BLANCPAIN Fifty Fathoms Tech

Last updated: 10 มิ.ย. 2569  |  259 จำนวนผู้เข้าชม  | 

BLANCPAIN Fifty Fathoms Tech

Fifty Fathoms Tech รุ่นใหม่มาพร้อมขอบตัวเรือนจับเวลาแบบ 3 ชั่วโมงอันเป็นเอกลักษณ์ของ Blancpain ซึ่งได้รับการพัฒนาจากประสบการณ์การดำน้ำในทะเลลึก ช่วยให้นักดำน้ำสามารถใช้เวลาอยู่ใต้น้ำได้นานหลายชั่วโมง เพื่อดื่มด่ำกับการค้นพบโลกใต้ทะเลที่ค่อย ๆ เผยความงดงามออกมาอย่างช้า ๆ

วันที่ 8 มิถุนายน คือวันที่ผู้คนทั่วโลกหันมาให้ความสำคัญกับมหาสมุทร แต่สำหรับ Blancpain แล้ว ทุกวันคือวันแห่งมหาสมุทร (Ocean Day) มาเป็นเวลากว่าสองทศวรรษ

Fifty Fathoms ถือกำเนิดขึ้นในปี 1953 ในฐานะเรือนเวลาสำหรับนักดำน้ำอย่างแท้จริงเรือนแรกของโลก และในวันนี้ จิตวิญญาณแห่งการบุกเบิกนั้นยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนเบื้องหลัง Fifty Fathoms Tech รุ่นใหม่ ตลอดจนโครงการ Blancpain Ocean Commitment ซึ่งได้เติบโตอย่างงดงามจนกลายเป็นหนึ่งในโครงการที่มีบทบาทสำคัญต่อการสำรวจและการอนุรักษ์มหาสมุทรของโลก


จุดสำคัญ — Fifty Fathoms Tech
· ขอบตัวเรือนจับเวลาแบบ 3 ชั่วโมง พร้อมเข็มแสดงเวลาเฉพาะสำหรับการจับเวลา 3 ชั่วโมง นวัตกรรมครั้งแรกของโลกที่เปิดตัวครั้งแรกในปี 2023 บนรุ่น Fifty Fathoms Tech Gombessa
· เพิ่มฟังก์ชันแสดงวันที่ เพื่อความสะดวกในการใช้งานในชีวิตประจำวัน
· ระบบเปลี่ยนสายแบบใหม่ สามารถเปลี่ยนสายได้โดยไม่ต้องใช้เครื่องมือ ออกแบบบนโครงสร้างข้อสายเชื่อมกลาง มีให้เลือกทั้งสายยางสีส้ม สีขาว หรือสีดำ  
· หน้าปัดสีดำสนิท (absolute black) ที่สามารถดูดซับแสงได้สูงสุดถึง 97%
· ตัวเรือนไทเทเนียมเกรด 23 ขนาด 47 มม. กันน้ำลึก 300 เมตร พร้อมวาล์วระบายก๊าซฮีเลียม
· ขับเคลื่อนด้วยกลไกอินเฮาส์ Blancpain Manufacture Calibre 13P5A สำรองพลังงานได้นาน 120 ชั่วโมง
· มาพร้อมกล่อง Peli™ อันเป็นเอกลักษณ์ของ Blancpain สำหรับการจัดเก็บและพกพา

Fifty Fathoms Tech — เครื่องมือแห่งการดำน้ำที่ได้รับการพัฒนาไปอีกขั้น
Blancpain คือผู้คิดค้นขอบหน้าปัดหมุนแบบล็อกนิรภัย (secure rotating bezel) ซึ่งไม่ได้เป็นเพียงองค์ประกอบด้านความงาม แต่เป็นกลไกของเรือนเวลาที่มีบทบาทสำคัญต่อความปลอดภัยของนักดำน้ำ โดยช่วยให้นักดำน้ำสามารถวัดระยะเวลาที่ผ่านไปใต้น้ำและทราบเวลาที่เหมาะสมในการขึ้นสู่ผิวน้ำได้อย่างแม่นยำ ตลอดระยะเวลากว่า 70 ปีที่ผ่านมา ขอบหน้าปัดดังกล่าวถูกออกแบบให้หมุนเพื่อจับเวลาได้สูงสุด 60 นาที ในปี 2023 Blancpain ได้ยกระดับนวัตกรรมนี้ไปอีกขั้นด้วยการเปิดตัวขอบหน้าปัดแบบ 3 ชั่วโมงที่ได้รับการจดสิทธิบัตรบนรุ่น Fifty Fathoms Tech Gombessa 70th Anniversary Act 2 ซึ่งร่วมพัฒนาโดย Marc A. Hayek และ Laurent Ballesta


ขอบหน้าปัดแบบ 3 ชั่วโมง ซึ่งนับเป็นครั้งแรกของโลก ถือกำเนิดขึ้นเพื่อตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะของการดำน้ำทางเทคนิคยุคใหม่ โดยเฉพาะการดำน้ำด้วยอุปกรณ์ช่วยหายใจใต้น้ำขั้นสูง (closed-circuit rebreather: CCR) ซึ่งมักใช้เวลาปฏิบัติการใต้น้ำเป็นระยะเวลานานถึง 2–3 ชั่วโมงหรือมากกว่านั้น ทำให้ขอบหน้าปัดแบบ 60 นาทีแบบดั้งเดิมไม่เพียงพอต่อการใช้งาน ด้วยการปรับแนวคิดการทำงานของกลไก GMT ซึ่งปกติใช้ระบบ 24 ชั่วโมง ให้หมุนครบหนึ่งรอบภายใน 3 ชั่วโมงแทน Blancpain จึงสามารถพัฒนาเข็มและสเกลแสดงผลแบบ 3 ชั่วโมงโดยเฉพาะขึ้นมาได้สำเร็จ ผลลัพธ์ที่ได้คือเครื่องมือที่มอบความแม่นยำตลอดระยะเวลาการดำน้ำทั้งหมด ตอบสนองความต้องการของนักดำน้ำทางเทคนิค ช่างภาพใต้น้ำ และนักวิทยาศาสตร์ทางทะเลได้อย่างสมบูรณ์แบบ

มหาสมุทรสอนให้เรารู้จักความอดทน
Fifty Fathoms Tech รุ่นใหม่ มอบหนึ่งในสิ่งสำคัญที่สุดที่นักดำน้ำต้องการเพื่อให้โลกใต้ทะเลยอมเปิดเผยตัวตนอย่างแท้จริง นั่นคือ “เวลา” มันคือฟังก์ชันที่มีความหมายอย่างแท้จริงในการใช้งานภาคสนาม และเหตุผลของมันก็ลึกซึ้งยิ่งกว่าความจำเป็นทางเทคนิคทั่วไป สิ่งมีชีวิตใต้ทะเลมีความไวต่อการปรากฏตัวของนักดำน้ำอย่างยิ่ง ไม่ว่าจะเป็นปลา หอย หมึก กุ้ง ปู หรือแม้แต่สิ่งมีชีวิตขนาดเล็กที่สุดบนแนวปะการัง ต่างรับรู้ถึงการรบกวนและได้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของตนตามไปด้วย ยิ่งระยะเวลาการดำน้ำสั้น การสังเกตพฤติกรรมตามธรรมชาติก็ยิ่งถูกรบกวนมากขึ้น แต่เมื่อสามารถใช้เวลาอยู่ใต้น้ำได้นานขึ้น ทุกอย่างก็เปลี่ยนไป เมื่อได้รับเวลาที่เพียงพอในการอยู่ใต้น้ำ สิ่งมีชีวิตใต้ทะเลจะค่อย ๆ คุ้นเคยกับการมีอยู่ของนักดำน้ำ ผ่อนคลาย และกลับมาดำเนินพฤติกรรมตามธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นการหาอาหาร การเคลื่อนไหว หรือการปฏิสัมพันธ์กัน ราวกับว่าไม่มีใครกำลังเฝ้ามองอยู่

ระบบการดำนำ rebreather แตกต่างจากระบบดำน้ำแบบ open-circuit scuba เนื่องจากเป็นระบบที่ แทบจะไม่ปล่อยฟองอากาศออกมาในระหว่างการดำน้ำระยะยาว จึงช่วยขจัดหนึ่งในสัญญาณรบกวนที่เด่นชัดที่สุดใต้น้ำ นักดำน้ำจึงเคลื่อนไหวได้อย่างเงียบเชียบ ไม่เป็นที่สังเกต และกลมกลืนกับสภาพแวดล้อม เมื่อผสานเข้ากับระยะเวลาการอยู่ใต้น้ำที่ยาวนานขึ้น จึงเปิดโอกาสให้เกิดการเข้าใกล้และสังเกตการณ์โลกใต้ทะเลในระดับที่เป็นไปไม่ได้ด้วยวิธีการดำน้ำทั่วไป

และนั่นคือช่วงเวลาที่ช่างภาพใต้น้ำเฝ้ารอ นั่นคือช่วงเวลาที่วิทยาศาสตร์ได้เริ่มต้นขึ้นอย่างแท้จริง

ขอบหน้าปัดแบบ 3 ชั่วโมงไม่ใช่เพียงความซับซ้อนทางเทคนิค แต่เป็นเครื่องมือที่ทำให้การสังเกตการณ์ใต้น้ำที่ใช้ระยะเวลายาวนานและไม่รบกวนธรรมชาติเป็นไปได้จริง Fifty Fathoms Tech รุ่นใหม่นี้จึงเป็นนาฬิกาที่เหมาะสมที่สุดสำหรับนักดำน้ำสำหรับการบันทึกชีวิตใต้ท้องทะเลในแบบที่มันดำรงอยู่จริง


ต่อยอดจากนวัตกรรมที่เปิดตัวครั้งแรกในปี 2023 Fifty Fathoms Tech รุ่นใหม่นี้ได้รับการพัฒนาเพิ่มเติมด้วยฟังก์ชันแสดงวันที่ เพื่อเพิ่มความสะดวกในการใช้งานในชีวิตประจำวัน พร้อมระบบเปลี่ยนสายแบบใหม่ที่สามารถเปลี่ยนได้โดยไม่ต้องใช้เครื่องมือ ออกแบบบนโครงสร้างข้อสายเชื่อมกลาง โดยมาพร้อมสายยางสีส้ม และมีสายยางสีดำหรือสีขาวให้เลือกเพิ่มเติม หน้าปัดสีดำสนิทพิเศษ absolute black สามารถดูดซับแสงโดยรอบได้สูงสุดถึง 97% พร้อมตัวเลขบนขอบหน้าปัดและหลักชั่วโมงซึ่งมีการแยกประเภทของสีเรืองแสงอย่างชัดเจนเพื่อความปลอดภัยในการใช้งานใต้น้ำ โดยใช้ Super-LumiNova® สีฟ้าสำหรับข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการดำน้ำทั้งหมด และ Super-LumiNova® สีเขียวสำหรับการบอกเวลาปกติ ช่วยให้สามารถอ่านค่าได้อย่างชัดเจนและไม่สับสน ไม่ว่าจะอยู่ในสภาพแสงใดหรือที่ความลึกระดับใด ตัวเรือนขนาด 47 มม. ผลิตจากไทเทเนียมเกรด 23 มอบความทนทานพร้อมคุณสมบัติกันน้ำลึก 300 เมตร และติดตั้งวาล์วระบายก๊าซฮีเลียม ภายในขับเคลื่อนด้วยกลไกอินเฮาส์คาลิเบอร์ 13P5A ซึ่งพัฒนาต่อยอดจากคาลิเบอร์ 1315 อันเป็นที่ยอมรับในด้านความน่าเชื่อถือ มอบพลังงานสำรองยาวนานถึง 120 ชั่วโมง นาฬิกามาพร้อมกล่อง Peli™ อันเป็นเอกลักษณ์ของ Blancpain ซึ่งมีคุณสมบัติกันน้ำ ทนต่อแรงกระแทก และสามารถนำกลับมาใช้ซ้ำได้

Blancpain Ocean Commitment — มากกว่า 20 ปีแห่งการสนับสนุนวิทยาศาสตร์ภาคสนาม
เมื่อ Marc A. Hayek เข้าร่วมงานกับ Blancpain หนึ่งในโครงการแรกที่เขาริเริ่มคือการรวบรวมช่างภาพใต้น้ำชั้นนำจากทั่วโลกมาร่วมกิจกรรมดำน้ำในประเทศไทย เนื่องในโอกาสครบรอบ 50 ปีของคอลเลกชัน Fifty Fathoms ในปี 2003 พร้อมทั้งริเริ่มโครงการวิทยาศาสตร์ภาคประชาชนร่วมกับ PADI เพื่อการระบุตัวตนและติดตามฉลามวาฬ โดยเชิญชวนนักดำน้ำจากทั่วโลกส่งภาพถ่ายของตนเข้าสู่ฐานข้อมูลกลางสำหรับการวิจัย แนวคิดดังกล่าว ซึ่งมีการใช้ชุมชนนักดำน้ำให้เป็นทรัพยากรสำคัญทางวิทยาศาสตร์ และการสนับสนุนโครงการที่มีศักยภาพในการสร้างผลกระทบเชิงบวกอย่างแท้จริง ได้กลายเป็นรากฐานของ Blancpain Ocean Commitment (BOC) นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

แม้ว่าชื่อ BOC จะถูกนำมาใช้อย่างเป็นทางการในปี 2014 แต่ความมุ่งมั่นดังกล่าวมีจุดเริ่มต้นมาก่อนหน้านั้นกว่าทศวรรษ สิ่งที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลงคือแนวทางการดำเนินงานของ Blancpain ที่ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการมอบเงินสนับสนุน แต่ยังรวมถึงการค้นหาโครงการที่มีศักยภาพ การระดมเครือข่ายผู้เชี่ยวชาญ และการสร้างความร่วมมือระยะยาวที่ออกแบบมาเพื่อก่อให้เกิดผลลัพธ์ทางวิทยาศาสตร์และการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม

ตลอดปี 2025–2026 มีโครงการสำคัญ 4 โครงการที่สะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนถึงความมุ่งมั่นดังกล่าว และแสดงให้เห็นว่าพันธกิจดังกล่าวสามารถเปลี่ยนวิสัยทัศน์ด้านการอนุรักษ์ให้กลายเป็นผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริงได้อย่างไร


1 — PADI: ความร่วมมือครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ขององค์กร
สิ่งที่เริ่มต้นขึ้นในปี 2003 จากโครงการวิทยาศาสตร์ภาคประชาชนขนาดเล็ก ซึ่งเปิดโอกาสให้นักดำน้ำส่งภาพถ่ายฉลามวาฬเข้าสู่ฐานข้อมูลกลางเพื่อการระบุตัวตน ได้เติบโตขึ้นจนกลายเป็นความร่วมมือที่สำคัญที่สุดที่ PADI เคยสร้างร่วมกับองค์กรภาคเอกชน ล่าสุด Blancpain ได้ยกระดับความร่วมมืออันยาวนานกับ PADI ผ่านการเปิดตัว Global Shark & Ray Census โครงการวิทยาศาสตร์ภาคประชาชนระดับโลกที่ระดมความร่วมมือจากนักดำน้ำทั่วโลกในการติดตามและเก็บข้อมูลประชากรฉลามและกระเบนสายพันธุ์ที่มีความเปราะบางต่อการสูญพันธุ์ ในฐานะผู้ร่วมก่อตั้งโครงการดังกล่าว และพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ของ PADI Blueprint for Ocean Action ทาง Blancpain ยังสนับสนุนการพัฒนาหลักสูตร Shark & Ray Conservation Specialty Course ซึ่งเปลี่ยนการเรียนรู้ของนักดำน้ำให้กลายเป็นการมีส่วนร่วมด้านการอนุรักษ์อย่างเป็นรูปธรรม ความร่วมมือนี้ยังช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับ Adopt the Blue ซึ่งเป็นโครงการเรือธงของ PADI ด้านการสนับสนุนพื้นที่คุ้มครองทางทะเล และเป็นโครงการที่ Blancpain มีบทบาทสำคัญในการริเริ่มและผลักดันมาตั้งแต่เริ่มต้น

2 — SulubaAï: ศูนย์วิจัยใจกลางเครือข่ายพื้นที่คุ้มครองทางทะเล 8 แห่ง
ในปี 2025 Blancpain ได้เปิดตัว Blancpain × Sulubaaï Marine Research Center ณ อ่าว Shark Fin Bay ประเทศ Philippines ศูนย์วิจัยแห่งนี้ตั้งอยู่ในตำแหน่งยุทธศาสตร์ใกล้กับเครือข่ายพื้นที่คุ้มครองทางทะเลที่ได้รับการจัดตั้งขึ้นด้วยการสนับสนุนจาก Blancpain ตลอดระยะเวลากว่าสิบปีที่ผ่านมา นับตั้งแต่เปิดดำเนินการ เครือข่ายพื้นที่คุ้มครองทางทะเลภายใต้โครงการนี้ได้ขยายตัวจาก 5 แห่งเป็น 8 แห่ง สะท้อนถึงผลลัพธ์เชิงรูปธรรมของความพยายามด้านการอนุรักษ์ที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ศูนย์แห่งนี้มีบทบาทมากกว่าการเป็นสถานที่สำหรับงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ โดยยังทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางสำหรับการให้ความรู้แก่เยาวชน การฝึกอบรมชุมชนชาวประมงในเรื่องแนวทางการทำประมงอย่างยั่งยืน และการส่งเสริมให้ผู้นำท้องถิ่นมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการระบบนิเวศทางทะเลของตนเอง โมเดลการอนุรักษ์ที่ Blancpain ร่วมพัฒนาขึ้นในประเทศฟิลิปปินส์ ซึ่งมุ่งสร้างทางเลือกทางเศรษฐกิจผ่านการประมงอย่างยั่งยืนและการท่องเที่ยวทางทะเลเชิงอนุรักษ์ ควบคู่ไปกับการเสริมสร้างบทบาทของชุมชนท้องถิ่นในการดูแลทรัพยากรทางทะเลของตนเอง กำลังได้รับการยอมรับมากขึ้นเรื่อย ๆ ในฐานะแบบอย่างสำคัญของการที่ภาคเอกชนสามารถมีส่วนร่วมในการปกป้องมหาสมุทรในระดับกว้างได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน

3 — Tamataroa: 6 ปีแห่งการสำรวจ หนึ่งงานวิจัยระดับปริญญาเอก และหนึ่งสายพันธุ์ใกล้สูญพันธุ์
โครงการ Tamataroa ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่าง Mokarran Protection Society และ Gombessa Expeditions โดยมี Marc A. Hayek เป็นผู้ผลักดันสำคัญตั้งแต่เริ่มต้น ได้เดินทางมาถึงบทสรุปของภารกิจแล้ว สิ่งที่เริ่มต้นจากความพยายามของ Mokarran Protection Society ในการส่งเสริมองค์ความรู้และการอนุรักษ์ฉลามหัวค้อนใหญ่ โดยอาศัยการมีส่วนร่วมของชุมชนท้องถิ่น ได้พัฒนาต่อยอดสู่โครงการ Tamataroa หลังจากการเข้าร่วมของ Laurent Ballesta และทีม Gombessa จนกลายเป็นหนึ่งในโครงการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ระยะยาวที่โดดเด่นที่สุดด้านการอนุรักษ์สัตว์ทะเล ตลอดระยะเวลา 6 ปีของการสำรวจภาคสนาม โครงการได้สร้างฐานข้อมูลเกี่ยวกับฉลามหัวค้อนใหญ่ที่มีความลึกซึ้งและครอบคลุมมากที่สุดเท่าที่เคยมีมา ขณะเดียวกันยังเป็นรากฐานสำคัญของงานวิจัยระดับปริญญาเอกของ Tatiana Boube ซึ่งได้รับการริเริ่มและสนับสนุนทุนโดย Blancpain ปัจจุบัน งานวิจัยดังกล่าวกำลังสร้างหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่จำเป็นต่อการกำหนดแนวทางการบริหารจัดการและมาตรการคุ้มครองในอนาคตสำหรับฉลามหัวค้อนใหญ่ ซึ่งจัดอยู่ในกลุ่มสัตว์ที่มีความเสี่ยงสูงต่อการสูญพันธุ์อย่างยิ่ง ภาพยนตร์สารคดีเรื่องใหม่ที่จัดทำขึ้นเพื่อบันทึกช่วงสุดท้ายของโครงการนี้ ไม่ได้เป็นเพียงการถ่ายทอดเรื่องราวของการสำรวจเท่านั้น แต่ยังเป็นหลักฐานที่แสดงให้เห็นว่าความมุ่งมั่นระยะยาวต่อคำถามทางวิทยาศาสตร์เพียงหนึ่งประเด็นสามารถสร้างผลลัพธ์ที่ยิ่งใหญ่ได้เพียงใด และเป็นเครื่องเตือนใจว่า งานอนุรักษ์มหาสมุทรที่สำคัญที่สุดหลายครั้งมักไม่ได้รับความสนใจจากสาธารณชน จนกระทั่งถึงวันที่ไม่อาจมองข้ามได้อีกต่อไป

4 — OCEANA: เมื่อวิทยาศาสตร์นำไปสู่การคุ้มครองอย่างเป็นรูปธรรม
ในปี 2025 Blancpain และ Oceana ได้เสร็จสิ้นโครงการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ระยะเวลา 3 ปี ณ หมู่เกาะ Channel Islands โดยผสานการสำรวจด้วยการดำน้ำทางวิทยาศาสตร์เข้ากับการเก็บตัวอย่าง environmental DNA ในพื้นที่ศึกษากว่า 30 แห่ง โครงการดังกล่าวสามารถบันทึกข้อมูลสิ่งมีชีวิตได้มากกว่า 13,000 สายพันธุ์ และสร้างฐานข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับหนึ่งในระบบนิเวศทางทะเลที่อุดมสมบูรณ์ที่สุดของทวีปอเมริกาเหนือ การสำรวจครั้งนี้ยังได้รับการสนับสนุนจาก Renee Capozzola ผู้ได้รับรางวัล Female Fifty Fathoms Award และ Cobie Smulders ทูตของ Oceana ซึ่งร่วมถ่ายทอดให้เห็นว่าวิทยาศาสตร์สามารถเป็นแรงผลักดันสำคัญที่นำไปสู่การดำเนินงานด้านการอนุรักษ์ได้อย่างไร ข้อมูลที่รวบรวมจากโครงการมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนการกำหนดนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมหลายประการ โดยเฉพาะมาตรการยุติการใช้อวนติดตาที่ส่งผลกระทบต่อสัตว์ทะเลหลากหลายชนิดตามแนวชายฝั่งของ California ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในการคุ้มครองระบบนิเวศทางทะเลและความหลากหลายทางชีวภาพของภูมิภาคนี้

จุดสำคัญ — Blancpain Ocean Commitment
· มากกว่า 20 ปีแห่งการสำรวจและอนุรักษ์มหาสมุทร — พันธกิจนี้เริ่มต้นขึ้นก่อนการใช้ชื่อ BOC อย่างเป็นทางการในปี 2014 ซึ่งนานกว่าหนึ่งทศวรรษ
· PADI: ความร่วมมือเชิงสถาบันที่สำคัญที่สุดของ Blancpain ซึ่งได้รับการต่อยอดผ่านการเปิดตัว Global Shark & Ray Census โดยสานต่อความสำเร็จจากโครงการอนุรักษ์ที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง อาทิ Adopt the Blue โครงการพื้นที่คุ้มครองทางทะเลหลักของ PADI ที่ Blancpain มีบทบาทสำคัญในการริเริ่ม
· Sulubaaï: การเปิดตัว Blancpain × Sulubaaï Marine Research Center ณ Shark Fin Bay ในปี 2025 พร้อมการขยายเครือข่ายพื้นที่คุ้มครองทางทะเลในประเทศฟิลิปปินส์จาก 5 แห่งเป็น 8 แห่ง
· Tamataroa: โครงการที่ริเริ่มโดย Mokarran Protection Society และพัฒนาร่วมกับ Gombessa Expeditions โดยมี Marc A. Hayek ร่วมผลักดันตั้งแต่ระยะแรก ประกอบด้วยการสำรวจภาคสนามต่อเนื่องตลอด 6 ปี และการสนับสนุนงานวิจัยระดับปริญญาเอกของ Tatiana Boube

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้