Last updated: 2 ก.ค. 2569 | 36 จำนวนผู้เข้าชม |
สำหรับ Parmigiani Fleurier นวัตกรรมไม่เคยเกิดขึ้นเพียงเพื่อสร้างความแตกต่าง หากแต่ได้รับการพัฒนาอย่างค่อยเป็นค่อยไปตามกาลเวลา พร้อมขยายขอบเขตแนวคิดของแบรนด์ให้ก้าวไกลกว่าศาสตร์แห่งกลไกซับซ้อนแบบดั้งเดิม สู่มิติใหม่ของวัสดุสมรรถนะสูง
ในปี 2026 TONDA PF Sport Chronograph Ultra-Cermet Mineral Blue คือบทล่าสุดของการเดินทางครั้งนั้น Ultra-Cermet ไม่ได้ถูกนำมาใช้เพียงในฐานะวัสดุทางวิศวกรรม แต่ได้รับการหล่อหลอมให้กลายเป็นภาษาทางการออกแบบของนาฬิกา ทุกองค์ประกอบถูกสร้างสรรค์ด้วยความพิถีพิถันในระดับเดียวกับกลไกที่ซ่อนอยู่ภายใน จน Ultra-Cermet ไม่ได้เป็นเพียงเทคโนโลยี หากแต่กลายเป็นส่วนหนึ่งของอัตลักษณ์ของนาฬิการุ่นนี้อย่างสมบูรณ์

ULTRA-CERMET
วิวัฒนาการของโครงสร้าง
Ultra-Cermet คือวัสดุสมรรถนะสูงที่ผสานคุณสมบัติของเซรามิกขั้นสูงเข้ากับไทเทเนียม แตกต่างจากเซรามิกทั่วไปที่ผลิตจากเซอร์โคเนียมออกไซด์เป็นหลัก วัสดุไฮบริดชนิดนี้จึงมอบสัมผัสแบบโลหะ พร้อมคุณสมบัติในการสะท้อนแสงที่โดดเด่น ด้วยเหตุนี้ TONDA PF Sport Chronograph จึงเผยเฉดสีที่เปลี่ยนแปลงไปตามสภาพแสง ตั้งแต่สีแอนทราไซต์ สีดำเข้ม ไปจนถึงประกายสีน้ำเงินที่ปรากฏอย่างละเอียดอ่อน การพัฒนา Ultra-Cermet ใช้เวลากว่า 3 ปี จึงได้ผลลัพธ์ตามที่ต้องการ วัสดุชนิดนี้ผลิตด้วยกระบวนการ Sintering ซึ่งเป็นการอัดผงเซรามิกและผงไทเทเนียมภายใต้ความร้อนและแรงดันสูง จนรวมตัวเป็นเนื้อวัสดุเดียว โดยไม่ทำให้วัสดุทั้งสองหลอมละลาย กระบวนการผลิตเริ่มต้นจากการคัดเลือกผงวัสดุที่มีความละเอียดและความสม่ำเสมอสูงที่สุด โดยต้องคัดทิ้งมากกว่า 90% ของวัสดุทั้งหมด เพื่อให้ได้คุณภาพที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการขึ้นรูป การกลึง และการผลิตชิ้นส่วนทั้ง 73 ชิ้น ที่ประกอบเป็นตัวเรือนของ TONDA PF Sport วัสดุทุกชิ้นผ่านการขึ้นรูปด้วยเครื่องมือเฉพาะทางและอุปกรณ์ตัดด้วยเพชร ด้วยโครงสร้างจุลภาคที่ละเอียดและเป็นเนื้อเดียวกัน Ultra-Cermet จึงสามารถสร้างรูปทรงที่ซับซ้อนได้อย่างแม่นยำ ช่วยให้การขึ้นรูปทำได้ง่ายขึ้น และสามารถผลิตชิ้นส่วนที่มีผนังบางเป็นพิเศษได้ ขณะที่ส่วนผสมของโลหะในสัดส่วน 40% ช่วยคงสัมผัสเย็นแบบโลหะ พร้อมมอบคุณสมบัติในการสะท้อนแสงที่ยอดเยี่ยม อีกทั้งยังมีค่าความแข็งสูงถึง 1,450 HV ตามมาตรฐาน Vickers

Ultra-Cermet ยังมีความทนทานต่อรอยขีดข่วนเป็นพิเศษ โดยผสานข้อดีของเซรามิก ทั้งความแข็งและความทนทานต่ออุณหภูมิสูง เข้ากับคุณสมบัติของโลหะได้อย่างลงตัว ด้วยเหตุนี้ วัสดุชนิดนี้จึงได้รับการเลือกใช้ในอุตสาหกรรมที่ต้องการความแม่นยำและสมรรถนะสูง ไม่ว่าจะเป็นอุตสาหกรรมการบินและอวกาศ เครื่องมือความเที่ยงตรงสูง และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์
TONDA PF SPORT CHRONOGRAPH ULTRA-CERMET
สถาปัตยกรรมทั้งเรือนที่รังสรรค์จาก Ultra-Cermet
เมื่อสวมอยู่บนข้อมือ ความเชี่ยวชาญด้านวัสดุนี้จะสัมผัสได้อย่างชัดเจน Ultra-Cermet ยังคงมอบสัมผัสเย็นแบบโลหะ พร้อมสะท้อนแสงอย่างนุ่มนวล เผยเฉดสีที่เปลี่ยนแปลงอย่างละเอียดอ่อนตามมุมมองและสภาพแสง
คุณสมบัติเหล่านี้ทำให้ Ultra-Cermet ต้องอาศัยกระบวนการผลิตเฉพาะทาง การขึ้นรูปต้องใช้เครื่องมือตัดด้วยเพชร ควบคุมทุกขั้นตอนการผลิตอย่างเข้มงวด รวมถึงจัดการกับข้อจำกัดเชิงกลอย่างแม่นยำ เนื่องจากวัสดุชนิดนี้มีความเหนียวน้อยกว่าเหล็กกล้าหรือไทเทเนียม จึงต้องประกอบชิ้นส่วนด้วยค่าความคลาดเคลื่อนที่ละเอียดเป็นพิเศษ ขณะเดียวกัน คุณสมบัติด้านการขยายตัวเมื่อได้รับความร้อนยังได้รับการคำนวณอย่างพิถีพิถัน เพื่อให้กระจกแซฟไฟร์ติดตั้งได้อย่างสมบูรณ์ พร้อมคงประสิทธิภาพการกันน้ำลึก 100 เมตร Ultra-Cermet จึงไม่ได้เป็นเพียงวัสดุเคลือบผิว หากแต่เป็นวัสดุที่หล่อหลอมขึ้นเป็นโครงสร้างทั้งหมดของนาฬิการุ่นนี้ตั้งแต่ต้น

Parmigiani Fleurier ยังคงเป็นผู้ผลิตนาฬิการายแรกที่พัฒนานาฬิกาซึ่งรังสรรค์จาก Ultra-Cermet อย่างสมบูรณ์ สำหรับเวอร์ชัน Mineral Blue แนวคิดดังกล่าวได้รับการถ่ายทอดอย่างเต็มรูปแบบ ตัวเรือนขนาด 42.5 มิลลิเมตร ขอบตัวเรือนแบบเซาะร่อง เม็ดมะยม ปุ่มกดโครโนกราฟ และหัวเข็มขัด ล้วนผลิตจาก Ultra-Cermet ทั้งหมด การสลับพื้นผิวระหว่างการขัดเงาและขัดซาตินเผยให้เห็นความละเอียดและความหนาแน่นของโครงสร้างวัสดุได้อย่างงดงาม แสงสะท้อนเคลื่อนไปบนพื้นผิวอย่างแม่นยำ ช่วยขับเน้นมิติแบบประติมากรรมของตัวเรือนโดยไม่สร้างความแตกต่างที่รุนแรง ทุกองค์ประกอบสะท้อนทั้งความแข็งแกร่งที่ถูกควบคุมไว้อย่างลงตัว และความร่วมสมัยที่โดดเด่นโดยไม่จำเป็นต้องโอ้อวด
Mineral Blue
มิติแห่งความลุ่มลึกที่สมดุล
เฉดสี Mineral Blue เติมมิติและความลุ่มลึกให้กับสถาปัตยกรรมแบบโมโนโครมของ Ultra-Cermet ได้อย่างลงตัว พื้นหน้าปัดผิวซาตินผสานเฉดสี Blackor และ Mineral Blue เข้าด้วยกัน ดูดซับแสงก่อนจะสะท้อนกลับออกมาพร้อมมิติของสีสันและความลุ่มลึกที่น่าประทับใจ หลักชั่วโมงทองคำ 18 กะรัต เคลือบ Blackor และติดตั้งด้วยมือ ช่วยเสริมทั้งความชัดเจนในการอ่านเวลาและความสมดุลของสัดส่วน ขณะที่สารเรืองแสงบนหน้าปัดยังคงรับประกันการอ่านเวลาที่ชัดเจนในทุกสภาวะแสง
เข็มจับเวลาโครโนกราฟและเข็มวินาทีย่อยผลิตจากเหล็กเคลือบ Blackor ช่วยเติมเต็มเอกลักษณ์ด้านเทคนิคอันประณีตของนาฬิการุ่นนี้ สายยางสี Mineral Blue ได้รับการออกแบบให้เป็นส่วนหนึ่งของสถาปัตยกรรมของนาฬิกาอย่างแท้จริง โครงสร้างที่แม่นยำมอบทั้งความสบายและความมั่นคงขณะสวมใส่ ขณะที่พื้นผิวสัมผัสอันละเอียดอ่อนให้ความรู้สึกละเมียดละไมไม่ต่างจากผืนผ้า สายมีความยืดหยุ่นและแนบรับกับข้อมือได้อย่างเป็นธรรมชาติ เคลื่อนไหวไปพร้อมผู้สวมใส่อย่างไร้ข้อจำกัด สะท้อนแนวคิดการออกแบบที่ต่อเนื่องจากตัวเรือน โดยยังคงสมรรถนะที่โดดเด่นในแบบเรียบง่าย ไม่จำเป็นต้องแสดงออกเกินความจำเป็น สายรัดมาพร้อมหัวเข็มขัดแบบ Pin Buckle ที่ผลิตจาก Ultra-Cermet ถ่ายทอดภาษาการออกแบบเดียวกับตัวเรือนต่อเนื่องไปจนถึงองค์ประกอบสุดท้ายของนาฬิกา
ท้ายที่สุดแล้ว สีสันเป็นเพียงองค์ประกอบที่ช่วยเสริมเรื่องราว ขณะที่ Ultra-Cermet คือพระเอกที่สะท้อนตัวตนของนาฬิการุ่นนี้อย่างแท้จริง

CALIBRE PF070
ความเที่ยงตรงที่ 5 เฮิรตซ์
หัวใจของ TONDA PF Sport Chronograph Ultra-Cermet Mineral Blue คือกลไกอินเฮาส์ Calibre PF070 ที่ผ่านการรับรองมาตรฐาน COSC และทำงานที่ความถี่ 36,000 ครั้งต่อชั่วโมง (5 เฮิรตซ์) ความถี่ระดับสูงนี้ช่วยเพิ่มเสถียรภาพด้านความเที่ยงตรง พร้อมยกระดับความแม่นยำในการจับเวลาระยะสั้น โดยมาพร้อมพลังงานสำรองนาน 65 ชั่วโมง กลไกประกอบด้วยชิ้นส่วน 288 ชิ้น และ หลุมทับทิม 42 เม็ด ภายในความหนาเพียง 6.95 มิลลิเมตร สะท้อนแนวคิดของ Parmigiani Fleurier ที่ผสานความซับซ้อนทางกลไกเข้ากับสัดส่วนที่สมดุลอย่างลงตัว เมื่อพลิกชมผ่านฝาหลังแซฟไฟร์ จะเผยให้เห็นสะพานจักรแบบเจาะโปร่งที่ตกแต่งผิวซาตินอย่างประณีต พร้อมโรเตอร์ขึ้นลานแบบ Skeleton ผลิตจาก โรสโกลด์ 22 กะรัต ที่ผ่านการขัดเงาและพ่นทรายอย่างพิถีพิถัน
หากกลไก PF070 คือผู้ถ่ายทอดจังหวะแห่งการเคลื่อนไหว Ultra-Cermet ก็เป็นผู้กำหนดโครงสร้างและตัวตนของนาฬิการุ่นนี้อย่างสมบูรณ์
ความสง่างามในจิตวิญญาณสปอร์ต
สำหรับ TONDA PF Sport Chronograph Ultra-Cermet Mineral Blue นวัตกรรมด้านวัสดุไม่ได้มีไว้เพียงเพื่อสร้างความแตกต่าง แต่ได้รับการพัฒนาขึ้นเพื่อทำงานร่วมกับกลไกอย่างสมบูรณ์แบบ Ultra-Cermet มอบโครงสร้างที่บริสุทธิ์ ความแข็งแกร่งเป็นพิเศษ และพื้นผิวที่คงความงดงามได้อย่างยาวนาน ขณะที่เฉดสี Mineral Blue เติมเต็มมิติและความสมดุล ส่วนกลไก Calibre PF070 ถ่ายทอดความเที่ยงตรงด้วยการทำงานที่ความถี่ 5 เฮิรตซ์ นาฬิการุ่นนี้ได้รับการออกแบบเพื่อวิถีชีวิตร่วมสมัย ที่หลอมรวมการทำงาน การเดินทาง และช่วงเวลาส่วนตัวเข้าไว้ด้วยกัน พร้อมสร้างสมดุลระหว่างสมรรถนะและความสง่างามอย่างเป็นธรรมชาติ ความโดดเด่นไม่จำเป็นต้องแสดงออกเกินพอดี แต่สะท้อนผ่านทุกองค์ประกอบของการออกแบบ เมื่อเวลาผ่านไป นาฬิกายังคงรักษาความสมบูรณ์ของรูปทรงไว้ได้ไม่ต่างจากความเที่ยงตรงของกลไกที่ขับเคลื่อนอยู่ภายใน
1 ก.ค. 2569
27 มิ.ย. 2569
1 ก.ค. 2569
2 ก.ค. 2569