Interview with Graham

Last updated: 9 มิ.ย. 2569  |  4348 จำนวนผู้เข้าชม  | 

Interview with Graham

Interview with Graham

Graham แบรนด์อิสระระดับสูงที่ถือกำเนิดขึ้นเพื่อตามรอย George Graham ช่างนาฬิกาชาวอังกฤษผู้เป็นบิดาแห่งศาสตร์การประดิษฐ์นาฬิการุ่นใหม่ และบิดาแห่งกลไกโครโนกราฟ เขาเป็นผู้คิดค้นอุปกรณ์สำหรับเริ่มและหยุดการจับเวลาโครโนกราฟ เอสเคปเม้นท์ทรงกระบอก และสิ่งประดิษฐ์อื่นๆ อีกมากมายซึ่งถือได้ว่าเป็นการพลิกประวัติศาสตร์ของการประดิษฐ์นาฬิกา เมื่อเราได้มีโอกาสพูดคุยกับ Mr. Eric Loth ผู้ก่อตั้งแบรนด์ Graham เราจึงไม่พลาดที่จะสอบถามถึงความเป็นมาของแบรนด์

“Graham เป็นอะไรที่วิศวกรต้องรู้จัก เพราะเราทุกคนต้องเรียนเกี่ยวกับเอสเคปเม้นท์ของ Graham ดังนั้นชื่อ Graham จึงไม่ได้มีความหมายเพียงแค่แบรนด์สำหรับผม แต่ยังหมายถึงบุคคลด้วย เมื่อผมลาออกจากกลุ่ม Swatch ผมต้องการที่จะเริ่มต้นด้วยอะไรที่แตกต่าง ผมได้ค้นพบว่าจริงๆ แล้วนาฬิกาจักรกลผลิตในสวิตเซอร์แลนด์ทุกวันนี้เคยถูกผลิตขึ้นที่อังกฤษโดย George Graham ตั้งแต่ศตวรรษที่ 16-17 ซึ่งทำให้ผมทึ่งมาก และเมื่อผมได้ศึกษาเกี่ยวกับเรื่องราวรวมถึงสิ่งประดิษฐ์ของเขามากขึ้น ผมจึงใช้เขาเป็นแรงบันดาลใจและตัดสินใจตั้งบริษัทเป็นแบรนด์อังกฤษในปี 1995 และเปิดตัวนาฬิกาเรือนแรกในปี 2000 ปีนี้จึงเป็นวาระครบรอบ 15 ปีของนาฬิกา Graham และครบรอบ 20 ปีของการก่อตั้งบริษัทที่ได้แรงบันดาลใจมาจาก George Graham”


เมื่อเราถามถึงนาฬิการุ่นใหม่ Geo. Graham Tourbillon ที่เปิดตัวในงาน Baselworld “Geo. Graham Tourbillon เป็นนาฬิกาเรือนที่ 3 ที่เราผลิตขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่ George Graham คอลเลคชั่น Geo. Graham เป็นคอลเลคชั่นที่เราผลิตขึ้นเพื่ออุทิศให้กับเขา เราจึงผลิตในจำนวนจำกัด เรือนแรกที่เราผลิตคือ The Moon ผลิตจำนวน 8 เรือน ถัดมาเป็นมาสเตอร์พีซของเรา Tourbillon Orrery ผลิตจำนวน 20 เรือน และปีนี้ Tourbillon ผลิตจำนวน 100 เรือน จริงๆ แล้ว Tourbillon ไม่ใช่สิ่งที่ผมต้องการอยากทำ แต่เพื่อเป็นการกระตุ้นตัวเองและผมรู้อยู่แล้วว่าผมจะต้องสร้างสรรค์ผลงานที่ยอดเยี่ยม ประกอบกับเสียงเรียกร้องจากเหล่านักสะสมที่หลงใหลในเรือนเวลาของ Graham ผมจึงตัดสินใจพัฒนากลไกตูร์บิยองที่มีความบางและแม่นยำขึ้นมาเพื่อต่อสู้กับผลกระทบจากแรงโน้มถ่วง พร้อมมีศักยภาพในการสำรองพลังงานได้ 3 วัน และผมยังใช้คริสตัลแซฟไฟร์ 2 ชิ้นเพื่อที่จะทำให้ดูเหมือนว่านาฬิกานั้นลอยอยู่บนข้อมือ ผลงานชิ้นนี้จึงไม่เพียงถูกผลิตขึ้นเพื่อเป็นเกียรติกับ George Graham เท่านั้น แต่ยังอุทิศให้กับ Sir Isaac Newton นักฟิสิกส์และนักคณิตศาสตร์ชาวอังกฤษผู้คิดค้นกฎแห่งแรงโน้มถ่วงด้วย” 

เขาได้อะไรจากการไปออกงาน Baselworld ในปีนี้ “ผมได้แง่คิด 2 ข้อจากงานนี้ อย่างแรกเลยคือไม่มีภาวะวิกฤตใดๆ ในโลกของนักสะสมเรือนเวลาระดับสูง แต่คุณต้องทำงานหนักขึ้นเพราะทุกแบรนด์ต่างก็สร้างสรรค์ผลงานที่ยอดเยี่ยม ดังนั้นคุณจึงต้องมีความแตกต่าง และนั่นเป็นเหตุผลที่เราผลิต Orrery เพราะมันเป็นเรือนเวลาเพียงหนึ่งเดียวที่ทำงานด้วยระบบพลังงานแสงอาทิตย์ถึง 2 ระบบ มันเป็นเสมือนดั่งท้องฟ้าจำลองที่แสดงให้เห็นการโคจรของพระอาทิตย์ โลก พระจันทร์ และดาวอังคาร และมันยังเป็นนาฬิกาที่มีความเที่ยงตรงสูงและไม่ต้องการการปรับตั้งใดๆ ตลอดอายุของมัน

อีกอย่างที่ผมได้จากงานคือความตึงเครียดที่มากขึ้นกว่าปีก่อนอันเป็นผลพวงมาจากความซบเซาของตลาดจีน ความผันผวนของค่าเงินสวิส และอำนาจของกลุ่มทุนขนาดใหญ่ ในฐานะที่เราเป็นแบรนด์อิสระทำให้เรามีความกดดันค่อนข้างสูง เราจึงต้องปรับตัวและสร้างเครือข่ายช่องทางการจัดจำหน่ายของเรา ซึ่งเรามีอยู่ 4 แห่งที่สหรัฐอเมริกา ฮ่องกง เยอรมนี และอังกฤษในตอนนี้ และเรายังต้องสร้างแบรนด์ควบคู่ไปด้วย มันเป็นสิ่งที่เราต้องต่อสู้เพื่ออยู่รอดและเติบโตในธุรกิจนี้ เราแค่ต้องยอมรับและเตรียมพร้อมที่จะรับมือกับมัน”


เราปิดท้ายด้วยการถามถึงสิ่งที่เขาอยากฝากถึงนักสะสมในประเทศไทย “ประเทศไทยเป็นหนึ่งในตลาดที่เราประสบความสำเร็จ ที่นี่จึงมีความสำคัญกับผมมาก เรามีความสัมพันธ์ที่ดีกับกลุ่มลูกค้าคนไทยและพวกเขาก็ให้การสนับสนุนเราอยู่เสมอ นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมนาฬิกาคาร์บอนของเราเรือนแรกจึงถูกส่งมาที่นี่ ที่นี่ทำให้ผมมีความสุขและมีความทรงจำที่ดีทุกครั้งที่ผมมา และผมจะกลับมาอีกให้บ่อยที่สุดเท่าที่ผมจะทำได้ ผมจะไม่ทำให้คุณผิดหวัง”


เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

MR.ALEXANDRE MILLE

27 ก.ค. 2569

MR. ROMAIN MARIETTA

27 ก.ค. 2569

HUBLOT Jeff Koons

10 ก.ย. 2569

MR. AKIO NAITO

27 ก.ค. 2569

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้