Last updated: 20 ก.พ. 2569 | 46 จำนวนผู้เข้าชม |
การเป็นตัวของตัวเอง พร้อมก้าวเดินบนเส้นทางแห่งการเปลี่ยนแปลงอย่างไม่หยุดนิ่ง คือปรัชญาที่สะท้อนตัวตนของนาฬิกาเบญนัวร์ (Baignoire) ผลงานรังสรรค์จากคาร์เทียร์ตั้งแต่ปี 1912 ด้วยรูปทรงวงรีอันเป็นเอกลักษณ์ เบญนัวร์จึงไม่เพียงเป็นนาฬิกาเครื่องประดับที่สวมใส่ได้ทั้งกลางวันและกลางคืน แต่ยังเป็นสัญลักษณ์แห่งการแสดงออกของตัวคุณได้อย่างเต็มเปี่ยม
ในปี 2022 คาร์เทียร์ได้สร้างความตื่นตะลึงด้วยการเปิดตัวเบญนัวร์เวอร์ชั่นกำไลข้อมือ เรือนเวลาที่ทลายกรอบดั้งเดิมและสะท้อนเอกลักษณ์เฉพาะตัวของคาร์เทียร์อย่างสมบูรณ์แบบด้วยมุมมองของช่างอัญมณี
ในครั้งนี้ เมซงได้เปิดตัวเบญนัวร์โฉมใหม่ทั้งหมดห้าเวอร์ชัน โดยยังคงรูปทรงวงรีสุดไอคอนิคที่ช่วยขับเน้นความหรูหราออกมาในหลากหลายรูปแบบ ดีไซน์เฉพาะตัวถูกถ่ายทอดไว้ได้อย่างครบถ้วนไม่ว่าจะมาในขนาดมินิไซส์หรือโอเวอร์ไซส์ พร้อมสัดส่วนใหม่ที่สะกดทุกสายตา
ผลงานอันทรงคุณค่าเหล่านี้ล้วนสะท้อนถึงความเชี่ยวชาญของคาร์เทียร์ทั้งด้านศิลปะแห่งการประดับเพชรและการรังสรรค์เครื่องประดับอย่างแท้จริง
ผลงานชิ้นโดดเด่น
นาฬิกาเบญนัวร์ไซส์มินิ สะดุดตาด้วยขนาดอันประณีตและความแม่นยำในทุกรายละเอียด นี่คือผลลัพธ์ของวิสัยทัศน์ด้าน การออกแบบจิวเวลรีของคาร์เทียร์ที่ผสานเข้ากับศาสตร์แห่งการรังสรรค์เรือนเวลาอย่างลงตัว

ส่วนกำไลตกแต่งด้วยเพชรเจียระไนแบบบริลเลียนท์คัต (brilliant-cut) จำนวน 436 เม็ด สอดรับกับตัวเรือนทรงวงรีที่ประดับเพชรเจียระไนแบบบริลเลียนท์คัตอีก 212 เม็ด ใต้กระจกแซฟไฟร์ทรงโดมคือพื้นผิวหน้าปัดสีเงินแบบเกรน ตกแต่งด้วยตัวเลขโรมันสีเทาแอนทราไซท์ และเข็มสตีลทรงดาบสีน้ำเงินสุดหรูหรา กลไกตัวล็อกเป็นแบบปุ่มกดสองด้านที่ออกแบบมาให้กลมกลืนไปกับเส้นสายโค้งมนของกำไลอย่างแนบเนียน ขณะที่เพชรเม็ดเดี่ยวบนเม็ดมะยมช่วยสร้างจุดเด่นอย่างสง่างาม
ช่างอัญมณีใช้เวลากว่าสิบชั่วโมงในการประดับเพชรลงบนเรือนเวลาชิ้นนี้ ความท้าทายเพิ่มขึ้นอย่างทวีคูณจากการปรับสัดส่วนให้เล็กลง รวมถึงเส้นโค้งของตัวเรือนและกำไลที่ต้องอาศัยความชำนาญระดับสูง

เรือนเวลาสีทอง
สำหรับรุ่นเยลโลว์โกลด์เรือนนี้ประดับด้วยเพชรเจียระไนแบบบริลเลียนท์คัตกว่า 70 เม็ด ด้วยความเชี่ยวชาญของช่างอัญมณีของคาร์เทียร์ พื้นผิวทองจึงเรียบเนียน ช่วยขับเน้นเส้นสายอันบริสุทธิ์และความโค้งมนได้อย่างงดงาม มาพร้อมหน้าปัดลวดลายซันเรย์สีทอง และเข็มทรงดาบเคลือบทอง โดยทั้งหมดนี้ยังคงเอกลักษณ์ของเบญนัวร์ไว้อย่างครบถ้วน ทั้งตัวล็อกแบบปุ่มกด กระจกแซฟไฟร์ทรงโดม และสายที่เรียบลื่นไร้รอยต่อซึ่งทอดยาวจากตัวเรือนไปสู่กำไลอย่างกลมกลืน

ประกายทอแวววาว
เรือนเวลานี้มาพร้อมหน้าปัดมาเธอร์ออฟเพิร์ล โดยถือเป็นการยกระดับความงดงามของวัสดุธรรมชาติด้วยความเชี่ยวชาญด้านการทำเครื่องประดับของเมซง ความเหลือบแสงของมุกช่วยขับประกายเยลโลว์โกลด์ให้โดดเด่นยื่งขึ้น รวมถึงขอบตัวเรือนที่ประดับเพชรกว่า 227 เม็ด ไปจนถึงตัวเลขโรมันและเข็มทรงดาบเคลือบทอง
การปรับเปลี่ยนสัดส่วน
จากการศึกษารูปทรงของนาฬิกาอย่างต่อเนื่อง คาร์เทียร์จึงได้พัฒนาสัดส่วนแบบใหม่ที่กว้างและสง่างามยิ่งขึ้นให้แก่เรือนเวลาเบญนัวร์ ด้วยการผสมผสานระหว่างสีสันและความล้ำค่า นาฬิกาอันเปี่ยมเอกลักษณ์เรือนนี้จึงสะท้อนถึงศักยภาพในการตีความใหม่ได้อย่างไม่รู้จบ

สีสันเปี่ยมเอกลักษณ์
คาร์เทียร์ผสานรูปทรงวงรีอันเป็นเอกลักษณ์ของเบญนัวร์เข้ากับเฉดสีซิกเนเจอร์ของเมซงอย่างสีน้ำเงินและสีเขียว เฉดสีที่หลุยส์ คาร์เทียร์ เรียกว่า “ลวดลายนกยูง” (peacock motif) ขอบตัวเรือนรังสรรค์ด้วยการประดับอัญมณีที่ซับซ้อน เพิ่มมิติและช่วยขับประกายความแวววาวของเพชร 170 เม็ด แซฟไฟร์ 58 เม็ด มรกต 54 เม็ด และอะความารีน 16 เม็ด บริเวณหน้าปัดประดับเพชรเจียระไนแบบบริลเลียนต์คัตเป็นสโนว์เซ็ตติ้ง (Snow-setting) จำนวนกว่า 262 เม็ด เปล่งประกายเล่นกับแสงไฟได้อย่างมีชีวิตชีวา ส่วนสายทำจากหนังจระเข้เคลือบเงาสีน้ำเงินพร้อมบัคเคิลแบบหมุดที่เสริมความหรูหราด้วยการประดับเพชรเจียระไนแบบบริลเลียนต์คัตอีก 21 เม็ด
ความงดงามไร้ที่ติ
นาฬิกาเบญนัวร์โฉมใหม่นี้ถ่ายทอดความประณีตผ่านรายละเอียดมากมายที่มาจากการรังสรรค์เรือนเวลาในแบบฉบับของเมซง เริ่มจากหน้าปัดสีเงินผิวเกรนที่ช่างฝีมือได้ล้อมกรอบด้วยขอบตัวเรือนประดับเพชรแบบสโนว์เซ็ตติ้ง ซึ่งเทคนิคแบบอิสระนี้ช่วยสร้างความรู้สึกของการเคลื่อนไหวที่เห็นได้ชัดเจน นอกจากนี้ยังมีเส้นโค้งของกระจกคริสตัลที่ช่วยเพิ่มมิติความลึกล้ำให้กับหน้าปัด และปิดท้ายด้วยเม็ดมะยมที่ประดับด้วยเพชรเจียระไนแบบบริลเลียนต์คัตที่มาเติมเต็มความงดงามของเรือนเวลาชิ้นนี้ให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น


ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับคาร์เทียร์ โปรดเยี่ยมชม WWW.CARTIER.CO.TH
หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Cartier Thailand
LINE Official Account @CartierTH
17 ก.พ. 2569
20 ก.พ. 2569