Interview with Baume & Mercier

Last updated: 9 มิ.ย. 2569  |  4684 จำนวนผู้เข้าชม  | 

Interview with Baume & Mercier

        Baume & Mercier แบรนด์นาฬิกาสวิสที่มีความมุ่งมั่นที่จะถ่ายทอดมรดกแห่งความสมบูรณ์แบบของศาสตร์การประดิษฐ์นาฬิกาที่สืบต่อมายาวนานลงในนาฬิกาคอลเลคชั่นใหม่ของแบรนด์ ดังนั้นเมื่อผมได้มีโอกาสสนทนากับ Mr.Alexandre Peraldi Creative Director of Baume & Mercier ผมจึงได้สอบถามถึงเรือนเวลารุ่นใหม่ในปี 2015 ของแบรนด์

“เรื่องหลักของปีนี้คือการเปิดตัวคอลเลคชั่นนาฬิกาที่สำคัญที่สุดของเราคือ Classima ด้วยผลงานการออกแบบที่มีความทันสมัยมากขึ้น ผมคิดว่าการปรับปรุงเป็นสิ่งที่จำเป็นและเวลาที่เหมาะสมสำหรับการเปลี่ยนแปลงคอลเลคชั่นอยู่ที่ประมาณ 6-7 ปี เพราะถ้าเราไม่เปลี่ยนความนิยมก็จะค่อยๆ ถดถอยลงจนหมดไปในที่สุด แต่การเปลี่ยนแปลงก็ต้องอยู่บนพื้นฐานของความเป็นตัวตนของคอลเลคชั่นด้วย สำหรับการพัฒนา Classima ในครั้งนี้เราได้วางแผนและทำงานอย่างหนักมานานกว่า 3 ปี ในการปรับรูปร่างของตัวเรือนให้รับกับข้อมือมากขึ้น และเปลี่ยนแปลงในรายละเอียดส่วนย่อยเท่านั้น แต่ยังคงความความเรียบง่ายและความคลาสสิกของคอลเลคชั่นไว้ ดังนั้นสิ่งสำคัญที่เกิดขึ้นกับคอลเลคชั่นใหม่นี้คือ เราเปิดตัวนาฬิกา Classima รุ่นสำหรับผู้ชายและสำหรับผู้หญิง และเราใช้ทองคำใน Classima เป็นครั้งแรก นอกจากนี้เรายังเพิ่มความซับซ้อนให้นาฬิกาผู้หญิงด้วยรุ่นกลไกอัตโนมัติ และเพิ่มความหรูหราด้วยรุ่นประดับเพชร ในราคาที่คุณเป็นเจ้าของได้ มันจึงเหมาะสำหรับการเป็นนาฬิกาเรือนแรก หรือส่งมอบเป็นของขวัญให้คนที่คุณรัก”

        นอกจาก Classima แล้วผมจึงถามถึงนาฬิการุ่นอื่นๆ “เรามี Hampton รุ่นที่เราออกแบบใหม่ให้มีความงามสมดั่งเป็นรุ่นครบรอบ 20 ปีของคอลเลคชั่น โดยออกแบบให้ตัวเรือนทรงสี่เหลี่ยมมีความโค้งมนกลมกลืนไปกับข้อมือ แต่ยังคงไว้ซึ่งเอกลักษณ์ของสไตล์ Art Deco และยกระดับด้วยกลไกอัตโนมัติ ในส่วนของคอลเลคชั่น Clifton เราเพิ่มความซับซ้อนให้กับคอลเลคชั่นด้วยรุ่น Clifton Big Date and Power Reserve และรุ่นพิเศษ Clifton 8-Day Power Reserve ที่ผลิตขึ้นในวาระครบรอบ 185 ปี ผลิตจำนวนจำกัด 185 เรือน ในตัวเรือนทองคำสีแดง นอกจากนี้เรายังมีรุ่นพิเศษที่จะเติมเต็มคอลเลคชั่น Linea นาฬิกาเปลี่ยนสายได้สำหรับผู้หญิงด้วยสายหนัง 4 สีใหม่สำหรับช่วงสปริงและซัมเมอร์ที่จะถึงนี้”

        จากภาวะวิกฤตเศรษฐกิจในทวีปยุโรปและเอเชีย รวมถึงความผันผวนของค่าเงินสวิส ผมอยากรู้ว่ามีผลกระทบต่อแบรนด์หรือไม่ “วิกฤตเศรษฐกิจและค่าเงินผันผวนเป็นปัจจัยที่เราไม่สามารถควบคุมได้ ซึ่งเราคงทำงานได้ยากแน่เพราะเราไม่สามารถลดต้นทุนการผลิตได้ แต่อย่างไรก็ดีผมคิดว่าเราจะยังคงทำในสิ่งที่เราทำให้ดีที่สุดต่อไป แล้วเราก็จะค่อยๆ ฟันฝ่าอุปสรรคเหล่านี้ไปได้ในที่สุด” ผมปิดท้ายด้วยคำถามเกี่ยวกับความเห็นที่เขามีต่อเทคโนโลยีของ iWatch “สิ่งที่เป็นฝันร้ายสำหรับเราคือ การที่เรายังไม่มีแผนกวิจัยและพัฒนา เรามีแค่ส่วนการออกแบบ ซึ่งในอนาคตเราจำเป็นต้องมีส่วนวิจัยและพัฒนาเพื่อการวางแผนอนาคตของแบรนด์ ส่วนเทคโนโลยี iWatch ผมคิดว่ามันต้องประสบความสำเร็จอย่างแน่นอน เพราะมันช่วยให้การเชื่อมต่อชีวิตของคุณกับ iPhone ทำได้ง่ายขึ้น แต่ผมว่ามันดูไม่เหมาะกับข้อมือของคุณเท่าไหร่นัก เพราะผมไม่ได้รู้สึกถูกดึงดูดเข้าไปหามัน แต่สิ่งที่ดึงดูดความสนใจของผมได้อย่างแท้จริงคือการพัฒนาการผลิตนาฬิกาแบบดั้งเดิม เช่น การพัฒนาเทคโนโลยีความเที่ยงตรง หรือนวัตกรรมวัสดุ และผมรู้ว่าผมจะต้องมีบทบาทในการทำบางสิ่งให้เป็นไปได้ในอนาคต แต่ผมยังไม่รู้ว่ามันจะเป็นอะไร”

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

MR.ALEXANDRE MILLE

27 ก.ค. 2569

MR. AKIO NAITO

27 ก.ค. 2569

MR. ROMAIN MARIETTA

27 ก.ค. 2569

HUBLOT Jeff Koons

10 ก.ย. 2569

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้