่างกลมกลืน


Big Bang Unico SR_A รุ่นใหม่ พร้อมวางจำหน่ายแล้วที่บูติก Hublot ที่ได้รับการคัดเลือก และทางออนไลน์ผ่านทาง hublot.com

เกี่ยวกับ HUBLOT
ในปี 1980 นับเป็นครั้งแรกที่นาฬิกาแบรนด์หนึ่งได้กล้าประกอบตัวเรือนทองคำเข้ากับสายยาง ซึ่งได้มาพลิกโฉมวงการนาฬิกาชั้นสูง ด้วยดีไซน์อันโดดเด่นของขอบตัวเรือนทรงช่องหน้าต่างเรือที่มีสกรูปรากฏให้เห็นเด่นชัด จึงเป็นที่มาของชื่อ Hublot (อูโบลท์) พร้อมกับแนวคิดของศิลปะแห่งการผสมผสาน (Art of Fusion) 

ในปี 2005 ทางแบรนด์ได้ยกระดับความคิดสร้างสรรค์ไปอีกขั้นด้วยการเปิดตัว Big Bang (บิ๊ก แบง) มาพร้อมดีไซน์อันมีเอกลักษณ์ ขนาดของตัวเรือนที่เหมาะสม และตัวเรือนในแบบหลายชั้น โดยในปีเดียวกัน Hublot ได้รับรางวัลการออกแบบยอดเยี่ยม (Best Design) จากงาน Grand Prix d'Horlogerie de Genève ตั้งแต่นั้นมา ด้วยวิสัยทัศน์ที่มาปฏิวัติวงการ นาฬิกา Big Bang ไม่เคยหยุดการพัฒนาและต่อยอดผลงานอย่างต่อเนื่อง และนี่คือนาฬิกาไอคอนเรือนแรกแห่งศตวรรษที่ 21

แนวคิดของการผสมผสานแฝงอยู่ในทุกองค์ประกอบ และเป็นแกนหลักที่แฝงไว้ในทุกคอลเลกชั่น นาฬิกา Big Bang ได้พลิกโฉมอุตสาหกรรมนาฬิกาอย่างสิ้นเชิง ในขณะที่ Classic Fusion (คลาสสิก ฟิวชั่น) ได้ผสานความโดดเด่นและเรียบง่ายได้อย่างสมดุล ส่วน Exceptional Timepieces (เอ็กเซ็ปชั่นนอล ไทม์พีซเซส) ได้เขียนนิยามแห่งความคาดหวังขึ้นใหม่กับผลงานสร้างสรรค์ที่มีรูปแบบไม่เหมือนใคร และด้วยแนวทางที่ท้าทายขนบธรรมเนียม Hublot ได้ถ่ายทอด DNA ของแบรนด์ผ่านกลไก In-house อย่าง Unico (ยูนิโค่), Meca-10 (เมก้า-10) และ Tourbillon (ทูร์บิญอง) ที่มาเพิ่มอีกมิติให้กับศิลปะแห่งการผสมผสาน

ศาสตร์แห่งการผสามผสาน คือสิ่งที่ฝังแน่นอยู่ในจิตวิญญาณของ Hublot ไม่ใช่แค่ภายในโรงงาน La Manufacture เท่านั้น แต่ยังสะท้อนออกมาในทุกมิติของแบรนด์ ความมหัศจรรย์สามารถเกิดขึ้นได้บนสนามฟุตบอล นำไปสู่ความร่วมมือกับมหกรรมกีฬาระดับโลก ไม่ว่าจะเป็น FIFA World Cup™ ในปี 2010, 2014, 2018, 2022, Premier League (พรีเมียร์ ลีก), UEFA Champions League (ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก) และ UEFA Euro™ (ยูฟ่า ยูโร) ในบางครั้งความพิเศษนั้นก็เกิดขึ้นบนเวทีคอนเสิร์ต ในสนามบาสเกตบอล ท่ามกลางการแสดงงานศิลปะ หรือแม้แต่ในประสบการณ์ทางรสชาติร่วมกับครอบครัวเชฟมิชลิน สตาร์ของ Hublot และนี่คือจุดเริ่มต้นของ Hublot Vibes ผ่านช่วงเวลาที่แบ่งปันกันในกลุ่ม Hublotistas (อูโบลท์ทิสต้า) คอมมูนิตี้ที่ภาคภูมิใจในการเป็นเจ้าของนาฬิกา Hublot ซึ่งศิลปะแห่งการผสมผสานนี้ได้ก้าวข้ามขอบเขตไปอีกขั้น ความเป็นมาที่กลายเป็นวิถีชีวิต และนั่นคือ วิถีของ Hublot

เอกลักษณ์กลไกอินเฮาส์ UNICO ของ HUBLOT
กลไก Unico ถือกำเนิดขึ้นในปี 2010 ถือเป็นกลไกชุดแรกที่ Hublot ออกแบบ พัฒนา และผลิตขึ้นเองทั้งหมด นับเป็นจุดเริ่มต้นของยุคใหม่แห่งความเป็นอิสระ นวัตกรรม และอัตลักษณ์ที่ชัดเจนของ Hublot ตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา Unico ได้พัฒนาและกลายเป็นซิกเนเจอร์อันโดดเด่นของการสร้างสรรค์นาฬิกา Hublot เป็นที่ยอมรับในด้านโครงสร้างโครโนกราฟอันแข็งแกร่งและแนวคิดที่พลิกกรอบเดิมอย่างชัดเจน

ด้วยคุณลักษณะอันโดดเด่น อาทิ คอลัมน์วีลที่มองเห็นได้จากด้านหน้า เอสเคปเมนต์ซิลิคอน กลไก Unico จึงเป็นพลังจักรกลที่ผสานความงดงามที่มองเห็นเข้ากับความก้าวหน้าทางเทคนิคอย่างลงตัว ไม่ใช่เพียงหัวใจที่ขับเคลื่อนนาฬิกาเท่านั้น หากแต่เป็นองค์ประกอบที่นิยามตัวตนของผลงานอย่างแท้จริง

คุณสมบัติสำคัญประกอบด้วย กลไกโครโนกราฟแบบอินทิเกรตพร้อมฟังก์ชั่นฟลายแบ็ก ให้ความแม่นยำถึง 1 ใน 8 วินาที สามารถรีเซ็ตและเริ่มจับเวลาใหม่ได้ทันที ความเที่ยงตรงระดับ -2/+4 วินาทีต่อวัน พลังงานสำรองยาวนาน 72 ชั่วโมง นอกจากนี้ กลไกยังได้รับการจดสิทธิบัตร

นวัตกรรมถึง 5 รายการ ครอบคลุมตั้งแต่ระบบแบบออสซิลเลตคลัตช์คู่ ระบบป้องกันการสั่นสะเทือน กลไกบล็อกแรตเช็ตวีลแบบ “ไร้แรงเสียดทาน” ระบบปรับสมดุลบาลานซ์วีล ไปจนถึงระบบแรงเสียดทานคงที่สำหรับตัวนับนาที ซึ่งทั้งหมดผ่านการทดสอบอย่างเข้มงวดภายใต้โปรโตคอล Chronofiable® ของ Hublot เพื่อรับประกันสมรรถนะ ความน่าเชื่อถือ และความแม่นยำสูงสุด

เกี่ยวกับ SAMUEL ROSS
Samuel Ross เป็นดีไซเนอร์และครีเอทีฟไดเรกเตอร์ชาวอังกฤษ ที่ทำงานครอบคลุมทั้งงานแฟชั่น การออกแบบผลิตภัณฑ์ และวัฒนธรรมร่วมสมัย เขาก่อตั้งสตูดิโอออกแบบของตนเองในชื่อ SR_A ในปี 2019 และเป็นที่รู้จักจากงานออกแบบที่โดดเด่นด้านโครงสร้าง พื้นผิวที่ผ่านการคิดอย่างละเอียด และแรงบันดาลใจจากโลกอุตสาหกรรม แนวคิดการทำงานของ Ross ผสานการวิจัย การพัฒนาวัสดุ และมุมมองเชิงสถาปัตยกรรม ถ่ายทอดออกมาในผลงานหลากหลายแขนง ไม่ว่าจะเป็นประติมากรรม เฟอร์นิเจอร์ หรือเสื้อผ้า ความร่วมมือกับ Hublot เริ่มต้นขึ้นในปี 2019 หลังจากเขาได้รับรางวัล Hublot Design Prize และพัฒนาต่อเนื่องเป็นความร่วมมือระยะยาวที่นำเอกลักษณ์การออกแบบของเขามาตีความใหม่ในโลกของการผลิตนาฬิกา โดยผลงานในซีรีส์ SR_A ที่สร้างสรรค์ร่วมกับ Hublot สะท้อนการผสานงานออกแบบเชิงอุตสาหกรรมของ Ross เข้ากับนวัตกรรมด้านเทคนิคและวัสดุของแบรนด์ได้อย่างลงตัว

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้