MORGAN MAILLARD

Last updated: 2 ก.ค. 2569  |  37 จำนวนผู้เข้าชม  | 

MORGAN MAILLARD

ตลอดระยะเวลากว่า 270 ปี Vacheron Constantin ไม่ได้เพียงสร้างสรรค์นาฬิกาชั้นสูง หากยังถักทอเรื่องราวของศิลปะงานฝีมือ และมรดกแห่งกาลเวลาเอาไว้อย่างต่อเนื่อง และหนึ่งในผู้ที่ทำหน้าที่เชื่อมโยงอดีตกับปัจจุบันของแบรนด์คือ Morgan Maillard ผู้เริ่มต้นเส้นทางจากการเป็นช่างนาฬิกา ก่อนจะค่อยๆ สั่งสมประสบการณ์ผ่านมหานครสำคัญทั่วโลก ทั้งสิงคโปร์ นิวยอร์ก และเจนีวา จนก้าวสู่บทบาท Style & Heritage Expert ในวันนี้ ครั้งนี้เขาพาเราย้อนสำรวจเสน่ห์ของนาฬิกาวินเทจ ความสัมพันธ์ระหว่างนวัตกรรมและประวัติศาสตร์ ตลอดจนแนวคิดเรื่อง DNA ของแบรนด์ที่ยังคงชัดเจน แม้เวลาจะเคลื่อนผ่านมากว่า 270 ปี 

คุณถ่ายทอดแรงบันดาลใจจากงานออกแบบในอดีตให้กลายเป็นผลงานที่ยังคงร่วมสมัยและเชื่อมโยงกับปัจจุบันได้อย่างไร?
แรงบันดาลใจไม่ได้จำเป็นต้องมาจากนาฬิกาทั้งเรือนเสมอไปครับ บางครั้งอาจเป็นเพียงสีสันเฉดหนึ่ง พื้นผิวบางอย่าง หรือวัสดุเพียงชนิดเดียว สิ่งเล็กๆ เหล่านี้สามารถจุดประกายไอเดียใหม่ได้และในหลายครั้ง สิ่งที่เราหยิบยืมมาจากอดีตอาจไม่ใช่รูปทรงโดยตรง แต่เป็นจิตวิญญาณของยุคสมัยมากกว่า ตัวอย่างที่ชัดเจนคือ Overseas รุ่นใหม่ในไทเทเนียม ซึ่งถือเป็นแนวคิดที่ดูร่วมสมัยมากสำหรับ Vacheron Constantin แต่หากย้อนกลับไปในปี 1938 เมซงเคยสร้างนาฬิกาอะลูมิเนียมทั้งเรือนให้กับบริษัทอะลูมิเนียมแห่งหนึ่งในแคนาดา ความพิเศษคือไม่ใช่เพียงตัวเรือนเท่านั้น แม้แต่แท่นเครื่อง เข็ม และหน้าปัดก็ผลิตจากอะลูมิเนียมทั้งหมด ซึ่งแทบเป็นไปไม่ได้ในยุคนั้น แต่มันกลับกลายเป็นหนึ่งในนาฬิกาที่เบาที่สุดของโลกในเวลานั้น

ดังนั้น เมื่อเราพูดถึงไทเทเนียมในวันนี้ ซึ่งนับเป็นวัสดุสมัยใหม่ หรือโลหะใหม่ๆ แท้จริงแล้วมันยังคงเชื่อมโยงกับแนวคิดเดียวกัน นั่นคือจิตวิญญาณแห่งการทดลอง การสร้างสรรค์ และความกล้าที่จะทำสิ่งใหม่ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเมซงมาตั้งแต่อดีต และยังคงถูกถ่ายทอดมาสู่ปัจจุบันอย่างต่อเนื่อง


ระหว่างการสร้างนาฬิกาใหม่ทั้งหมด กับการสร้างสรรค์โดยอ้างอิงจากประวัติศาสตร์ คุณคิดว่าแบบไหนท้าทายกว่ากัน?
ผมคิดว่าสิ่งสำคัญที่สุดคือการค้นหาคำตอบที่ถูกต้องมากกว่าครับเวลาพัฒนาผลงานใหม่ทั้งหมด ไม่ใช่การตื่นเช้ามาแล้วพูดว่าเราจะทำแบบนี้ ทุกอย่างต้องผ่านการวิจัยและทดลอง ทั้งพื้นผิว สีสัน ภาพสเก็ตช์ หรือแม้แต่ต้นแบบจำนวนมาก ก่อนจะพบจุดที่ทุกอย่างลงตัว ต่างจากการต่อยอดผลงานที่เป็นมรดกของแบรนด์ หนึ่งในตัวอย่างที่ผมชอบมากคือ Overseas รุ่นแพลทินัมหน้าปัดสีแซลมอน หน้าปัดสีนี้ถือเป็นซิกเนเจอร์ของเมซงมาตั้งแต่ยุค 1940 และถูกใช้กับนาฬิกาหลายรุ่นตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมาเรานำสีแห่งมรดกนี้กลับมาอีกครั้งในปี 2022 แต่ผสานเข้ากับแพลทินัมรูปแบบใหม่ที่มีส่วนผสมของทองแดง 5% เพื่อเพิ่มความแข็งแรง ซึ่งสะท้อนความร่วมสมัยในเชิงวัสดุ และความคลาสสิกในเชิงประวัติศาสตร์อยู่ในเรือนเดียวกัน

สำหรับผม คุณไม่อาจมองไปข้างหน้าได้ หากไม่เคยมองย้อนกลับไปยังสิ่งที่เคยสร้างมาในอดีต

อะไรคือความท้าทายที่สุดในการทำเช่นนั้น?
ความท้าทายที่สุดคือการรักษาภาษาการออกแบบร่วมของนาฬิกาทุกเรือนจาก Vacheron Constantin เอาไว้ แบรนด์ไม่ได้มีดีไซน์เพียงรูปแบบเดียว แต่มีรายละเอียดบางอย่างที่ทำให้คุณมองแล้วรู้ได้ทันทีว่านี่คือ Vacheron Constantin และหากคุณนำรายละเอียดเหล่านั้นออกไป ก็จะสูญเสีย DNA ของแบรนด์ทันที มันไม่ใช่รายละเอียดที่โดดเด่น แต่เป็นรายละเอียดที่งดงาม ซึ่งสร้างอิทธิพลอย่างลึกซึ้งต่อการออกแบบทั้งหมด

ในมุมมองของคุณ อะไรคือ DNA ที่แท้จริงของแบรนด์?
ผมคิดว่า Vacheron Constantin ไม่มี “นาฬิกาเพียงเรือนเดียว” ที่นิยามตัวตนของแบรนด์ได้ทั้งหมด สิ่งที่เป็น DNA ของเราคือความหลากหลาย ลูกค้าสามารถค้นพบสไตล์ที่แตกต่างกันตามอารมณ์และบุคลิกของตนเอง แต่ในขณะเดียวกัน รายละเอียดต่างๆ ก็ยังเชื่อมโยงกันอยู่เสมอ หากคุณมองไปที่ Historiques American 1921คุณจะพบรูปทรงเม็ดมะยม ตัวเลข และองค์ประกอบที่เชื่อมโยงกับนาฬิกายุค 1920 ขณะเดียวกัน งานฝีมือบนหน้าปัดหรือพื้นผิวต่างๆ ก็สะท้อนแนวคิดเดียวกับงานศิลป์ในอดีต

DNA ของแบรนด์จึงไม่ได้อยู่ที่รูปทรงใดรูปทรงหนึ่ง แต่อยู่ในวัสดุ สี พื้นผิว และรายละเอียดเล็กๆ ที่เชื่อมโยงทุกสิ่งเข้าด้วยกัน

คนรุ่นใหม่ให้ความสนใจกับการประดิษฐ์นาฬิกาชั้นสูงมากขึ้น แบรนด์มีวิธีเข้าถึงผู้ชมกลุ่มใหม่นี้อย่างไรพร้อมกับยังคงรักษามรดกและตัวตนของแบรนด์เอาไว้?
เราสังเกตเห็นมาหลายปีแล้วว่าคนรุ่นใหม่เข้าสู่โลกนาฬิกาเร็วขึ้น และจุดเริ่มต้นที่ดีที่สุดสำหรับพวกเขามักมาจากนาฬิกาวินเทจ เพราะมันเปิดประตูสู่เรื่องราวและอารมณ์ของแบรนด์ได้อย่างลึกซึ้ง สิ่งสำคัญที่สุดคือเราใกล้ชิดกับลูกค้าเสมอ เพื่อเข้าใจว่าพวกเขาชื่นชอบอะไร ขณะเดียวกัน เมซงก็สื่อสารเรื่องราวของมรดก ประวัติศาสตร์ และนาฬิกาวินเทจผ่านโซเชียลมีเดียอยู่ตลอด เราไม่ได้เก็บเรื่องเหล่านี้ไว้เพียงภายในแบรนด์ แต่ต้องการแบ่งปันให้ผู้คนได้เรียนรู้ไปพร้อมกัน

เมื่อเรานำเสนอผลงานอย่าง American 1921 หรือ Overseas ไทเทเนียมพร้อมสีสันและสายที่สนุกขึ้น มันสามารถเชื่อมโยงกับคนรุ่นใหม่ได้อย่างเป็นธรรมชาติ เพราะยังคงมีความคลาสสิก แต่ในขณะเดียวกันก็มีพลังและความร่วมสมัยอยู่ในนั้น


เมื่อมองไปยังอุตสาหกรรมนาฬิกาในปัจจุบัน มีแนวโน้มหรือทิศทางใดที่คุณมองว่าน่าสนใจที่สุดในมุมมองส่วนตัวของคุณ?
หากมองผ่านสายตาของช่างนาฬิกา สิ่งที่ผมรักมากที่สุดเกี่ยวกับ Vacheron Constantin คือการที่แบรนด์ยังคงใช้วัสดุพื้นฐานแบบเดียวกับเมื่อปี 1755 นั่นคือทองเหลือง สเตนเลสสตีล และทองคำ

ผมคิดว่านี่คือสิ่งมหัศจรรย์ที่สุด เพราะแม้เวลาจะผ่านมากว่า 270 ปี เราก็ยังสามารถใช้วัสดุพื้นฐานเหล่านี้เพื่อผลักดันขีดจำกัดของกลไกซับซ้อน สร้างนาฬิกาที่บางลง ซับซ้อนขึ้น หรือมีดีไซน์ใหม่ๆ ได้อย่างต่อเนื่อง

มันอาจไม่ใช่เทรนด์ในความหมายทั่วไป แต่ผมหวังว่าสิ่งนี้จะยังคงดำเนินต่อไป เพราะนี่คือวิธีที่ดีที่สุดในการรักษาทั้งประเพณีและการส่งต่อองค์ความรู้สู่คนรุ่นถัดไป ท้ายที่สุดแล้ว นาฬิกาถูกสร้างขึ้นเพื่อให้ถูกส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่นเสมอ

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้